UN-expected :: appetizer cut
posted on 05 Aug 2007 00:48 by ichinofix in SP-Ficichi's note ==>
ห่างหายจากการโพสฟิคมานาน... เรื่องที่จะคุยเอาไว้หลังฟิคดีกว่าเนอะ ยังไงซะอีกแป๊บเดียวเราก็คงจะได้เจอกันอีกล่ะ ^^
UN-expected
มีคนเคยบอกผมว่าถ้าเราเกลียดคนแบบไหนมากๆ
คนแบบนั้นแหละที่จะมาเป็นเนื้อคู่ของคุณ
แล้วถ้าเกิดผมเกลียดใครบางคนเอามากๆเลยล่ะ...
คนๆนั้นจะเป็นเนื้อคู่ของผมเลยมั้ย?
สรุปว่าคุณไม่เป็นไรนะครับ พ่อหนุ่มที่สวมหมวกกันน็อคหัวกลมบ๊อค ถามซ้ำคำถามเดิมพร้อมด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยราวกับว่าตัวผมนั้นถูกรถชนจนเจ็บปางตาย
ทั้งๆที่ความจริงแล้วผมก็แค่ตกใจที่เขาขับรถมาเฉี่ยวผมเลยล้มแต่ขามันดันไปเกี่ยวเข้ากับกระถางต้นไม้ตรงข้างทาง ผมก็เลยเซหัวไปเขกเข้ากับต้นไม้ใกล้ๆแถมพอจะล้มจริงๆผมก็ดันไปนั่งทับกระถางต้นไม้อีกอันที่พึ่งจะถูกรดน้ำมาหมาดๆ เสื้อผ้าของผมก็เลยเต็มไปด้วยเศษดินเศษโคลน เลอะเทอะมอมแมมบวกกับมึนหัวมากกว่าที่ควรแค่นิดหน่อย... เท่านั้นเอง
ครับ ผมไม่เป็นไรจริงๆ ผมค่อยๆลุกขึ้นยืนโดนมีนายหมวกกันน็อคเดินวนรอบๆตัวผมเหมือนลูกหมาเวลาที่มันกำลังเป็นห่วงเจ้าของแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้าดู ทั้งๆที่ผมก็บอกเขาไปแล้วว่าผมไม่เป็นอะไร ทำไมเขาถึงยังไม่เชื่อผมอีกนะ
เสื้อผ้าคุณสกปรกไปหมดเลย ต้องไปธุระที่ไหนรึเปล่าครับเนี่ย นายหมวกกันน็อคยื่นผ้าเช็ดหน้าที่เขาพึ่งค้นออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างของเขามาทางผม
ผ้าเช็คหน้าลายตารางหมากรุกสีฟ้าอ่อนขนาด 6x6 นิ้ว เล็กไปหน่อยมั้ยสำหรับการจะเช็ดทั้งแขนและหน้าของผมเนี่ย
คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ยังไงผมก็คงไม่ให้คุณรับผิดชอบค่าซักรีดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ของผมหรอก ผมใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดรอยเปื้อนตรงหน้าของผม และขณะเดียวกันนั้นผมก็รู้สึกถึงแรงจับของใครบางคนตรงต้นแขนซ้าย
แต่เสื้อผ้าคุณเปื้อนไปหมดเลยนะ แขนเขินก็เปื้อน ไปล้างเนื้อล้างตัวที่บ้านของผมดีกว่ามั้ยครับ อยู่ใกล้ๆนี่เอง นายหมวกกันน็อคพูดพร้อมกับใช้ปลายเสื้อยืดของเขาเช็ดรอยเปื้อนที่แขนของผม ใช้เสื้อสีขาวสะอาดเช็ดรอยเปื้อนโคลนอย่างไม่สนใจว่าเสื้อตัวในจะสกปรก จะเรียกว่าเอาอกเอาใจคนอื่นจนเกินไป หรือเพียงแค่บ้าโดยไม่รู้ตัวกันแน่นะ
แต่จะยังไงก็ตาม... ผมก็คิดว่าเขาน่ารำคาญอยู่ดี
ที่มันเปื้อนก็เพราะผมล้มของผมเอง เพราะงั้นคุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหรอกครับ ไปสนใจรอยข่วนบนรถเวสป้าของคุณดีกว่าน่ะ ผมดึงแขนของผมกลับมา และก็ทำท่าจะเดินไปอีกทาง
