Everything-is-You

Everything is You - 30

posted on 20 Oct 2006 19:30 by ichinofix  in Everything-is-You

ichi's note ==>

เราย้ายมุมพูดคุยกับคำตอบสำหรับคำถามของตอนที่ 29 ไปไว้ด้านล่างน้า~ ตามอ่านกันหลังอ่านฟิคได้เลยนะ
P/S คอมเม้นด้วยนะค้าบ ^^


Everything is You 30

-- ฝากไปบอกน้องสาวคุณด้วยนะคะ... ว่ามิกกี้น่ะ... สัญญากับชั้นไว้แล้ว ว่าเราจะแต่งงานกัน... --
ถ้าเคยสัญญากับเค้าเอาไว้ถึงขนาดนั้น... แล้วมิกกี้จะมารักชั้นทำไม... มิกกี้น่ะ... รักชั้นจริงๆน่ะเหรอ...

++++++++++++++++++

กลับมาแล้ว~ ฮีโร่เปิดประตูบ้านเข้ามาโดยมีนายริกกี้วิ่งแทรกตัวเข้าไปหามิกกี้ที่กำลังนั่งจิตโล่งอยู่ตรงโซฟา

พี่ยูชอน~ ผมกลับมาแล้ว~~~ มาถึงก็วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายหมับ ตั้งแต่ปรับความเข้าใจกันได้แล้วเนี่ย... ริกกี้ดูท่าจะเกาะพี่ชายแจเหมือนลูกหมาที่รักเจ้าของสุดใจเลยนะเนี่ย

อื้อ... กินอะไรมารึยังล่ะเราน่ะ มิกกี้ลูบหัวน้องชายเบาๆ ถามโดยที่ตัวเองก็ยังคงนั่งหลับตาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยต่อไป

พี่แจจุงเค้าบอกว่าจะทำกับข้าวให้กินล่ะ แล้วพวกพี่อ่ะ กินยัง? ริกกี้ที่เหมือนจะรับรู้ได้ว่าพี่ชายกำลังรมณ์บ่จอย ไซร้หัวเข้าลำตัวของพี่ชายเป็นเชิงอ้อน และนั่นก็ทำให้มิกกี้ยิ้มบางๆออกมา อดไม่ได้ที่จะเอ็นดูน้องชายคนนี้จริงๆ

ตอนกลับเซียอยากกินแมคน่ะ พี่สต๊าฟเลยแวะซื้อให้กินแล้ว

แต่มิกกี้ยังไม่ยอมกินอะไรเลยนะ มีแค่ชั้นกินกับพี่ยูโนวสองคนเอง เสียงของเซียดังมาจากในครัว ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินออกมาพร้อมกับแก้วน้ำเปล่าในมือ

อ้าว แล้วไม่หิวเหรอพี่ ผมอ่ะตอนนี้หิวมากกกกกกกเลยนะ ริกกี้ลากเสียงยาวพลางส่งสายตาปิ๊งๆไปให้แจจุง

รู้แล้วๆ จะทำอยู่เนี่ย งั้นกินด้วยกันเลยนะมิกกี้ แจจุงที่พึ่งถูกยุนโฮปล่อยตัวหลังจากเขากอดคนรักของเขาจนหายคิดถึงแล้ว ก็ได้ฤกเริ่มเข้าครัวไปทำอาหารซักทีล่ะ

มิกกี้พยักหน้าช้าๆตอบแจจุงก่อนจะเอนหัวลงพิงกับโซฟาอีกครั้ง นั่งหน้ามึนอยู่เป็นเพื่อนริกกี้ต่อไปในขณะที่เจ้าน้องเล็กตอนนี้ก็กำลังดี๊ด๊ากับเกมส์ที่เซียชวนเล่น มีความสุขผิดกับพี่ชายซะจริงๆ

ทำไมหมอนั่นหงอยอีกแล้ว แล้วแมกซ์อยู่ไหนล่ะ? ฮีโร่เอ่ยถามพลางชี้ผักที่เขาต้องการจากในตู้เย็นให้ลูกมือยูโนวช่วยหยิบออกมาให้

แมกซ์เหมือนจะเครียดเรื่องอะไรซักอย่าง กลับบ้านมาเค้าก็ขึ้นห้องนอนไปเลยน่ะ ยูโนวหยิบของตามที่เจ้าหญิงสั่งและก็เดินไปช่วยแจจุงเตรียมอาหารตรงเคานเตอร์ต่อ

แล้วข้าวเย็นกินรึยังล่ะ หรือกินแมคไปกับเซียแล้ว พอวิณญาณแม่บ้านเข้าสิง ฮีโร่ก็เริ่มเป็นห่วงสารทุกข์สุขดิบของคนทั้งบ้าน ถามไปขณะที่มือก็เริ่มลงมือหั่นผักสำหรับทำข้าวผัดอยู่

ทีแรกเค้าบอกว่าไม่หิว แต่เซียก็ขนแมคขึ้นไปกินเป็นเพื่อนแล้วนะเมื่อกี้ ยูโนวตอบพร้อมกับรับคำสั่งใหม่คือการเดินไปตักข้าวมาแผ่บนจานให้เย็นเอาไว้เตรียมผัด

ก็ดีที่อย่างน้อยก็กินแล้ว ไม่เหมือนเจ้าบ้าบางตัวที่เครียดจนกลายเป็นคนละคนน่ะนะ แจจุงเหลือบไปมองมิกกี้อีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจและก็กลับมาตั้งไฟเตรียมผัดข้าวผัด

นายเนี่ย เป็นห่วงทุกคนในบ้านสมกับฉายาคุณแม่เลยนะ

ก็จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง...

งั้นชั้นควรจะเป็นคุณพ่อแล้วเอาใจใส่ลูกๆมั่งเนอะ

ว่าแล้วนายยูโนวที่เอ่ยปากบอกจะเป็นคุณพ่อก็เดินออกจากครัวไปดุลูกๆตามที่เขาพูดไว้ ปล่อยฮีโร่ที่ยังอึ้งกับคำพูดชวนขนลุกนั่นไว้ในครัว

โดนเรียกว่าคุณแม่... มันไม่เท่าไหร่ แต่พอมีคุณพ่อแล้วมันหยองแฮะ... ร่างบางสะบัดหัวไปมาเล็กน้อยเพื่อสลัดคำพูดบ้าๆของยูโนวออกไปก่อนจะหันกลับไปตั้งใจทำข้าวเย็นต่ออย่างตั้งใจ

คนรักน่ะก็ยอมให้แล้วนะ อย่าสะเหร่อเลื่อนขึ้นตัวเองขึ้นมาเป็นคู่ชีวิต นี่ถือว่าโชคยังดีของยูโนวนะที่เจ้าหญิงเค้าอารมณ์ดี ไม่งั้น... นายองค์รักษ์คนดีคงโดนงอนตุ๊บป่องไปแล้วล่ะ -- --;;;

++++++++++++++++++

อ๊ะ~!!!!!! ภายในบ้านพัก SJ ที่สงบสุข อยู่ๆกุ้งตัวหนึ่งก็เริ่มก่อกวนความสงบด้วยเสียงร้องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของตัวเอง

อ๊ะบ้าไร ตกใจหมดเจ้ากุ้งนี่ ทงเฮที่อยู่ใกล้ฮยอคแจที่สุด อดไม่ไหวต้องเขกหัวเจ้าเพื่อนตัวดีไป 1 ที ข้อหามาทำให้เขาตกใจ

คิบอม จำเกมส์นั้นได้มั้ย ที่ชั้นเคยให้นายยืมน่ะ เกมส์เลี้ยงหมาอ่ะ ฮยอคแจกระโดดจากที่เขานั่งข้างๆทงเฮย้ายไปนั่งข้างคิบอมที่กำลังอ่านแมกกาซีนเพลินๆ เรียกให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองอย่างมึนหน่อยๆ เกมส์หมา... หมาอะไรหว่า...

