Paranoid - Case 08.1

posted on 29 Jan 2008 22:19 by ichinofix  in Paranoid

ichi's Note ==>

นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาแต่อย่างใด อ่านกันได้ไม่ต้องกลัวอิชิโพสเรื่องอื่นหลอกคับ ^^ ไว้เจอกันหลังอ่านตอนที่ 8 จบน้า ใครที่ลืมเนื้อเรื่องเก่าๆแล้วก็ย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าๆได้น่อ >_<

 

Title :: Paranoid
Case :: 08.1
Author ::
ichi
Fandom :: Super Junior & DBSK
Pairing :: ???
Rating :: PG-13
Genre :: Love Comedy
Note :: ichi's original weird Pairing XD

 

 

Paranoid - Case 08.1

“ทำใจพอรึยังครับพี่ฮยอคแจ” คยูฮยอนถามพร้อมกับก้มหน้าลงไปมองใบหน้าซีดเซียวของร่างบางที่นั่งหน้าเครียดอยู่บนม้านั่งตรงโซนที่นัดเจอข้างๆทางเข้าสวนสัตว์

“รู้คำตอบแล้วก็อย่าถามให้เปลืองน้ำลายตัวเองเลยน่ะ” ฮยอคแจตอบเรียบๆก่อนจะเหลือบมองซ้ายขวาและก็กลับมานั่งกอดตัวเองตัวกลม

ตั้งแต่กึ่งลากกึ่งฉุดให้พี่ฮยอคแจหลวมตัวเข้ามาในสวนสัตว์กับเขาได้แล้ว พี่ฮยอคแจอยู่ๆก็งอแงจะมานั่งพักตรงม้านั่งตัวนี้ และตั้งแต่เข้ามา นี่ก็ผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งชม.แต่พี่ฮยอคแจก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมลุกไปไหนเลย ที่ว่ากลัวโคอาล่าน่ะ จริงๆแล้วพี่ฮยอคแจกลัวรุนแรงจนร่างกายก็อ่อนแอลงได้ขนาดนี้เลยเหรอ

“ถ้ารู้สึกไม่ดีขนาดนั้นเรากลับกันมั้ยครับ” คยูฮยอนถามด้วยความเป็นห่วงพลางนั่งยองๆลงตรงหน้าฮยอคแจ เลื่อนมือขึ้นไปทาบเบาๆบนฝ่ามือของฮยอคแจที่อีกฝ่ายค่อยๆคลายออกตามแรงจับบางเบาของคยูฮยอน

ทั้งๆที่ใจจริงเขาอยากจะพยักหน้าตอบคำถามนั้นและก็พาตัวเองออกไปจากสถานที่ที่กำลังทำให้เขาขนลุกซู่จนแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขาก็ไม่อยากจะปล่อยให้ตัวเองต้องติดอยู่กับโรคกลัวเจ้าโคอาล่าบ้าๆนี้อีกต่อไป หลังจากที่ต้องอดข้าวมาเกือบสามวันเต็มแล้วน่ะ เขาก็นึกโกรธเจ้าโคอาล่าบ้านี่ขึ้นมาจนเขาอยากจะไปยืนด่ามันซะให้หนำใจถ้าไม่ติดว่าเขาคงจะต้องตายทันทีที่เจอหน้ามันและโดนมันพ่นน้ำลายใส่ซะก่อนล่ะก็นะ

“ถ้ากลับไปทั้งๆแบบนี้มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงน่ะสิ” ถึงปากจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ตอนนี้ฮยอคแจก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากจากการนั่งนิ่งๆอยู่บนม้านั่งแบบนี้ซักเท่าไหร่หรอก

“ถ้าพี่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างแรกเลยพี่ฮยอคแจก็ต้องลุกขึ้นเดินไปรอบๆสวนสัตว์กับผมนะ นั่งเฉยๆอยู่แบบนี้น่ะ นานแค่ไหนพี่ก็ยังคงจะกลัวโคอาล่าอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ” คยูฮยอนแนะนำอย่างสุขุมราวกับว่าตัวเขาเองนั้นเป็นคุณหมอประจำตัวฮยอคแจไปแล้ว

“เรื่องนั้นชั้นก็รู้... แต่... โว้ยยยยยยยยยยย ก็ให้ทำไงได้เล่า ก็คนมันเข่าอ่อนจนลุกไม่ขึ้นนี่หว่า~~ นายไม่ลองมาเป็นชั้นมั่งล่ะที่ต้องมานั่งขนลุกอยู่ในสถานที่ที่ตัวเองไม่เคยคิดอยากจะย่างเท้าเข้ามาเลยน่ะห๊ะ เจ้าหม้อหุงข้าวงี่เง่า~~~”

“ลุกขึ้นแล้ว~~”

“ห๊ะ...”