นายหมวกกันน็อคหันไปมองรอยบนรถและทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ซืดเผือดลงทันที เขาหันกลับมาและก็รีบเดินมาบังทางเดินของผมเอาไว้ แถมยังทำคิ้วขมวดซะผูกเป็นโบว์เลยด้วย จะอะไรกับผมอีกล่ะเนี่ย -- --;;;
ไม่ได้หรอก ถ้าผมปล่อยคุณกลับไปทั้งๆแบบนี้ พี่ทึกกี้ต้องเอาผมตายแน่ๆอ่ะ
พี่ทึกกี้นี่ใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมด้วยล่ะ
ก็เพราะผมขับรถเฉี่ยวโดนคุณ และดันทำให้ลูลู่ของพี่ทึกกี้เป็นรอย ถ้าไม่พาคุณกลับไปเป็นข้ออ้างว่าทำไมผมถึงต้องขับลูลู่เบี่ยงจนโดนข่วนล่ะก็ พี่ทึกกี้ต้องบวกค่าซ่อมสีรถเข้าไปรวมกับค่าเช่าห้องเดือนนี้ของผมแน่ๆเลยอ่ะ
นายหมวกกันน็อคพูดเสียงอ่อย หน้าตาบูดเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้ได้ทุกวินาที แต่เท่าที่ผมฟัง... มันก็เป็นแค่ปัญหาที่ว่าค่าเช่าห้องส่วนของเขาจะแพงขึ้น แต่ค่าซ่อมสีรถเวสป้าน่ะมันจะแพงซักเท่าไหร่กันเชียว มันยิ่งใหญ่จนถึงขั้นต้องเสียน้ำตากันเลยงั้นเหรอ
มันก็ไม่เกี่ยวกับผมไม่ใช่เหรอ
ก็ใช่อ่ะ... แต่เกี่ยวให้ผมหน่อยไม่ได้เหรอครับ
ธุระไม่ใช่
นายหมวกกันน็อคอ้าปากค้างให้กับประโยคที่ไร้เยื่อใยของผม แต่จะให้ทำไงล่ะ อยู่ๆจะให้ผมตามใครก็ไม่รู้ที่ผมไม่รู้จักกลับไปที่บ้านเพื่อจะไปเป็นข้ออ้างทำให้เขาไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมสีรถทั้งๆที่เวลาของผมมันก็ไม่ได้มีเหลือเฟือซะขนาดนั้นน่ะเหรอ ผมไม่ใช่พระเอกฟิคชั่นที่ใจดีขนาดนั้นนะครับ (ถึงเรื่องนี้ผมจะเป็นพระเอกจริงๆก็ตามเหอะ)
... ถ้าคุณไม่ช่วยผม ผมก็คงต้องกลับไปเผชิญความจริง...
นายหมวกกันน็อคพูดด้วยเสียงที่ยิ่งหดหู่ลงกว่าเดิมแต่ผมก็ไม่ได้สงสารเค้ามากขึ้นหรอก ถือว่าเป็นโชคร้ายของเขาเองแล้วกันที่เขามาเจอผมในวันที่ผมหงุดหงิดกับการปลุกด้วยริมฝีปากของพี่ฮีชอลและก็กำลังยิ่งหงุดหงิดที่เสื้อยืดตัวโปรดเปื้อนแถมยังถูกใครก็ไม่รู้รั้งตัวไว้ไม่ให้ไปยังสถานที่ๆผมตั้งใจจะไปจนตอนนี้แดดมันก็เริ่มจะร้อนและก็ยิ่งทำให้ผมรมฌ์บ่จอยขึ้นไปอีกเท่าตัวเพราะผมเป็นคนเกลียดเหงื่อสุดๆน่ะ
... เดือนนี้ผมก็คงจะไม่มีตังค์กินข้าว และก็คงจะยิ่งเก็บเงินเพื่อจะไปช่วยมัฟฟิ่นช้าลงไปอีก
นายหมวกกันน็อคก็ยังคงพล่ามต่อไป ส่วนผมก็ยังยืนฟังเขาอยู่ต่อไป ไม่ใช่ว่าผมเริ่มใจอ่อนขึ้นมานะ แต่ว่าผมกำลังหงุดหงิดอยู่ต่างหาก
... ถ้าช้าไปอีกเดือน ไม่รู้ว่ามัฟฟิ่นจะเป็นยังไงบ้าง จะอดทนรอชั้นได้อีกนานเท่าไหร่กันนะ
ผมกำลังหงุดหงิดนายหมวกกันน็อคที่กำลังพูดถึงมัฟฟิ่นที่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรและมันกำลังเป็นอะไร
ผมกำลังหงุดหงิดนายหมวกกันน็อคที่กำลังเพิ่มผลที่จะตามมาถ้าหากว่าผมไม่กลับไปกับเขา
ผมกำลังหงุดหงิดนายหมวกกันน็อคที่กำลังพูดเหมือนว่าทุกอย่างมันค่อยๆจะกลายเป็นความผิดของผมมากขึ้นๆทุกทีๆ
ผมหงุดหงิด... ผมหงุดหงิดนายหมวกกันน็อคคนนี้มากๆเลย~!!