และเพียงแค่เห็บคิ้วที่เลิ่กขึ้นหน่อยๆนั้น ฮยอคแจก็เข้าใจทันทีว่าคิบอมคงจะยังจำไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละ... โป๊ะเชะ~

เกมส์เลี้ยงหมาอ่ะ ที่ตอนนั้นนายบอกนายอยากเลี้ยงปอมๆชั้นเลยให้นายยืมเล่นอ่ะ ที่นายชอบไปนอนเล่นในห้องตัวเองน่ะ ฮยอคแจพยาพยามอธิบายพลางค่อยๆดันตัวหนุ่มน้อยให้ออกไปนอกห้อง ดันไปจนถึงแถวๆประตูบ้าน ก่อนจะพูดต่อ ชั้นอยากเล่นอ่ะ ไปเอาเกมส์นั้นมาให้หน่อยสิ

คิบอมที่ยังคงถือแมกกาซีนค้างเอาไว้ เกาจมูกตัวเองอย่างงงๆ แล้วมันอยู่ในห้องชั้นเหรอ ชั้นเองก็จำไม่ได้แล้วนะว่าเก็บไว้ไหนอ่ะ เพราะไม่ได้เล่นตั้งนานแล้ว

ชั้นอยากเล่นอ่ะเพราะจุนซูบอกว่าเค้าอยากเห็นชิวาว่าสีน้ำตาลวิ่งไล่ลูกบอล ฮยอคแจพูดเสริมโดยการยกเอาเซียขึ้นมาอ้าง เพราะเขามั่นใจว่าถ้าพูดแบบนี้ คิบอมจะต้องยอมไปหาของให้เขาแน่ๆ

เหรอ... งั้น... เดี๋ยวไปหาให้ละกัน และก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ คิบอมวางแมกกาซีนลงบนมือของฮยอคแจก่อนจะเดินไปที่ห้องของตัวเอง ปล่อยให้เจ้าฮยอคแจเจ้าเล่ห์ยืนอมยิ้มอยู่ตรงหน้าประตู

เด็กน้อยเอ้ย~ พอรู้ว่ามีคนอยากได้ก็เกิดความรับผิดชอบขึ้นมาเลยน้า~ เล่นด้วยง่ายจริงๆ เด็กหนุ่มหัวเราะหึหึกับตัวเอง และเขาก็เดินไปที่ห้องนอนของคังอิน เคาะประตู 2 ครั้งแล้วก็ทะเล่อทะล่าเข้าไปโดยไม่ได้เกรงกลัวคนอารมณ์บูดที่อยู่ด้านในเลยแม้แต่น้อย

พี่คังอิน คิบอมเรียกน่ะ แถมยังยิ้มแฉ่งโกหกหน้าตายออกไปอีกต่างหาก นี่นายคิดจะเล่นอะไรของนายกันนะฮยอคแจ

แล้วทำไมชั้นต้องไป คังอินที่กำลังนอนกอดเรียววุคที่ถูกเขาบังคับให้มานอนเป็นหมอนข้างให้ เงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาอาฆาตใส่ฮยอคแจ

ก็คิบอมเรียก ส่วนฮยอคแจก็ยังคงหน้าตายต่อไป เค้าบอกว่าถ้าพี่ไม่ไป เค้าจะหาว่าพี่ป๊อดล่ะ แถมยังพูดแต่ประโยคที่รังแต่จะทำให้คังอินมีน้ำโหซะด้วย

ป๊อดบ้าดิ แล้วหมอนั่นจะคุยกับชั้นเรื่องอะไร แล้วทำไมพึ่งจะมาคุยตอนนี้เล่า คังอินคลายมือออกจากร่างบางของเรียววุค ลุกขึ้นมานั่งแต่ก็ยังไม่ยอมเดินไปไหนอยู่ดี อืม... พี่คังอินนี่หลอกยากกว่าคิบอมแฮะ

ก็คงจะเรื่องเมื่อคืนมั้ง แต่คิบอมเค้าก็บอกผมนะว่าเค้ารู้สึกผิด เค้าก็คงอยากจะเคลียร์เรื่องนี้กับพี่มั้ง เมื่อยุให้โกรธไม่สำเร็จ ฮยอคแจก็ลองใช้แผนใหม่นั่นคือการทำให้คังอินรู้สึกมีชัย

ยอมออกปากพูดแล้วงั้นเหรอ คังอินแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วหมอนั่นอยู่ไหน คงจะไม่ต้องถึงกับออกไปคุยข้างนอกหรอกนะ

ฮยอคแจยิ้มใสที่แผนสองได้ผล เขาชี้นิ้วไปทางประตู คิบอมเค้ารอพี่อยู่ที่ห้องพักฟากนั้นน่ะ ไปคุยกะเค้าได้เลยฮะ

ยุ่งยากซะจริง... คังอินบ่นอุบอิบก่อนจะเดินออกจากห้องไป โดยมีฮยอคแจจอมวางแผนเดินตามไปพร้อมกับเรียววุคที่เดินออกมาเพราะไม่รู้ว่าจะนอนเป็นหมอนข้างต่อไปให้ใครกอด

แล้วนี่ตามมาทำไม คังอินหันมาถามฮยอคแจที่เดิมยิ้มแฉ่งตามมาจนถึงหน้าประตูห้องพักอีกหลังหนึ่ง

ฮยอคแจส่ายหัวหน่อยๆ มาส่งเฉยๆ พี่เข้าบ้านไปสิ ช่วงนี้อากาศหนาวนะฮะ เดี๋ยวไม่สบาย ฮยอคแจเอื้อมมือไปเปิดประตูให้คังอิน และก็ผลักชายหนุ่มให้เดินเข้าห้องไป

ขณะเดียวกันนั้น คิบอมที่เดินหาตลับเกมส์มาได้พักหนึ่งแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเกมส์ดังกล่าว ก็กำลังคิดจะเดินไปขอโทษฮยอคแจ และตอนที่กำลังเดินไปที่ประตูนั้น เขาก็จ๊ะเอ๋คังอินเข้าพอดี

พี่คังอิน

ว่าไง มีอะไรจะพูดล่ะ

เอ๋...

-- ปึ้ง --

ก่อนที่คังอินจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น ประตูห้องพักก็ถูกฮยอคแจปิดดังปึ้ง ทำเอาทั้งคังอินและคิบอมต่างก็ยืนงงเต๊กพอกัน

เฮ้ย ฮยอคแจ ปิดประตูเบาๆไม่เป็นไรไงฟะ แถมพอคังอินจะวิ่งออกมาโวย เขาก็พบกับแผ่นกระดาษที่มือลายมือไก่เขี่ยของฮยอคแจแปะเอาไว้ที่ประตูห้องพักอีกบานหนึ่ง ส่วนข้อความในกระดาษแผ่นนั้น พอแกะลายมือแล้วจะได้ใจความว่า...