ฮยอคแจขมวดคิ้วมองคยูฮยอนที่กำลังนั่งปรบมือแปะๆอยู่ตรงหน้าเขา และพอเขาก้มลงมองตัวเองเขาก็เห็นว่าตัวเองน่ะลุกขึ้นยืนได้โดยไม่รู้สึกเข่าอ่อนอีกต่อไป ก็มัวแต่โมโหที่เจ้าคยูฮยอนเอาแต่พูดเสียงนิ่มเหมือนเขาเป็นเด็กผู้หญิงบอบบางแล้วยังจะมาทำเป็นสอนนู่นนี่เขาทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ใช่คุณหมอยูชอน พอโกรธจี๊ดขึ้นมาเขาก็เลยหงุดหงิดจัดจนลืมความรู้สึกกลัวเจ้าโคอาล่านั่นไปซะสนิท

ฮึ่ยยยยย ไม่อยากยอมรับเรื่องที่ตัวเองต้องให้เจ้าหม้อหุงข้าวนี่คอยช่วยเลย ให้ตายเหอะ...

“ไหนๆก็ลุกขึ้นได้แล้ว งั้นเราเดินไปข้างในกันมั้ยครับพี่ฮยอคแจ” คยูฮยอนลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นแขนไปด้านหลังเพื่อบิดขี้เกียจ

“ฝันไปเหอะว่าชั้นจะเดินเข้าไปหาเจ้าโคอาล่านั่นน่ะ” ฮยอคแจสะบัดหน้าฉึบ พูดด้วยเสียงหนักแน่นโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะฟังดูไร้สาระเพียงใด

“อ้าว แล้วไหนเมื่อกี้ยังพูดว่าอยากจะเปลี่ยนตัวเองอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ” คยูฮยอนย้อนถามเสียงใส

“ชั้นเปลี่ยนใจแล้ว จะกลัวโคอาล่า ตกงานจนกระเป๋าแห้ง อดข้าวจนตายกันไปข้างนึงเลย” ส่วนฮยอคแจก็ตอบกลับอย่างหนักแน่น แววตาสุดมุ่งมั่นนั้นก็ทำเอาคยูฮยอนหน้าเสีย

“ไม่ได้นะพี่ฮยอคแจ พี่จะคิดอย่างนั้นไม่ได้นะ”

“ทำไมชั้นจะคิดไม่ได้ ชีวิตชั้นชั้นก็ต้องตัดสินใจเองสิ”

“แต่ถ้าพี่ตายไปผมคงต้องเสียใจจนอยู่ไม่ได้แน่ๆอ่ะ เพราะงั้นชีวิตของพี่ผมจะช่วยตัดสินใจด้วย และอย่างแรกเลยก็คือพี่ห้ามล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองไม่ให้กลัวโคอาล่านะฮะ”

พูดไปพูดมามือเรียวทั้งสองข้างของฮยอคแจก็ถูกคยูฮยอนบีบเอาไว้แน่นพร้อมกับดวงตากลมโตที่มองตรงมายังเขาด้วยความแน่วแน่เต็มเปี่ยม นี่นายไม่ได้รู้สึกเลยเหรอว่าตัวเองเพิ่งจะพูดอะไรสุดเลี่ยนจนใครบางคนตรงนี้เค้าอยากจะอาเจียนใส่หน้านายเต็มทนถ้าไม่ติดที่ว่าเค้าเสียดายเนื้อย่างที่พึ่งได้กินเข้าไปน่ะ

“นายเนี่ยสะเหร่อได้อย่างมั่นใจดีจังเลยเนอะ” ฮยอคแจพูดพลางก้มหน้าลงถอนหายใจ ไม่รู้จะสะบัดมือตัวเองออกมายังไงเพราะเจ้าเด็กบ้าตรงหน้านี่จับแน่นยังกะมือติดกาวตราช้างยังไงยังงั้นแหละ

“ก็แค่เฉพาะกับเรื่องของพี่ฮยอคแจเท่านั้นแหละครับ”

ไม่รู้เป็นเพราะน้ำเสียงมั่นใจ รอยยิ้มอ่อนโยนหรือสัมผัสแนบแน่นของฝ่ามือที่ยังจับแน่นอยู่ที่มือทั้งสองข้างของเขา แต่ประโยคนั้นของคยูฮยอนก็ทำให้ฮยอคแจรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด

ทั้งๆที่เจ้าเด็กตรงหน้าก็ไม่ใช่หมอ เป็นเพียงแค่พนักงานต้อนรับที่ถูกส่งตัวมาแทนคุณหมอยูชอน เป็นเพียงคนที่ไม่มีความรู้ในการรักษาโรคอะไรเลย จะมีก็แค่ความรู้สึกร้อนแรงที่ว่า “ผมชอบพี่ฮยอคแจนะ” เท่านั้นแหละที่เหมือนจะเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้

แต่ก็คงจะเป็นเพราะเหตุผลง่ายๆแค่นั้นแหละที่ทำให้ความรู้สึกหวาดระแวงที่เขามีมาตั้งแต่เมื่อครู่ค่อยๆมลายหายไปทีละน้อยๆ จนกลายเป็นว่าการยืนกันอยู่เฉยๆตรงหน้าม้านั่งนี้ ชักจะดูเป็นการเสียเวลาทำมาหากินไปซะหน่อยแล้ว

“ปากเก่งซะขนาดนั้นก็ปกป้องชั้นจากเจ้าโคอาล่าผีนั่นด้วยแล้วกัน” ในที่สุดฮยอคแจก็ยอมเอ่ยปากพร้อมกับยิ้มบางๆให้คยูฮยอน ก่อนจะเริ่มเดินโดยยังจับมือของฮยอคแจไว้ด้วยมือซ้าย

อย่างน้อยเขาก็ต้องยอมรับว่าความอบอุ่นที่ฝ่ามือนี้ทำให้เขาสงบใจลงได้มากจริงๆ

คยูฮยอนมองมือของเขาที่พี่ฮยอคแจจับเอาไว้ขณะที่เขาเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าและก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“ได้เลยครับ ผมจะปกป้องพี่ฮยอคแจจากพวกโคอาล่าด้วยชีวิตเลยครับ”

“ไม่ได้นะ”

“เอ๊ะ...” คยูฮยอนยิ้มค้างอย่างเก้อๆ ทั้งๆที่นึกว่าเขากับพี่ฮยอคแจกำลังคิดอะไรที่มันคลิกกันแล้ว แต่ไหงอยู่ๆเขาถึงถูกพี่ฮยอคแจขึ้นเสียงใส่ซะงั้นล่ะเนี่ย

“ถ้านายตายไปชั้นก็ไม่มีสารถีคอยปกป้องแล้วเด่ะ ไม่ได้ อย่างมากก็เจ็บเจียนตาย แต่นายห้ามตายก่อนชั้นเข้าใจมั้ย” ฮยอคแจพูดกับคยูฮยอนด้วยสีหน้ามุ่งมั่น โดยไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าคำพูดแปลกๆของเขานั้นทำให้เจ้าเด็กห้าขวบที่กำลังจะเดินไปซื้อไอติมถึงกับต้องหยุดฟังพี่ชายสองคนนี้พูดด้วยความสนอกสนใจว่าเขากำลังพูดถึงเกมส์อะไรกันอยู่ ที่สวนสัตว์นี้น่ะ มีเกมส์เซ็นเตอร์ด้วยงั้นเหรอ

และก็แน่นอนว่าเมื่อฮยอคแจรู้สึกตัวว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมฟัง เขาก็หันไปแยกเขี้ยวใส่ทันที และเขาก็ต้องมารู้ทีหลังว่าตัวเองเพิ่งจะทำให้เด็กอนุบาลสุดที่รักของตนวิ่งจ้ำอ้าวออกไปด้วยความตกใจ ส่วนตัวเขาเองก็ถูกคยูฮยอนหัวเราะเยาะเข้าให้

“อ... อะไรเล่า ที่ชั้นพูดมันแปลกนักรึไง ทั้งนาย ทั้งเจ้าเด็กนั่นเลย...”

“ไม่แปลกหรอกครับ”

“งั้นทำไม...”

“ผมก็แค่คิดว่าพี่ฮยอคแจเนี่ยรักเด็กจริงๆเลยนะ ถึงได้ลงทุนทำถึงขนาดนี้ ถ้าผมเด็กกว่านี้ได้ซักสิบปีก็คงจะดีนะ”

ฮยอคแจเลิ่กคิ้วมองคยูฮยอนที่กำลังยิ้มหวาน “เพื่อ...?”

“เพื่อที่จะได้รับความรักจากพี่ฮยอคแจอย่างไม่ต้องพยายามอะไรมั่งไงฮะ น่าอิจฉาเด็กๆพวกนั้นจริงๆเลยน้า~~”

“... ถึงนายจะเด็กลงซักกี่ปี ชั้นก็ไม่รักนายหรอก เจ้าหม้อหุงข้าว ...”