นายชื่ออะไร ผมเอ่ยเสียงเรียบขัดอารมณ์หดหู่ของนายหมวกกันน็อคขึ้นมาซะดื้อๆ
ลี ทงเฮ หมาหงอยเอ่ยกลับอย่างเบาบาง
หึ... ผมล่ะเกลียดคนที่ทำหูกระดิกและก็ทำหางลู่ไปกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัวอย่างเจ้าหมอนี่จริงๆ
ชั้นคิม คิบอม ชั้นจะให้เวลานายครึ่งชม. พาชั้นกลับไปบ้านนายและก็ทำความสะอาดเสื้อของชั้นให้สะอาดเอี่ยมอ่อง เสร็จแล้วนายต้องไปส่งชั้นยังที่นัดหมายให้ทันเวลาด้วย นายทำได้มั้ย
นายหมวกกันน็อคมองหน้าผมพร้อมกับปากที่เปิดออกเพราะความตกใจ ช่างเป็นหน้าที่บื้อซะจนน่ารำคาญตาผมจริงๆ
ถ้าทำไม่ได้ชั้นก็...
ทำได้สิ ทำได้~~
นายหมวกกันน็อคจับมือของผมเอาไว้พร้อมกับตอบเสียงหนักแน่น พอผมหันกลับไปมองเขาอีกที ใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้มกว้างที่เปล่งประกายราวกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างกลางหน้าร้อนที่น่าเบื่อ สดชื่นอย่างสุดขีดภายในชั่วพริบตา... น่ารำคาญมั้ยล่ะ...
บ้านนายอยู่ไหน ผมถามอย่างขอไปทีด้วยเสียงในลำคอ
ซ้อนท้ายลูลู่เลยคร้าบ~~ แต่ทงเฮกลับตะโกนตอบเสียงใสทั้งๆที่เราอยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร
เฮ้ออออออ ผมล่ะรำคาญลี ทงเฮ คนนี้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกจริงๆเลยครับ -- --;;;
ichi's Talk ==>
อย่าพึ่งโกรธอิชิกันน้าที่ฟิคมันจบไปแบบค้างๆคาๆแบบนี้~~ แต่ฟิคเรื่องนี้น่ะ... เป็นฟิคสั้นจริงๆนะ ไม่ใช่เรื่องยาวที่จะเอามาเขียนคั่น Paranoid แต่อย่างใด เพียงแค่ตอนที่คิดจะต่อพารานอย อิชิดันไปติดใจลุคหมวกกันน็อคของทงเฮจากปก Note Book ของเรื่อง Flower Boy มา ก็เลยอยากเขียนฟิคที่ทงเฮมีอิมเมจแบบนั้น ส่วนคิบอมนั้นก็เป็นคนที่ยังไงๆก็ต้องคู่กับทงเฮ ส่วนอิมเมจนั้นก็ได้มาจากช่วงฟิลลิ่งดาวน์ของอิชิวันนี้เท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ ที่เอามาโพสคือส่วนที่นั่งพิมพ์อยู่เมื่อครู่นี้ด้วยความคึก และก็มีแผนการณ์ว่าจะเขียนต่อจนจบในเร็ววันนี้ แต่ก็คงต้องหลังจากที่อิชิเคลียร์เรื่องนักเจอเพื่อนซี้กับนัดกินปันปันจบก่อนนะ XD แต่ไม่ต้องห่วง... คึกแบบนี้คงจะจบเร็ว (ล่ะม้างงงงงงง)
แต่ว่าตอนนี้อิชิอยากได้ Note Book ปกคิบอมทงเฮจังเลย... มีใครอยากจะแชร์ซื้อเพื่อจะเอาเยซอง คุณฮัน และก็น้องฟักทองมั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย >O<