-- พี่คังอิน คิบอมน้อย คุยกันให้เข้าใจซะนะ ผมยกห้องนั้นให้ใช้เจรจายุติศึกได้ตามใจชอบเลย เดี๋ยว 2 ทุ่ม ผมจะเอาข้าวเย็นไปเสริฟให้นะ คุยกันดีๆ อย่ากัดกันซะก่อนล่ะ~ ^0^ --

เจ้าบ้านั่น... หลอกชั้น~~ คังอินกำแผ่นกระดาษซะจนยับยู่ยี่ก่อนจะปามันลงกับพื้น และก็ต้องลำบากคิบอมต้องก้มลงไปเก็บให้เพราะถ้าทิ้งขยะเรี่ยราดเดี๋ยวป้าคนทำความสะอาดเค้าจะดุเอา

ฮยอคแจเค้าหลอกพี่ว่าอะไรเหรอ คิบอมถามเบาๆ เดินกลับเข้าไปที่ห้องพักอีกห้องที่ฮยอคแจอุตสาห์ยอมสละให้เขากับคังอินใช้จนถึง 2 ทุ่ม ทั้งๆที่จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีใครขอเจ้ากุ้งนั่นเลยอ่ะนะ

มันบอกว่านายมีเรื่องจะคุย คังอินเดินกอดอกตามคิบอมเข้าไป ไม่ใช่ว่าอยากจะเคลียร์อะไรหรอกนะ แต่เจ้าฮยอคแจดันล็อคประตูบ้าน แล้วยืนข้างนอกต่อไปมันก็หนาว ไม่มีทางเลือกก็เลยต้องตามเข้าไป ก็เท่านั้น

คิบอมเดินเข้าห้องของตัวเองไป ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับเสื้อหนาว 2 ตัว ตัวหนึ่งเขาหยิบมาใส่เองส่วนอีกตัวเขาโยนให้คังอินที่เดินออกมาด้วยชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นที่เขียนว่า มวยไทย

เรื่องที่ต้องคุยกัน... มันก็มีจริงๆไม่ใช่เหรอ เด็กหนุ่มนั่งลงตรงกลางพื้นห้อง ที่ๆปกติฮันยองกับฮีชอลจะนั่งง้องแง้งกัน แต่พอสองคนนั่นไม่อยู่แล้ว พื้นห้องก็ดูกว้างซะจริงๆเลยน้า

คังอินรับเสื้อหนาวจากคิบอมมาสวม ถึงจะรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อยเพราะคิบอมตัวเล็กกว่าเขา แต่มีใส่ก็ดีกว่านั่งหนาวจนหวัดกินล่ะนะ

จะบอกว่าตัวเองไม่ผิดรึไง บุคคลที่อาวุโสกว่าเริ่มบทสนธนาด้วยประโยคคำถามที่ออกแนวหาเรื่องอยู่นิดๆ ไม่ใช่ว่าเขาจะตั้งแง่นะ แต่การที่เด็กอย่างคิบอมมาขึ้นเสียงใส่เขาแบบเมื่อวานมันไม่ถูก และถ้าเขาไม่ตักเตือน คิบอมอาจจะไปทำแบบนี้กับใครอื่นอีก ซึ่งมันก็จะไม่ดีกับตัวเขาใช่มั้ยล่ะ เห็นมั้ย... ถามเพราะเป็นห่วง ไม่ใช่เพราะหงุดหงิดค้างจากเมื่อวานซักหน่อย...

ผมรู้ว่าผมผิด แต่พี่เองก็ผิด คิบอมพูดสวนกลับไป เขารู้ตัวดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่ที่พี่คังอินตวาดใส่ทงเฮปาวๆแบบนั้นมันก็ไม่ควรเหมือนกัน

เรื่องทงเฮใช่มั้ยล่ะ... พูดแล้วคังอินก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวาน เพราะเรียววุคเกือบจะตกบันได เขาเลยฉุนจัดจนโกรธหน้าดำหน้าแดงแบบนั้น ที่ตวาดใส่ทงเฮจนเจ้าน้องชายต้องเสียน้ำตา... มันก็ผิดจริงๆนั่นแหละ

ผมรู้นะว่าพวกผมผิดที่วิ่งเล่นกันออกมาแบบนั้น แต่พี่ก็ไม่เห็นจะต้องโมโหซะขนาดนั้นเลย... คิบอมที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคังอินต้องโกรธหัวเหวี่ยงแบบนั้น ซักพี่ชายต่อไปโดยที่ชายคนที่ถูกซักนั้นก็เงียบไป... ก้มหน้าลงครุ่นคิด... ว่าเหตุผลที่ทำให้ตัวเองโมโหน่ะ... มันใช่เรื่องนั้นแน่เหรอ...

ก็ถ้าเรียววุคตกบันไดไป... พวกนายจะรับผิดชอบไหวรึไง คังอินเปลี่ยนมาท้าวคาง เสหน้ามองไปทางประตู คิดถึงร่างบางหมอนข้างประจำตัวของเขาขึ้นมาตงิดๆ

มันก็ถูก แต่พี่ก็ไม่เห็นจะต้องโมโหซะยังกับคนรักจะตกบันไดไปเลยนี่นา

ใช่ จริงๆแล้วชั้นก็ไม่น่าจะโมโหซะยังกับ.......... เฮ้ย เมื่อกี้นายพูดว่าไรนะ คังอินเก๊กหลุดไปครู่หนึ่ง หันขวับมาทางคิบอมเพื่อจะย้ำสิ่งที่ตัวเองได้ยินอีกทีพร้อมกับดวงตากลมโต O__O

ยังกับคนรักจะตกบันได คิบอมพูดประโยคเดิมซ้ำอีกที และทีนี้ คังอินก็นั่งหันหลังให้เขาซะงั้นเลย

คนรัก... คนรัก... เรียววุค... คนรัก...

-- รู้ไว้นะ ว่านายน่ะ... เป็นความอ่อนแอเพียงอย่างเดียวของชั้น... --

โว้ยยยยยยยยยยยย

คิบอมสะดุ้งโหยงกับเสียงตะโกนของคังอิน เด็กหนุ่มรีบถอยออกห่างพี่หมีที่เหมือนจะระเบิดอารมณ์กริ้วกับเรื่องอะไรซักอย่างออกมา อยู่ๆก็ตะโกนลั่น... เป็นอะไรอ่ะพี่คังอิน พี่จะโกรธอะไรก็ตามแต่อย่ามาลงที่ผมนะ ผมไม่ผิด --.--

คิบอม~!!

ค้าบ... คิบอมที่ตอนนี้ลี้ภัยไปอยู่มุมห้องถามพร้อมกับมือที่ชูเป็นกำปั้นขึ้นมาตั้งการ์ด

คังอินแอบขมวดคิ้วให้เจ้าเด็กหนุ่มที่ตั้งท่าแปลกๆใส่เขาก่อนจะถามต่อ เมื่อวานที่นายโกรธชั้นน่ะ เพราะชั้นตะคอกทงเฮใช่มั้ย เพราะชั้นทำให้ทงเฮเสียน้ำตาใช่มั้ย

ได้ยินคำถามคิบอมก็ค่อยๆลดการ์ดลง กระพริบตาปริบๆมองคังอินอย่างไม่เข้าใจ ก็แหงล่ะ... ถ้ามีคนมาตะคอกใส่คนรักของพี่แบบนั้น พี่จะนั่งเฉยยอมให้เค้าว่าเหรอครับ ถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้คังอินอยู่ในอารมณ์แบบไหน แต่พอเป็นเรื่องของทงเฮแล้ว คิบอมก็จะมีแรงฮึด กล้าขึ้นมาอีก 30% เลยครับ ><

คังอินไม่ตอบคิบอมแต่เขากลับสร้างมโนภาพในสมอง ภาพของเรียววุคถูกฮีชอลชี้หน้าด่าว่าเจ้าก้าง อ่อนแอ ปวกเปียก ดีแต่ร้องเพลง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนด่าต้องเป็นฮีชอลแล้วคนโดนด่าต้องเป็นเรียววุค เขารู้แค่ว่าถ้าเรียววุคโดนว่าเขาจะเคือง แล้วถ้าเรียววุคจะต้องเจ็บเขาก็จะโกรธ...