ถึงปากจะว่าออกไปแบบนั้นแต่ฮยอคแจก็ยังคงจับมือของคยูฮยอนเอาไว้และก็เดินตามคยูฮยอนไปอย่างว่าง่าย ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าสถานที่ที่เจ้าหม้อหุงข้าวสุดซื่อคนนี้จะพาเขาไปคือที่ไหน เขาก็ไม่ได้ยื้อหรือร้องขอพักแต่อย่างใด

เพราะในตอนนี้ สัมผัสอบอุ่นที่มือซ้ายมันกำลังค่อยๆแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของชายที่เกือบจะได้อดข้าวตายหลังจากไม่ได้กินอะไรเลยมาสามวันติด ตอกย้ำให้เขาได้รับรู้ถึงความสำคัญของการมีอยู่ของตัวเขาเอง และเหตุผลหลักที่สำคัญที่สุดที่เขาจะต้องหายจากอาการกลัวโคอาล่าแปลกๆของตัวเอง

เหตุผลง่ายๆที่ดังซ้ำขึ้นมาในหัวของเขาด้วยเสียงง้องแง้งของเด็กหนุ่มอายุเกือบยี่สิบปีที่พูดว่า... พี่ตายไปผมคงต้องเสียใจจนอยู่ไม่ได้แน่ๆอ่ะ แค่นั้นเองล่ะ...


=======  Paranoid  =======


“งั้นเดี๋ยวชั้นเข้าไปดูยูชอนหน่อยนะ” จองซูพูดขึ้นหลังจากที่เขาหลวมตัวนั่งดูทงเฮเล่นเกมส์มาได้พักหนึ่ง
เมื่อได้ยินประโยคของอีกฝ่าย ทงเฮรีบกดหยุดเกมส์ที่ตัวเองเล่นค้างไว้ที่หน้าจอคอม หมุนร้อยแปดสิบองศามากอดหมับที่เอวบางของคุณหมอที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเพราะอ้างว่าเสียเวลาศึกษาข้อมูลคนไข้

“อยู่เล่นกะผมก่อนดิ๊ วันนี้ไม่มีคนไข้เลย ผมว่างงานเกินไป เหงาอ่ะพี่จองซู”

จองซูก้มลงมองลูกลิงที่กำลังเกาะเอวเขาด้วยสายตาของหมอเวลามองไส้ติ่ง เขาอดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงจะต้องใจดีขนาดเก็บเจ้าเด็กที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อยคนนี้ให้เข้ามานั่งเล่นคอมในคลีนิคของเขาสบายๆแถมเขายังต้องจ่ายค่าจ้างให้อีกต่างหาก อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบแล้วยังจะมานั่งง้องแง้งงอแงว่าไม่มีคนเล่นด้วย หรือว่าจริงๆแล้วหมอนี่ก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจกันเนี่ย

“ถ้าเหงานักก็เอาประวัติคนไข้มาเก็บข้อมูลเข้าคอมสิ”

“ผมพิมพ์คอมไม่เก่ง”

“งั้นก็ไปเอาไม้ปัดฝุ่นมาปัดกวาดรอบคลีนิคซะหน่อยก็ได้”

“ผมแพ้ฝุ่น”

“งั้นไปชงชา เตรียมน้ำไว้เผื่อคนไข้คนอื่นที่อาจจะเข้ามาตรวจป่ะ”

“ชาที่ผมชงอ่ะไม่อร่อยหรอก...”

ยิ่งตอบทงเฮก็ยิ่งซุกหน้าลงกับเอวบางของจองซูจนข้างเอวของคุณหมอหนุ่มจะมีรอยจมูกของเข้าลิงฝังอยู่ซะแล้ว แต่คุณหมอจองซูที่ขับรถสปีดเต่าคลานก็ใช่ว่าจะเป็นคนใจเย็นเหมือนเต่าที่มีชีวิตอืดอาดยืนยาดอยู่ได้เป็นร้อยๆปีโดยที่ไม่แคร์สิ่งแวดล้อมรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหรอกนะ ไอ้เสียงแง้วๆของเข้าปลิงที่เกาะเขาอยู่ตอนนี้น่ะ... กำลังทำให้ลิมิทความอดทนของเขาลดฮวบลงเรื่อยๆ...

“งั้นนายทำอะไรได้มั่ง”

“เล่นเกมส์ไง ที่พี่ยืนดูอยู่จนถึงเมื่อครู่นี้น่ะ”

และด้วยรอยยิ้มใสซื่อของเจ้าลิงทงเฮ ปรอทความอดทนของจองซูก็ระเบิดบึ้ม พอกันที ไอ้น้องชายงี่เง่า~~

“โอ๊ย พี่จองซูดีดผมทำไม แล้วจะดีดทั้งทีทำไมไม่ตัดเล็บก่อนเล่า ถ้าเกิดหน้าผากของผมมีรอยแผลจากเล็บของพี่ขึ้นมาก็เสียโฉมกันหมดดิ” ทงเฮบ่นพลางส่องหน้าผากตัวเองกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีเงาสะท้อนสุดจะเจือจาง

เอากะเค้าสิ โดนดีดมะกอกไปก็ยังมีหน้ามาบ่น นี่คงจะไม่ได้เอะใจเลยสินะว่าทำไมตัวเองถึงโดนดีด คงไม่ได้คิดเลยสิว่าตัวเองทำอะไรผิดน่ะ

“อะ... อ้าว แล้วนั่นพี่จะไปไหนอ่ะพี่จองซู อย่าทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวดิ๊~”

“นายไม่ใช่แจจุงเพราะงั้นอย่ามางอแงงี่เง่าน่ะ” อยู่ๆจองซูก็ขึ้นเสียงกลับทำเอาทงเฮที่กำลังเตรียมตัวจะอ้อนพี่ใหญ่ถึงกับนั่งหน้าเหรอหราไปชั่วขณะ

“ขั้นขอออกคำสั่งในฐานะเจ้าของคลีนิคนี้และในฐานะคนที่ออกเงินเดือนให้นายให้นายอยู่เฝ้าเคานเตอร์ตอนที่ทุกคนไม่อยู่ ถ้าชั้นออกมาแล้วไม่เจอนาย เงินเดือนเดือนนี้ของนายโดนชั้นหักแน่” ร่ายยาวจบจองซูก็เดินไปที่หน้าห้องของยูชอน และเขาก็ไม่ลืมที่จะหันมาทำหน้าโหดใส่เจ้าลิงพร้อมกับถามกำชับว่า “คำตอบล่ะ”

“ค... คับผม...” เมื่อทงเฮตอบเสียงหงอยกลับจองซูถึงถอนหายใจเล็กน้อยอย่างโล่งใจก่อนจะเดินเข้าห้องตรวจของยูชอนไป

ภายนอกบริเวณต้อนรับ ตอนนี้ทงเฮก็ยังคงนั่งอึ้งกับบุคลิคพี่ชายสุดเฮี้ยบที่เขาไม่ค่อยจะได้เห็นของพี่จองซู เด็กหนุ่มเอามือมาวางบนเข่าทั้งสองข้างและก็ใช้ขาหมุนเก้าอี้ล้อไปมาซ้ายขวาแก้เก้อ จนเวลาผ่านไปสองนาที ลิงน้อยก็ไอเดียบรรเจิดปิ๊งจบแทบจะเห็นหลอดไฟนีออนโผล่ของมาจากผมสีน้ำตาลเข้มของเขา

“พี่จองซูบอกว่าถ้าออกมาแล้วไม่เห็นเราพี่จองซูถึงจะตัดเงิน เพราะงั้นถ้าเราเข้าไปหาพี่แจจุงแล้วออกมาก่อนพี่จองซูจะออกมาจากห้องของพี่ยูชอน เราก็จะไม่ถูกตัดเงิน ใช่ๆ เพราะงั้นนายต้องรีบทำเวลานะทงเฮ จะมัวมานั่งเหม่ออยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว โอ้ เล็ท-สะ-โก~~”

และด้วยเสียงตะโกนเบาๆกับตัวเองนั้น ทงเฮก็วิ่งร่าเข้าห้องตรวจของแจจุงไปโดยไม่ได้หวั่นเกรงคำพูดของจองซูเลยแม้แต่นิดเดียว


=======  Paranoid  =======


ภายในห้องตรวจของแจจุง ก่อนที่ทงเฮจะเข้ามาได้ประมาณห้านาที คุณหมอผมทองนั่งเอามือเท้าคางขณะที่เขากำลังอ่านข้อมูลส่วนตัวของฮีชอลที่เจ้าตัวกรอกให้เขาเมื่อครู่เพื่อที่เขาจะได้ทำความเข้าใจในตัวคนไข้มากขึ้น แต่ข้อมูลพื้นๆที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิสดารก็ไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้นซักเท่าไหร่

“ผมสีทองของคุณหมอเนี่ยช่างเป็นประกายรับกับผิวสีขาวอมชมพูกับดวงตาสีฟ้านิลมากเลยนะครับ”