ถ้าชั้นโมโหเพราะมีคนมาทำร้ายคนๆนั้น แสดงว่าชั้นชอบเค้าเหรอ จากที่เหมือนจะทะเลาะกัน ตอนนี้กลายเป็นว่าคังอินนั้นหันมาปรึกษาปัญหากับคิบอมซะแล้ว

ถ้าพี่ไม่รู้สึกอะไรกับคนๆนั้น แล้วถ้ามีคนมาทำให้คนๆนั้นเจ็บ พี่ก็ไม่น่าจะโมโหอะไรนะ คิบอมลูบคางตัวเองพลางคิดหาวิธีอธิบายที่จะช่วยให้คังอินที่เหมือนจะกำลังสับสนกับอะไรซักอย่างให้เข้าใจตัวเองได้อย่างรวดเร็วที่สุด

งั้นถ้าผมโดนชินดงเดินเข้ามาต่อย พี่จะรู้สึกยังไง เด็กหนุ่มลองถามคำถามลองเชิงดู

รู้สึกว่านายนี่ซวยได้ใจ และคำตอบของพี่ชายก็ช่างเจ็บจี๊ดตรงหน้าอกข้างซ้ายจริงๆ -- --

แล้วถ้าคนที่โดนต่อยเป็นเรียววุคล่ะ ทีนี้คิบอมลองเปลี่ยนชื่อคนดู

ชั้นจะไปฆ่าเจ้าชินดง และปฎิกริยาตอบรับนี่ก็ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยจริงๆ -- --;;;

คิบอมเงยหน้าขึ้นมองคังอินและก็ปรบมือให้คังอินแปะๆๆ พี่ชอบเรียววุคร้อยเปอร์เซ็นแล้วล่ะ ผมฟันธง

โดนพูดตรงๆตอกใส่หน้าแบบนั้น คังอินก็หน้าแดงแปร๊ด รู้สึกร้อนทั้งตัวทั้งหัวซะจนเขาอยากจะแช่ตัวเองลงในถังน้ำแข็งซะจริงๆ แล้วไอ้หัวใจนี่มันอะไร... เต้นรัวซะยังกับว่าตัวเขาเองพึ่งจะ 500 เมตรมาราธอนมางั้นแหละ มันก็แค่คำพูดของเจ้าคิบอมเองนะ... แค่พูดว่า...

-- พี่ชอบเรียววุคร้อยเปอร์เซ็นแล้วล่ะ --

มันก็แค่นั้นเอง... ไม่ใช่รึไง...

-- ก๊อกๆๆ --

รูมเซอร์วิสคร้าบ เสียงสดใสที่แสนจะคุ้นหู พูดอย่างน่ารักน่าชังพร้อมกับร่างบางที่เดินนำอีกคนเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร 2 ถาด

ทงเฮ~~~ คิบอมเรียกชื่อคนรักเสียงใสก่อนจะรีบลุกขึ้นไปช่วยอีกฝ่ายยกถาดกับข้าวเข้าห้องมา ส่วนที่เดินตามทงเฮเข้ามานั้นก็คือเรียววุคที่ถือถาดอาหารส่วนของเขากับคังอินเข้ามา

คุยกันรู้เรื่องยัง อันนี้ฮยอคแจโทรสั่งร้านอาหารข้างล่างให้ขึ้นมาส่งล่ะ ชั้นเลือกแต่ที่คิบอมชอบเลยน้า~~ ทงเฮเดินตามคิบอมเข้ามาในบ้าน พอเขาเห็นคังอิน เด็กหนุ่มก็รีบโค้งให้พี่หมีทันที พี่คังอิน เมื่อวานผมขอโทษนะฮะ

คังอินเบือนหน้าหนีไป เพราะที่เดินตามหลังทั้งสองคนมาน่ะ... คือเรียววุค... ม... ไม่เป็นไร ช่างมันเหอะ...

เป็นอะไรของพี่น่ะ ผมพูดแค่นั้นพี่ต้องเขินขนาดนั้นเลยเหรอ คิบอมวางถาดข้าวลงกับพื้น ก่อนจะเดินไปหยิบโต๊ะมากาง และทงเฮกับเรียววุคก็ช่วยกันจัดเรียงอาหารขึ้นบนโต๊ะ

พี่คังอิน นี่ของพี่นะ เรียววุคเลื่อนชามข้าวไปวางตรงหน้าคังอิน สะกิดไหล่อีกฝ่ายเบาๆให้หันมา

อ... อื้อ... ขอบใจ... คังอินยกชามข้าวขึ้นมาถือไว้ แต่ก็ยังไม่ยอมสบตากับใคร โดยเฉพาะกับเรียววุค

ทงเฮเห็นแบบนั้นก็แปลกใจ ก็เมื่อวานพี่หมีโหดยังคะตอกใส่เขาเพราะเรียววุค แถมยังกอดเจ้าตัวเล็กไว้แน่นเลยไม่ใช่รึไง แล้วทำไมตอนนี้เมินเค้าซะล่ะ

พี่คังอินเขินอะไรของพี่น่ะ เขินเรียววุคเหรอฮะ ทงเฮถามออกไปอย่างไม่คิดอะไร คีบอาหารตรงหน้าลงบนชามของคิบอมเด็กน้อยที่ยิ้มรับอย่างน่ารักน่าชัง

แต่ตัวบุคคลที่ถูกถาม ไม่ได้จะอารมณ์ดีกับคำถามไปด้วยหรอกนะ ก็ไอ้คำถามนั้นน่ะ... มันแทงใจดำกันชะมัดเลยนี่... ป่าว ซักหน่อย...

พี่คังอิน กินหมูนะ ส่วนเจ้าตัวเล็กที่นั่งข้างๆคังอินเองก็คงจะไม่รู้สึกว่าพี่หมีคนนี้แปลกเหมือนกัน เพราะเขายังคงคีบชิ้นเนื้อให้อีกฝ่ายก่อนจะหันมาเริ่มลงมือคีบอาหารให้ตัวเอง และก็เริ่มทานอย่างเอร็ดอร่อย

คังอินนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองเนื้อหมูชิ้นนั้น... ก่อนจะ... ยิ้มออกมาบางเบา... เฮะ... อ้ำ

ทงเฮกับคิบอมมองหน้ากันเองเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะคิกคักให้กัน

ทงเฮกับคิบอมหัวเราะเรื่องอะไรกันเหรอ เรียววุคน้อยถามพร้อมกับเคี้ยวข้าวตุ้ย

เรื่องของนายน่ะ ทงเฮกับคิบอมตอบพร้อมกันก่อนจะเบนสายตาไปทางคังอิน และก็ส่งสายตากวนๆไปให้

ชายหนุ่มที่กำลังเคี้ยวข้าวเพลินๆ โดนจ้องแบบนั้นก็ร้อนตัวทันที ย... อยากตายรึไง จะป้อนก็ป้อนไปสิ ไม่ต้องกลัวชั้นอิจฉาหรอกน่ะ~~ คุณหมีใช้ตะเกียบชี้ไปที่ทั้งสองคนก่อนจะทำเนียนแอบคีบกิมจิไปวางในชามของน้องกระจิ๊บด้วย นายเองก็กินเยอะๆ เอาแต่ดมกับข้าวเดี๋ยวก็ไม่โตซักทีหรอก

คับผม และน้องกระจิ๊บที่แสนดีก็คีบกิมจินั้นเข้าปากพร้อมกับข้าวสวยคำพูนๆ ว่านอนสอนง่ายถูกใจคังอินซะจริงๆ

แต่ในห้องนี้... ก็คงมีแต่เรียววุคล่ะนะ ที่ว่านอนสอนง่ายสำหรับคังอินน่ะ...