จะมีก็แค่ไอ้คำบรรยายภาพลักษณ์ของเขาที่ฮีชอลพูดขึ้นมาเป็นระยะๆเนี่ยแหละที่เรียกให้เขาเหลือบสายตาขึ้นไปมองคนไข้ตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาอ่านข้อมูลตรงหน้าต่อเพราะสายตาที่อีกฝ่ายจ้องเขาอยู่นั้นมันดูลึกซึ้งจนเขาอดขนลุกขึ้นมาไม่ได้

“ได้คุณหมอมาช่วยตรวจให้ผมเนี่ย ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจมากเลยนะครับ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีโรคประหลาดอะไรติดตัวเลยนะครับ”

“นั่นแหละที่เป็นปัญหา”

แจจุงละสายตาจากแผ่นกระดาษตรงหน้าขึ้นมามองฮีชอลที่เอียงคอเล็กน้อยแสดงออกถึงความไม่เข้าใจในคำพูดของแจจุง

“การกระทำของคุณที่มีต่อคนอื่นน่ะ จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเพียงเพราะเหตุผลบางอย่างที่อาจจะเป็นเพราะหน้าตาของเค้าไม่ถูกใจคุณ หรือคนๆนั้นมีอะไรบางอย่างที่ขัดหูขัดตาคุณ และในทางกลับกัน...”

“นั่นมันไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรเลยนี่ครับ”

ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้อธิบายจนจบฮีชอลก็พูดแทรกขึ้นมาพร้อมดวงตากลมโตที่มองไปยังแจจุงราวกับเด็กอินโนเซ้น

“คนรูปร่างหน้าตาดีมีเสน่ห์สมองเป็นเลิศแบบผมน่ะ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุยกับคนที่แค่มองก็รู้สึกเปลืองสายตาหรอกครับ”

น้ำเสียงเรียบเฉยที่พูดโดยไม่ได้รู้สึกถึงความผิดแปลกในฐานความคิดของตนยิ่งทำให้แจจุงต้องกุมขมับ ชักจะรู้สึกว่าตัวเองหาเหาตัวใหญ่เป้งใส่หัวที่เต็มไปด้วยผมสีทองเป็นประกายรับกับผิวสีขาวอมชมพูกับดวงตาสีฟ้านิลตามที่ฮีชอลว่าซะแล้วสิ

“การที่คุณพูดแบบนั้นได้โดยที่...”

“พี่แจจุงมีงานให้ผมช่วยมั้ยค้าบบบ”

และแล้วแจจุงก็โดนขัดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง แถมคราวนี้คนที่ขัดเขายังเป็นคนที่บุกเข้าห้องของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตแถมยังร้องหางานแบบไม่ได้รับเชิญซะด้วย

“นายจะเข้ามาทำไมน่ะเจ้าลิง ถ้าป่วยก็ไปหาสัตว์แพทย์ซะสิ” ด้วยปฎิกิริยาตอบรับส่วนตัว ฮีชอลรีบยกเก้าอี้ของตัวเองย้ายไปนั่งข้างแจจุงทันที

“ผมไม่ได้ป่วย แล้วผมก็ไม่ใช่ลิง เมื่อไหร่พี่จะเลิกหยาบคายกับผมซะทีนะ” ถึงจะเป็นประโยคที่สุภาพ แต่พอทงเฮเป็นคนพูดทำไมแจจุงถึงได้รู้สึกเหมือนมันเป็นคำพูดประชดยังไงก็ไม่รู้สิน้า

“ชั้นไม่ได้หยาบคาย ชั้นก็แค่พูดตามสิ่งที่ชั้นเห็น และชั้นก็ไม่ได้สายตาสั้นอะไรด้วย” ฮีชอลเถียงกลับพร้อมกับเชิดหน้าหนีทงเฮหันไปคุยกับแจจุงต่อ “คุณหมอแจจุงไล่เจ้าลิงนี่ออกไปทีสิครับ เค้าเข้ามาขวางการทำงานของคุณหมอไม่ใช่เหรอ”

“ว่ายังไง...” ก่อนที่ทงเฮจะได้โวยต่อ แจจุงก็ยกมือขึ้นมาหยุดเขาไว้ ก่อนจะยิ้มบางๆให้ฮีชอล

“ทงเฮเข้ามาน่ะดีแล้ว ผมว่าตอนนี้ผมเข้าใจคุณได้ดีขึ้นเยอะเลยล่ะครับฮีชอล”

“เข้าใจอะไรครับ นี่คุณหมอยังไม่ได้ถามอะไรผมเพิ่มเติมเลยไม่ใช่เหรอ” ฮีชอลถามกลับอย่างสงสัย