คิบอม~ เค้าอยากกินกิมจิอ่ะ คีบให้หน่อยซี่~ พ่อหนุ่มทงเฮ อ้อนแฟนด้วยเสียงหวานเจี๊ยบ โดยที่ตัวคุณแฟนเองก็เต็มใจคีบกิมจิให้ตามที่อีกฝ่ายขอซะ

จะให้ป้อนให้ด้วยเลยมั้ยครับ อ้าม~~~ แถมยังมีบริการป้อนให้ถึงปาก เอาใจกันซะจริ๊ง~

กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆเนอะ~~ ทงเฮอ้ำกิมจิคำนั้น ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงหวานเจี๊ยบเช่นเดิม

โตเร็วๆให้ตัวใหญ่เหมือนพี่หมีเลยน้า~~~ คิบอมเองก็พูดต่อทงเฮอย่างรู้กัน

แต่... คังอิน... ก็ทนได้เท่านี้แหละ... โว้ยยยยย พวกนายจะกินเงียบๆได้มั้ยเล่า อยากกินกิมจินักใช่มะ อ่ะ เอาไปเลยๆๆๆ ว่าแล้วคุณพี่หมีก็โวย แถมยังคีบกิมจิใส่ชามเจ้าสองหน่อซะจนกิมจิในถ้วยเกือบเกลี้ยง นี่คงกะให้กินแต่กิมจิจนอิ่มไปเลยล่ะมั้งนั่น

แล้วนายน่ะ กินเนื้อมั่ง อย่าเอาแต่กินผัก แต่แล้วคังอินก็ไม่ลืมจะขอเนียน คีบหมูชิ้นพอดีคำลงไปวางบนชามของเรียววุค

คับผม~ ซึ่งน้องกระจิ๊บคนดีก็รับฟังอย่างว่าง่ายเช่นเดิม

เห็นแบบนั้นทงเฮก็ไม่รอช้า ล้อคุณพี่หมีอีกทันที คิบอม~ ทงเฮอยากกินเนื้อมั่งอ่ะ

และคุณแฟนลูกคู่ก็ต่อประโยคได้อย่างโดนใจ ได้เลย เอาเยอะๆเลยน้า~

และสุดท้ายความซวยก็มาตกที่คังอิน... โว้ยยยยยยยยยยย พวกนายจะเลิกกวนชั้นซักทีได้ม้ายยยยยยย

ส่วนเรียววุค... ก็ยังคงยิ้มแย้มอารมณ์ดีต่อไป ^^

อ่ะนะคังอิน... ก็นายอยากเง่าไปเผยไต๋ให้เค้ารู้เอง ก็เลยซวยแบบนี้แหละ แต่ยังโชคดีของนายนะที่น้องเรียววุคเค้าซื่อจนไม่ได้รู้สึกว่าคิบอมกับทงเฮล้อเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเอง เค้ายังเข้าใจว่าสองคนนี้ล้อที่ตัวเค้าต้องให้นายคอยคีบกับข้าวให้ ก็เลยไม่ได้สนใจเลยว่าที่นายบรรจงคีบให้เค้าแต่ละอย่างน่ะ... นายให้ด้วยความรู้สึกไหน แต่เอ... ถ้าเค้าซื่อแบบนี้ไปนานๆ จะถึงว่าเป็นโชคดีของนาย... หรือว่าโชคร้ายดีนะ... คิม ยองวุน~

+++++++++++++++++

จะไม่เข้าไปคุยเองจริงๆน่ะเหรอ ฮีโร่ถามมิกกี้เป็นครั้งสุดท้าย ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงส่ายหัวให้ช้าๆก่อนจะซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม แสดงออกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของตนเองออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

ฮีโร่จิ๊ปากอย่างหงุดหงิดที่อะไรๆมันก็ไม่ได้ดั่งใจ ชายหนุ่มเท้าเอวมองมิกกี้ค่อยๆขดตัวซุกเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างขัดใจ นี่นายยอมแล้วเหรอ พอแมกซ์เมินนายก็ไม่ง้อแล้วเหรอ นี่นายเป็นบ้าอะไรของนายไปแล้วกันนะมิกกี้...

ถ้าไม่มั่นใจซะขนาดนั้นเดี๋ยวชั้นเข้าไปคุยเองก็ได้ แต่นายน่ะ ห้ามนอนเด็ดขาดเลยนะ ถ้าแมกซ์นอนไม่หลับนายก็ห้ามนอน~ ฮีโร่โวยที่ข้างหูของมิกกี้ก่อนจะหันขวับไปทางริกกี้ที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับ PSP

อ... อะไรเหรอครับ... เด็กน้อยมองหน้าฮีโร่อย่างหวาดๆ ตั้งแต่รู้จักพี่แจจุงมา ก็มีครั้งนี้ครั้งแรกนี่แหละที่พ่อหนูริกกี้โดนพี่แจจุงจ้องเขม็งซะขนาดนั้น พี่แจจุงเวลาดุๆนี่น่ากลัวจัง

คอยดูเจ้าบ้านี่ไว้นะ ถ้ามันจะนอนนายทำอะไรก็ได้ให้ตื่นนะ ห้ามให้หมอนี่หลับจนกว่าชั้นจะอนุญาต เข้าใจมั้ยริกกี้ ฮีโร่ออกคำสั่งกับคุณน้องชาย ก่อนจะเดินไปที่ประตู

ครับผม~ ริกกี้ตะเบ๊ะรับคำสั่งนั้น และเขาก็กระโจนขึ้นไปนอนคร่อมร่างของพี่ชาย ใช้ข้อศอกกดไปตามเส้นประสาททำให้นายมิกกี้หมดอารมณ์จะนอน

โอ๊ย~ ริกกี้~~ เจ็บ~~~ มิกกี้ร้องพร้อมกับพยายามดันตัวเจ้าน้องชายลงไป แต่นายริกกี้ก็มุ่งมั่นกับคำสั่งที่ได้รับมาเต็มที่ เอี้ยวตัวหนีฝ่ามือจากคุณพี่ชายและก็ยังคงกดเส้นประสาทให้พี่ชายทรมาณเล่นต่อไป

ฮีโร่ยิ้มพอใจให้กับการทำงานของริกกี้ ก่อนจะเดินไปที่อีกห้องหนึ่ง ห้องที่ยังไงๆมิกกี้ก็ไม่ยอมที่จะมา... ห้องของแมกซ์...

เข้าไปนะ ร่างบางพูดพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอฟังคำอนุญาตของชายเจ้าของห้อง เขาเดินไปนั่งตรงข้างเตียงที่ตอนนี้แมกซ์กำลังนอนฟังเพลงด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

แมกซ์... ฮีโร่เลื่อนมือขึ้นไปถอดหูฟังออก และนั่นก็ทำให้แมกซ์หันมามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ

พี่ฮีโร่ เข้ามาเมื่อไหร่น่ะ

อย่ามาตลก ชั้นไม่ได้อยู่ในอารมณ์นั้น ฮีโร่บีบจมูกแมกซ์อย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะย้ายตัวเองขึ้นไปนั่งข้างๆน้องชายบนเตียง หมกตัวอยู่แต่ในห้อง... เป็นอะไรน่ะเรา...

ก็ไม่ได้...

จะยอมบอกดีๆมั้ย...

แมกซ์เงียบไปเล็กน้อย น้ำเสียงซีเรียสของพี่ฮีโร่ทำให้เขารู้ตัวว่าเรื่องแบบนี้ถึงจะพยายามปิดไปมันก็เท่านั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำให้พี่ฮีโร่เป็นห่วง เขาก็จะเข้ามาซัก เข้ามาถามไถ่จนกว่าอีกฝ่ายจะยอมพูดด้วย และก็จะช่วยให้คำปรึกษาจนกว่าอีกฝ่ายจะสบายใจขึ้นมา เรื่องคราวนี้ก็เหมือนกัน มองตาพี่ฮีโร่ก็รู้แล้วว่าเขาน่ะทำให้พี่ฮีโร่เป็นห่วงขนาดไหน ก็เล่นไม่พูดกับใครเลยมาตั้งแต่เย็นนี่นา... แต่ว่าไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากปรึกษานะ ไม่ใช่ว่าอยากจะเก็บเรื่องนี้มาเครียดคนเดียว... แต่เขาแค่ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง... ก็เพียงแค่คิดถึงมันขึ้นมา... น้ำตามันก็มาเอ่ออยู่ตรงดวงตาแบบนี้แล้วนี่...