แจจุงยิ้มให้ฮีชอลอีกครั้งก่อนจะเริ่มเขียนโน๊ตลงในแฟ้มของฮีชอลโดยมีทงเฮเดินเข้ามาชะโงกหัวดูอยู่ข้างๆ และเขาก็ถูกฮีชอลยกมือขึ้นมาปิดพร้อมกับเหตุผลว่า “ข้อมูลของชั้นลิงห้ามอ่าน”

แจจุงปล่อยให้ฮีชอลกับทงเฮกัดกันไปอีกซักพักโดยที่เขาก็โน๊ตข้อมูลของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เสร็จแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นและก็เตรียมตัวอธิบายแผนการรักษาของตัวเองด้วยสีหน้ามั่นใจ

“ฮีชอล คุณรู้มั้ยว่าโลกนี้น่ะ เปอร์เซนคนหน้าตาดีเมื่อเทียบกับคนธรรมดาแล้วอะไรมากน้อยกว่ากัน”

“คนหน้าตาดีมันก็ต้องมีน้อยกว่าเป็นธรรมดาอยู่แล้วสิครับ เทียบเอาก็เหมือนดารากับจำนวนแฟนเพลงนั่นแหละ”

แจจุงอดที่จะคิดไม่ได้ว่าคนหน้าตาดีสำหรับฮีชอลคงจะมีน้อยแสนน้อย แต่คนหน้าตาธรรมดาที่ตัวเขาไม่อยากจะสนใจน่ะ ดูท่าจะมีเยอะจนเกลื่อนเลยล่ะ

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น คุณก็ควรจะเปลี่ยนแปลงตัวเองนะครับ”

“ทำไมผมถึงต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ”

“ถ้าให้ผมลองเป็นคุณผมว่าวันๆนึงของผม ผมคงต้องเหนื่อยกับการเมินคนรอบกายมากกว่าจะมานั่งมีความสุขกับชีวิตแน่ๆ ถึงจะไม่อยากสนใจ แต่เปอร์เซนของคนธรรมดาในสายตาคุณก็คงจะมากจนแค่จะเมินก็พาลจะทำให้ตัวคุณเองหงุดหงิดได้แล้ว ใช่มั้ยครับ”

แจจุงจบประโยคด้วยรอยยิ้มมั่นใจหลังจากที่เขาเห็นฮีชอลทำหน้าหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆที่ได้ยินความเห็นของเขา ซึ่งก็แปลว่าตัวเขาเองพูดตรงเป๊ะแทงใจดำคนไข้คนนี้ได้ทุกดอกเลยล่ะ

“แล้วคุณหมอจะให้ผมเปลี่ยนอะไร ผมต้องลดตัวลงไปสนใจคนที่ไม่มีอะไรดีอย่างเจ้าลิงเนี่ยน่ะเหรอ”

เมื่อฮีชอลส่งสายตาจิกๆไปทางทงเฮ เจ้าลิงที่กำลังนั่งฟังพี่แจจุงพูดอย่างตั้งใจก็ถึงกับคิ้วกระตุก และก่อนที่แจจุงจะได้ห้ามเขา ทงเฮก็ลุกพรวดขึ้นมาชี้หน้าฮีชอลพร้อมกับว้ากเสียงดังอย่างสุดจะทน

“โอ๊ยยยยยย คนอุตสาห์จะไม่สนใจแล้วนะ แต่ทำไมพี่ถึงพูดดีๆกับคนอื่นเค้ามั่งไม่ได้นะ คำก็ลิง คำก็จืด พี่คิดว่าตัวเองเป็นเทวดามาจากไหนงั้นเหรอถึงมีสิทธิ์ออกปากว่าคนนู้นคนนี้แบบไม่สนใจจิตใจคนอื่นเค้าเลยน่ะ แล้วพี่คิดว่าตัวเองมีอะไรดีนักเหรอไง ผอมบางอ้อนแอ้นผมยาวอย่างกับผู้หญิงแบบนั้นน่ะ”

ฮีชอลพ่นลมหายใจออกมาอย่างทนไม่ได้ที่ถูกเจ้าลิงชี้หน้า และเขาก็ไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นเถียงทงเฮทันที “ชั้นเป็นผู้ชายที่หน้าตาสวยราวกับผู้หญิง เพราะงั้นชั้นถึงเป็นยูนิเซกที่เพอร์เฟคต่างหากเล่า”

ทงเฮขมวดคิ้ว “ยูนิอะไรนะ ยูนิคอร์นเหรอ เป็นม้ามีเขาแบบนั้นมันมีอะไรให้เบ่งกันน่ะ พี่ต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆถึงพูดจาไม่เป็นภาษาคนซะขนาดนั้น”