มิกกี้น่ะ... เค้ารักผมจริงๆแน่เหรอ... แมกซ์เริ่มพูดโดยพยายามที่จะไม่ให้เสียงตัวเองสั่น กัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้เพื่อที่เขาจะได้ไม่ร้องไห้โฮออกมาซะก่อน

แล้วมันยังจะมีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลอีกรึไงล่ะ ฮีโร่เลื่อนมือไปเอนศรีษะของแมกซ์ให้ลงมาซบกับไหล่ของเขา ก่อนที่มือเรียวจะลูบเส้นผมนุ่มของแมกซ์ไปเรื่อยๆ ส่งผ่านความรู้สึกห่วงใยไปให้

แมกซ์ซบใบหน้าเข้ากับไหล่ของฮีโร่ หลับตาลงเพื่อที่จะหยุดความคิดของตัวเองลง... ความไม่เชื่อใจในความรักของมิกกี้... ความลังเลใจที่เกิดขึ้นเพราะคำพูดของผู้หญิงคนนั้น.. คำพูดของจิเฮ...

วันนี้จิเฮมาด้วย...

เหรอ แล้วเค้าว่าไงมั่ง

เค้าให้ผมฝากไปบอกมินกิ... ว่ามิกกี้... จะแต่งงาน... กับเค้า... พูดจบแมกซ์ก็ซุกตัวเข้ากับแผ่นอกของฮีโร่ สอดมือเข้าไปที่หลังของพี่ชาย โอบร่างนี้เอาไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว... ก่อนที่ชิมชางมินจะรู้สึกอ้างว้างไปมากกว่านี้...

ได้ยินแบบนั้นฮีโร่ก็อึ้งไป ตกใจที่ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นยังไม่เลิกล้มความพยายาม ก็เห็นเมื่อวานวิ่งออกไปอย่างสะเทือนใจซะขนาดนั้น ไหงยังกลับมาพูดเรื่องแต่งงานบ้าๆนี่อยู่อีกล่ะ

แล้วที่นายเศร้า... ก็เพราะคำพูดของเค้า... งั้นเหรอ? ฮีโร่ถามเบาๆ ก้มลงไปมองรน้องชายที่พยักหน้าแทนคำตอบ

ชายหนุ่มจิ๊ปากอีกครั้งอย่างขัดใจ ทำไมกันนะ ทั้งๆที่แต่ก่อนเคยเชื่อมั่นในความรักของมิกกี้ซะขนาดนั้น แต่เพียงแค่ผู้หญิงคนนั้นพูดคำเดียวนายก็อ่อนแอลงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ เพียงแค่นั้นนายก็หมดความเชื่อถือในความรักของมิกกี้แล้วงั้นเหรอ

นั่นมันก็เป็นสัญญาตั้งแต่ตอนที่มิกกี้ยังเด็กอยู่เลยนะ... ฮีโร่พยายามจะพูดอธิบาย แต่แมกซ์กลับส่ายหัวให้เขา

ถึงจะเด็กไม่เด็กยังไง แต่ถ้าพูดถึงขั้นว่าจะแต่งงาน... นั่นก็หมายความว่ามิกกี้น่ะ... จริงจังกับผู้หญิงคนนี้มากเลยนะฮะ... เคยรักเค้ามากถึงขนาดจะแต่งงานด้วย... เคยรักเค้ามากถึงขนาดนั้นเลยนะฮะ... เด็กหนุ่มพูดแต่ละคำออกมาอย่างยากลำบาก...

ใจจริงแล้ว เขาเองไม่อยากจะยอมรับความจริงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่อยากจะรับรู้ด้วยซ้ำว่าในอดีตมิกกี้เคยรักใครมาก่อน เคยคบกับใครมาก่อน หรือมีใครที่รู้จักกับมิกกี้มาก่อน... เขามองโลกแคบไปมั้ยที่อยากจะรู้จักแค่มิกกี้ที่อยู่หน้าเขาตอนนี้... มิกกี้คนที่บอกว่ารักเขา มิกกี้คนที่มองแต่เขา... ไม่อยากจะรู้จักมิกกี้คนนั้นที่เคยสัญญากับจิเฮว่าเขาจะแต่งงานกัน... ไม่อยากจะสนใจ...

-- ฝากไปบอกน้องสาวคุณด้วยนะคะ... ว่ามิกกี้น่ะ... สัญญากับชั้นไว้แล้ว ว่าเราจะแต่งงานกัน... --

แต่พอจิเฮพูดมาแบบนั้น... เขาก็ทำเป็นไม่สนใจไม่ได้...

จิเฮน่ะ... ยังไงก็เป็นผู้หญิงนะพี่ฮีโร่... คำพูดที่จบลงด้วยการถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน สร้างความมึนงงให้กับตัวผู้ฟังเป็นอย่างมาก

เป็นผู้หญิง... แล้วไงล่ะ...

ยังไงซะ... มิกกี้... ก็คงจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงซักวันหนึ่งอยู่ดีล่ะฮะ...

คำพูดจากปากของแมกซ์... เป็นประโยคที่คนอย่างฮีโร่ไม่เคยนึกเลยว่าน้องชายของเขาคนนี้จะเป็นคนพูด... แมกซ์คนนั้น... คนที่อยู่ในสายตาของมิกกี้แทบจะตลอด 24 ชม. คนที่มีชีวิตที่โอบล้อมไปด้วยความรักเต็มเปี่ยมจากมิกกี้ยูชอนคนนั้น... แมกซ์ที่ไม่เคยจะมีปัญหาเรื่องมิกกี้นอกใจ เพราะคนบ้าอย่างนั้นหายใจเข้าออกเป็นมินนี่... แมกซ์ที่เหมือนจะมีความสุขตลอดเวลาแบบนั้น... ตอนนี้เขากำลังไขว้เขวเพียงเพราะคำพูดของผู้หญิงเพียงคนเดียว... เพียงเพราะคำว่า... แต่งงาน...

แต่งงานแล้วไง... ใครเป็นคนกำหนดกันเหรอว่าคนเรา ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องจบที่การแต่งงาน จบที่การมีครอบครัว... แล้วถ้าไม่แต่งงาน ถ้าไม่มีลูก... มันผิดรึไง... ฮีโร่พูดพร้อมกับกางมือปิดหน้าของแมกซ์ ก่อนจะถูมันไปมาจนทั่วใบหน้าหดหู่ของน้องชาย เปลี่ยนมันให้กลายเป็นใบหน้างงงวยของคนที่ไม่เข้าใจว่าพี่ชายเล่นอะไร และเขาก็ลุกขึ้นยืน

นายน่ะคิดมากไป และก็พลอยทำให้เจ้าหมอนั่นคิดมากเกินความจำเป็นตามไปด้วย ฮีโร่หันมาพูดกับแมกซ์คนที่กำลังขมวดคิ้วให้เขา ร่างบางส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องมา และก็เดินตรงไปยังอีกห้องหนึ่งทันที

ริกกี้ เขาเอ่ยชื่อเด็กหนุ่มเบาๆซึ่งคุณน้องชายตัวดีก็กระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงทันที

ครับผม~~ ดูท่าตอนนี้ริกกี้จะติดฮีโร่น่าดูเลยแฮะ เรียกปุ๊บ กระโจนหาปั๊บ แต่ทีพี่ชายตัวเองไล่ให้ลุกตั้งนานสองนานก็ไม่ยอมลุก... นี่นายเป็นน้องใครกันแน่ห๊ะ... ริกกี้ยูฮวาน T-T

คืนนี้นายมานอนกะชั้น ห้องนี้ให้พี่นายเค้านอนกะแฟนเค้าไป ฮีโร่ลูบหัวริกกี้สองสามที ก่อนจะโอบคอเด็กหนุ่มให้เดินออกไปด้วยกัน โดยไม่สนใจที่จะอธิบายอะไรให้มิกกี้ที่กำลังนั่งมึนตาโตอยู่บนเตียงฟังเลยแม้แต่น้อย

แล้วพี่แจจุงนอนห้องไหน ไม่นอนกับพี่ยุนโฮเหรอวันเนี้ย ริกกี้เดินตามฮีโร่ออกมา แต่เขาก็อดถามไม่ได้ ก็ถ้าต้องให้ไปนอนเบียดกัน 3 คนเหมือนเมื่อวานอีก... ริกกี้ก็ไม่อยากน้า อยากนอนบนเตียงสบายๆมั่งอ่ะ

ฮีโร่ยิ้มบางๆให้เด็กหนุ่มที่ถามด้วยเสียงอ้อนๆแบบนั้น ทาบมือลงบนมือของริกกี้ที่จับอยู่ตรงชายเสื้อของเขาก่อนจะพาเด็กหนุ่มเดินเข้าห้องนองของแมกซ์

แมกซ์ ไปนอนห้องนายได้แล้ว ฮีโร่พูดด้วยใบหน้าใสซื่อ

ก็นี่ไงห้องผม พี่จะให้ผมไปนอนไหนอ่ะ... แมกซ์เองก็ถามกลับด้วยใบหน้าใสซื่อพอกัน

ได้ยินแบบนั้น ฮีโร่ก็หันไปกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของริกกี้ ทำให้เด็กหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนที่เขาจะวิ่งมาดันหลังแมกซ์อย่างรวดเร็ว

คืนนี้พี่ชางมินต้องไปนอนกะพี่ยูชอน เพราะพี่แจจุงจะนอนห้องนี้กับผม~~ ริกกี้ออกแรงเพียงเล็กน้อยแมกซ์ก็ถูกดันจนตัวเซซะแล้ว ร่างบางไม่มีโอกาสได้ยื้อหรือแม้แต่จะเถียง เพราะโดนริกกี้ดันนิดเดียวเขาก็กระเด็นมายืนนอนห้องซะแล้วล่ะ

คุยกันให้รู้เรื่องนะแมกซ์ ฮีโร่ที่เพียงแค่ยืนสั่งการ โบกมือหยอยๆให้แมกซ์ก่อนที่เขาจะปิดประตูห้องนอนของแมกซ์ลง

-- แกร๊ก -- แถมยังล็อคกลอนใส่หน้าเจ้าของห้องอีกต่างหาก

หมายความว่าไง...

-- หมับ --

ขณะที่แมกซ์กำลังยืนมึนอยู่นั้นเอง เขาก็ถูกใครบางคนฉุดเข้าไปในห้อง ถูกฉุดเข้าไปกอดแน่นๆอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว และเพราะเขามัวแต่แปลกใจ... เขาเลยไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่กอดเขาอยู่น่ะ... คือมิกกี้~

มินนี่... ชั้นขอโทษ... ชายหนุ่มกระซิบบอกอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ และนั่นก็สะท้อนให้ร่างบางรู้สึกตัวว่าการที่เขาหมางเมินใส่ชายหนุ่มคนนี้... กำลังทำให้เขาทรมาน... การที่เขาไม่ได้พูดกับมิกกี้เลยตลอดทั้งวัน... ทำให้มิกกี้เสียใจได้ถึงขนาดนี้... แถมมิกกี้คนนั้น... กลับกำลังกล่าวขอโทษเขา ทั้งๆที่ตัวมิกกี้เองก็คงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่โดนหมางเมินใส่ตลอดทั้งวันนี่เกิดขึ้นเพราะเหตุผลอะไร...

เรานี่มันแย่ที่สุดเลย...

ชั้นสิที่ต้องขอโทษ... ขอโทษที่ไม่ได้อธิบายอะไรให้มิกกี้ฟังเลยนะ แมกซ์โอบมือไปรอบตัวของมิกกี้ กอดร่างของชายหนุ่มที่กำลังสั่นเทาเอาไว้ความความรู้สึกผิดของตัวเอง... เขามัวแต่สับสนจนลืมนึกไปซะสนิทเลยว่ามิกกี้น่ะ ไม่ว่าเขาจะรู้สึกยังไงมิกกี้ก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน ถ้าเขาดีใจมิกกี้ก็จะยิ้ม ถ้าเขาหงุดหงิดมิกกี้ก็จะขมวดคิ้ว ถ้าเขาอารมณ์ดีมิกกี้จะหัวเราะ และถ้าเขาเศร้า... มิกกี้ก็จะร้องไห้...

แล้วมินนี่เป็นอะไร ทำไมวันนี้ถึงไม่คุยกับชั้นเลย... ชั้นทำอะไรให้นายโกรธเหรอ... มิกกี้พยายามที่จะไม่ร้องไห้ แต่การจะห้ามตัวเองที่เป็นคน sensitive ไม่ให้ทำแบบนั้นเนี่ยมันก็ยากจัง... นี่ถ้าไม่กัดริมฝีปากล่างไว้เขาคงได้ปล่อยโฮออกมาแล้วล่ะ... ก็มันดีใจนี่ ที่ในที่สุดมินนี่ก็ยอมพูดด้วยแล้วน่ะ

ชั้น... คิดมากนิดหน่อยน่ะ... แมกซ์เลื่อนใบหน้าขึ้นไปจูบปลายจมูกของมิกกี้เบาๆ ก่อนจะผละตัวออกและเดินไปที่เตียง กวักมือเรียกมิกกี้ให้ลงมานอนข้างๆกัน

คิดมากเรื่องอะไร เกี่ยวกับชั้นใช่มั้ยนายถึงไม่ยอมพูดกับชั้นน่ะ ทันทีที่ล้มตัวนอนกับเตียง มิกกี้ก็พลิกตัวเข้าไปกอดหมับที่เอวของแมกซ์ ขอชาร์ทพลังหลังจากที่ไม่ได้เกาะแกะมาทั้งวันหน่อยนะ

วันนี้จิเฮมาหาชั้น เอ่อ จริงๆก็ไม่ใช่ขั้นหรอก เค้ามาหามินกิน่ะ

อ้าว แล้วนายทำไง ไปเปลี่ยนเป็นผู้หญิงแล้วก็ไปหาเค้าเหรอ

เปล่า ชั้นโกหกไปว่ามินกิเป็นน้องสาวชั้นน่ะ และเค้าก็เลยคุยกับชั้นแทน

มิกกี้ยิ้มให้กับความหัวใสของคนรัก มินนี่ของเขาหัวดี มินนี่ของเขาฉลาด เป็นแฟนที่น่าภูมิใจ~ แล้วเค้าคุยอะไรกับนายล่ะ คงจะไม่โดนปั่นหัวอะไรมานะ มิกกี้ถามพร้อมกับหยิกแก้มแมกซ์เบาๆ

............. แมกซ์เงียบไปเพราะเขารู้สึกว่าคำถามนั้นมันแทงใจดำ

อไร จิเฮพูดอะไรกับนายน่ะ โดนเค้าปั่นหัวไปจริงๆเหรอมินนี่ มิกกี้เด้งตัวขึ้นมานั่ง เขย่าตัวแมกซ์เบาๆด้วยความร้อนรนอยากที่จะรู้สิ่งที่ทำให้แมกซ์หมองไปทั้งวัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะจิเฮ เพราะเธออีกแล้วเหรอเนี่ย~

เค้าบอกว่า... มิกกี้สัญญากับเค้าเอาไว้ ว่าจะแต่งงานกับเค้า... พูดแล้วแมกซ์ก็รู้สึกอายตัวเองขึ้นมาเหมือนกันที่เป็นกังวลกับเรื่องนี้ซะมากมาย แต่ให้ทำไงล่ะ... ผู้ชายก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิง ไม่งั้นก็จะไม่มีครอบครัว ความรักของคนทั่วไปมันก็ต้องดำเนินไปแบบนั้นไม่ใช่รึไง... มันไม่เหมือนกับเขานี่ที่รักมิกกี้ที่เป็นผู้ชายน่ะ...