“เป็นแค่ลิงจ๋ออย่ามาเล่นลิ้นกับชั้นนะ” ฮีชอลลุกขึ้นมากระทืบเท้าอย่างขัดใจ แต่ทงเฮก็ดูจะไม่สะทกสะท้านอะไรเท่าไหร่

“เป็นแค่ลิงแล้วทำไม พี่ก็เป็นแค่ม้ามีเขา เราสองคนก็เหมือนๆกันล่ะน่า” เด็กหนุ่มพูดแล้วก็ยกมือขึ้นมากอดอก แสยะยิ้มมองไปยังอีกฝ่ายที่เตรียมท่าจะเข้ามาตั้นหน้าเจ้าเด็กปากดีคนนี้ซักหมัด ถ้าเขาไม่ถูกแจจุงลุกขึ้นมาขวางไว้ซะก่อนนะ

“เอาล่ะ การทะเลาะพอแค่นี้ ทงเฮนายหนวกหูพอแล้ว เพราะงั้นออกไปได้แล้วล่ะ” แจจุงหันไปยิ้มหวานไล่ทงเฮที่ทีแรกเหมือนจะมีประโยชน์แต่ไปๆมาๆก็กลายเป็นสร้างปัญหา สมกับที่เป็นเด็กพาร์ทไทม์ที่ทำให้ยูชอนต้องกุมขมับจริงๆ

“คร้าบบบบ ผมเองก็เบื่อจะทะเลาะกับพี่สาวคนสวยยยยยยยยยคนนี้แล้วเหมือนกันครับ” ทงเฮลากเสียงยาวเน้นคำที่เขาประชดอย่างตั้งใจก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจดินสอกดที่ฮีชอลตั้งใจจะเล็งเข้าที่กลางกระหม่อมของอีกฝ่ายแต่มันดันเบี้ยวไปข่วนกำแพงห้องซะนี่

และก่อนที่ฮีชอลจะได้อ้าปากบ่นทงเฮกับแจจุงต่อ คุณหมอคนสวยของเราก็ผายมือไปทางเก้าอี้ข้างๆเขา พูดเสียงนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนแต่ก็แฝงความสุขุมเยือกเย็นไว้จนตัวฮีชอลเองก็ไม่สามารถที่จะทำอย่างอื่นได้นอกจากนั่งลงเงียบๆ

ผลประมวลสภาพจิตของฮีชอล ชายผู้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองนั้นมีความผิดแปลกส่วนบุคคล กับคนที่คิดว่าตัวเองนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟคคนนั้น คุณหมอแจจุงจะมีวิธีรับมือยังไงกันนะ...
 

To Be Con ==> Case 08.2

 

 

ichi's Talk ==>

ใครอยากคอมเม้นก่อนไปอ่านต่อก็เชิญได้เลยนะค้าบบบบ XD

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีใจมากๆเลยค่ะ ที่มาอัพแล้ว รอนานมากเลย แต่เชื่อค่ะว่า พี่อิชิต้องไม่ทำให้เราผิดหวังแน่นอน จะคอยเป็นกำลังใจให้นะค่ะ ขอขอบคุณพี่มากๆค่ะ รักพี่ เป็นแฟนคลับพี่เลยล่ะค่ะ ดีใจที่เป็นคนแรกที่เม้น ติดตามตั้งแต่ Every
Think แล้ว และช็อตฟิกต่างๆ อ่านมาหมดเเล้วค่ะ รักพี่นะค้า

#1 By 1412 จอมโจรคิดส์ (125.27.251.94) on 2008-01-30 15:57

พี่อิชิแอบเอามาลงตั้งกะม่ะไหร่คะเนี่ย

พอดีมันไม่ขึ้นหน้าใหม่ให้อ่ะเลยไม่เห้น

เพิ่งสังเกตุทางฝั่งขวาว่ามีตอนใหม่มาแหะๆ

สรุปเจ๊ฮีชอลเป็นโรคประหลาดอีกคนซะงั้นเนาะ

แล้วหมอแจจุงจะทำยังไงน้อ

#2 By luv-kat (58.9.121.44) on 2008-02-02 20:31

อ๊า ฮยอกแจหลงกลเด็กซะแล้ว วว
เด็กเจ้าเล่ห์แบบคยูฮยอนน๊ะ

ฮ่า ๆๆ

ทงแฮ ~~ ว่างงานขนาดนั้น น
ว่างก็ต้องทำงาน แต่ด๊องทำไม่เป็นซักอย่างง
เหอะ ๆ = =^ ไปหาคิบอมเลยไป๊ ;P

#3 By MaToOm :))* on 2008-02-10 09:48