แต่นั่นน่ะ ชั้นสัญญากับเค้าไว้ตั้งแต่ชั้นยังอยู่ที่อเมริกาอยู่เลยนะ ตั้งแต่ชั้นยัง... มิกกี้หยุดพูดเมื่อเขาเห็นแมกซ์ยกมือขึ้นมาปิดหู ร่างบางส่ายหัวเล็กน้อยเป็นเชิงบอกอีกฝ่ายว่าเขาไม่ต้องการจะฟัง มิกกี้เลยทาบมือลงกับฝ่ามือของแมกซ์แทน

มินนี่... ตอนนี้น่ะ... ชั้นรักนายนะ... รักนายคนเดียว มิกกี้เลื่อนใบหน้าลงไปประทับรอยจูบเบาๆตรงข้ามขมับ พ่นลมหายใจอุ่นๆรดใบหูของแมกซ์ ทำเอาร่างบางต้องเอี้ยวศรีษะหนีเพราะว่าเขาจั๊กจี้

แต่ตอนนั้นรักจิเฮใช่มั้ย ถึงได้สัญญากับเค้าแบบนั้นน่ะ แมกซ์ยกมือขึ้นมาปิดหู เอี้ยวตัวไปมองหน้ามิกกี้อย่างตำหนิหน่อย คนกำลังจริงจังอยู่นะ มาทำให้ขำทำไมเล่า >.<

ไม่ได้รัก... มิกกี้จับมือของแมกซ์เอาไว้ ออกแรงเล็กน้อยเพื่อดึงให้อีกฝากนอนหงายลงกับเตียงนุ่มและเขาก็คลานขึ้นไปนั่งคร่อมตัวของร่างบางเอาไว้ ยิ้มหวานให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ ก็บอกแล้วว่าชั้นรักมินนี่คนเดียว จะไปรักจิเฮได้ยังไงกันล่ะ

ล... แล้ว... ทำไมต้องสัญญา... แบบนั้น แมกซ์เริ่มพูดอย่างกะตุกกะตักขึ้นมา เริ่มที่จะหวั่นไหวไปกับรอยยิ้มอาบน้ำผึ้ง และก็น้ำเสียงหวานเจี๊ยบแบบนั้น

เพราะตอนนั้นชั้นไม่มีใครนอกจากจิเฮไง... ชั้นรู้สึกว่าถ้าขาดเค้า ชีวิตของชั้นก็จะไม่เหลือใคร ชั้นถึงได้สัญญากับเค้าแบบนั้น... เพื่อที่จะได้รั้งตัวเค้าไว้ เพื่อที่ชั้นจะไม่ต้องอยู่คนเดียว... มิกกี้จบคำพูดของตัวเองลงด้วยการจูบเบาๆที่ริมฝีปากของแมกซ์ที่กำลังนอนฟังเขาเล่าเรื่องราวอย่างตั้งใจ เปลี่ยนใบหน้าจริงจังนั้นให้แดงขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู

จำได้ใช่มั้ย เรื่องตอนอยู่อเมริกาที่ชั้นเคยเล่าน่ะ

แมกซ์พยักหน้าเบาๆ อดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กนั้นคือความทรงจำที่ทำให้มิกกี้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เขานึกถึงมัน มิกกี้เคยให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ลงนิตยสารครั้งนึงและในคืนนั้น... มิกกี้ก็นอนร้องไห้กับเขาตลอดทั้งคืน... การอยู่คนเดียวสำหรับมิกกี้แล้วน่ะ... เป็นสิ่งที่โหดร้ายซะยิ่งกว่าการโดยทารุณทางร่างกายซะอีกนะ... มิกกี้ยังเคยพูดเอาไว้เลยว่า

-- ถ้าจะต้องถูกพ่อตีทุกวันเพื่อระบายอารมณ์ ชั้นก็ขอเลือกทางนั้นมากกว่าที่จะต้องอยู่คยเดียวนะ... --

แต่ในความเป็นจริง มิกกี้ไม่มีสิทธ์ที่จะเลือก เพราะสุดท้ายแล้วเค้าก็ยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อทางเลือกที่จะทำให้ริกกี้มีความสุขที่สุด ทำทุกอย่างที่จะทำให้วัยเด็กของน้องชายไม่ต้องมีรอยร้าวฉานเหมือนกับของตน... ถึงนั่นจะหมายความถึงการที่เขาจะต้องออกไปใช้ชีวิตตามลำพังเขาก็จะทำ... และเพราะแบบนั้น... จิเฮถึงสำคัญขึ้นมา... ใช่มั้ย...

ชั้นน่าจะรู้จักมิกกี้ให้เร็วกว่านี้นะ... แมกซ์โอบมือไปรอบคอของมิกกี้ ดึงร่างของชายหนุ่มลงมากอดเอาไว้

มิกกี้เอนอ่อนตามแรงของแมกซ์อย่างเต็มใจ ทำไมล่ะ ถามออกไปพร้อมกับแอบหอมแก้มคนน่ารักไปหนึ่งที... มิกกี้รักมินนี่ขนาดนี้... ไม่มีอะไรต้องเครียดอีกแล้วนะ... ไม่ต้องคิดมาแล้วนะมินนี่~

แมกซ์ซุกใบหน้าลงกับไหล่ของมิกกี้ กอดอีกฝ่ายให้แน่นขึ้นก่อนจะกระซิบบอกเบาๆที่ข้างหูว่า...

ชั้นจะได้เป็นคนที่อยู่ข้างๆมิกกี้ตอนนั้น... และมิกกี้จะได้ขอแต่งงานกับชั้นแทนไง...

มิกกี้ยูชอน... นายรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้คนน่ารักแบบนี้มาอยู่ในอ้อมกอด โชคดีแค่ไหนที่ได้คนแบบนี้มารัก โชคดีแค่ไหนที่ได้เป็นแฟนกับคนที่เป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้...

มินนี่... พูดจาน่ารักจังเลยอ่ะ... มิกกี้กอดแมกซ์กลับด้วยความรู้สึกรักที่มันเอ่อล้นออกมาจากหัวใจทั้งดวง รู้สึกเป็นสุขกับอ้อนกอดนี้มากกกกกกกกก ซะจน....... นายน่ารักแบบนี้... ชั้นชักจะ...

ชักจะ... และถึงมิกกี้จะไม่พูดอะไร ดูท่าแมกซ์ก็คงจะรู้สึกได้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ ถึงได้หน้าแดงขึ้นมาแบบนั้น...

ได้... มั้ย... นายมิกกี้ยูชอนเอ่ยถามเบาๆด้วยแววตาอ้อนๆเหมือนลูกหมา

แมกซ์ซุกหน้าลงกับแผงอกของมิกกี้... ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ... อยากทำอะไรก็ทำ... ถึงคำพูดจะเหมือนไม่มีเยื่อใย แต่จริงๆแล้วอีกฝ่ายแค่อายเกินกว่าจะพูดคำหวานตอบมาต่างหากล่ะ... มิกกี้~~ ถ้านายไม่รีบเคลียร์เรื่องจิเฮให้จบแล้วทำให้คนน่ารักของนายต้องคิดมากจนหงอยไปอีกครั้ง นายะต้องตำหนิตัวเองอย่างแรงเลยนะรู้ตัวมั้ย...

มิกกี้รักมินนี่มากเลยนะ รักที่สุดในโลกเลย^0^

........ รู้แล้วล่ะน่า...........////////////////

เพราะงั้นพรุ่งนี้ สิ่งที่นายจะต้องทำเป็นอย่างแรงคืออะไรนายคงจะรู้นะ อย่ามัวแต่มีความสุขเกินไปจนลืมซะละ ไม่งั้นเดี๋ยวเรื่องไม่จบ และมินนี่จะต้องเสียใจขึ้นมา ก็อย่ามาหาว่าคนเขียนไม่เตือนก็แล้วกัน~

++++++++++++++++++

ขณะเดียวกันนั้น ที่ห้องนอนของแมกซ์ ฮีโร่ก็กำลังหลับสบายโดยมีนายริกกี้นอนขดตัวเป็นลูกหมาน้อยอยู่ข้างๆ แต่ทั้งสองคนน่ะ ลืมไปรึเปล่าว่ารีบร้อนกลับบ้านมาเพราะอะไร ไม่ใช่ว่าเพราะมีเรื่องสำคัญจะบอกมิกกี้กันเหรอ?