Paranoid - Case 07.2
posted on 21 Oct 2007 15:18 by ichinofix in Paranoidichi's Note ==>
การโพสฟิคแต่ละทีนี่มันเหนื่อยจังงงงงงงงง

Title :: Paranoid
Case :: 07.2
Author :: ichi
Fandom :: Super Junior & DBSK
Pairing :: ???
Rating :: PG-13
Genre :: Love Comedy
Note :: ichi's original weird Pairing XD
Paranoid - Case 07.2
“ที่นี่เหรอ... Paranoid” ร่างโปร่งพูดขึ้นมาเบาๆขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อคลีนิกตรงหน้า สถานที่ที่เขามาตามแผนที่ในใบแปะประกาศที่เขาขอคุณตำรวจแงะออกมาจากบอร์ดนั้นเป็นอาคารสองชั้นที่ดูไม่เหมือนจะเป็นคลีนิกเอาซะเลย ยิ่งถ้าเทียบกับคลีนิกหมอฟันข้างๆด้วยแล้ว ตึกนี้ถ้าให้เขาเดา เขาคงจะเดาว่ามันเป็นที่รับจำนำของจากตลาดมืดล่ะ
“เป็นเด็กใหม่ก็เลยต้องกวาดพื้นงั้นเหรอ... โด่ พี่ยูชอนไม่มีเหตุผลชะมัด ตัวเองไม่อยากกวาดเองก็บอกมาเหอะ ทำเป็นโมโหแล้วก็ไล่ทงเฮคนนี้ออกมากวาดพื้น ทั้งๆที่แดดตอนเช้ามันก็ร้อนจะตายแถมยังไม่ดีต่อผิววัยรุ่นอย่างทงเฮเลยอีกต่างหาก”
สายตาของฮันยองหยุดไปมองเด็กหนุ่มที่เดินบ่นร่ายยาวออกมาจากคลีนิกพร้อมกับไม้กวาดที่เขาเอามาใช้พิงกับข้างกำแพงขณะที่เขากำลังไล่มองหารอยด่างดำบนลำแขนสีขาวของตนเองแบบไม่มีทีท่าว่าจะกวาดพื้นตามที่โดนไล่ออกมาทำเลยแม้แต่น้อย
“พื้นมันก็ไม่ได้สกปรกซะหน่อย แล้วทำไมต้อง... อ๊ะ~!!!!” แล้วอยู่ๆพ่อหนุ่มทงเฮก็ร้องเสียงดังลั่นเมื่อเขาบังเอิญได้สบตากับฮันยองคนที่กำลังยืนมองเขาด้วยสายตามึนงงว่าสถานที่ที่เด็กหนุ่มคนนี้ออกมามันใชคลีนิดแน่เหรอ...
และระหว่างที่ฮันยองยังคงยืนเหม่อด้วยความมึนอยู่นั้นเอง...
“คุณป่วยอะไรเหรอครับ รู้สึกไม่ดีตรงไหนมั้ย ไม่ต้องกลัวนะฮะ คลีนิดของเราเชื่อถือได้ ถึงด้านหน้าจะดูแปลกไปหน่อยแต่ด้านในเรามีแต่หมอฝีมือดีไว้ใจได้เพียบเลยฮะ” ลำแขนเรียวยื่นออกมาจับมือของคนที่เขาพึ่งพบเป็นครั้งแรกอย่างเป็นกันเอง แถมทงเฮก็เปลี่ยนงานตัวเองจากที่เป็นแค่พนักงานพาร์ทไทม์ขึ้นมาเป็นพนักงานต้อนรับประจำคลีนิก แถมยังโฆษณาชวนเชื่ออย่างคล่องแคล่วด้วยข้อมูลที่จริงไม่จริงทงเฮไม่รู้ แต่ถ้าพูดแล้วพี่โย่งคนนี้จะเข้าคลีนิกไปกับเขา เขาก็จะพูดล่ะ
“คนที่มาที่นี่ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้ทุกคนแหละครับ ไม่ต้องกังวลไปนะ ไม่มีใครมองว่าพี่เป็นคนประหลาดที่มาคลีนิกแบบนี้หรอกครับ” และทงเฮก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยรอยยิ้มหวานย้อยพิมพ์ใจที่เขาใช้บ่อยๆตอนทำงานเป็นพนักงานขายที่ร้านมินิมาร์ทแถวบ้าน รอยยิ้มที่ทำให้ลูกค้าสาวๆพากันติดใจทงเฮและก็มุ่งแต่จะมาซื้อของกันตอนที่ทงเฮเข้ากะ จนทำให้ยอดขายของร้านตกฮวบเพราะช่วงเวลาอื่นนั้นแทบจะไม่มีลูกค้าเข้าร้าน และสุดท้าย... ทงเฮก็กลายเป็นเด็กตกงานที่นั่งอิดโรยอยู่หน้าพักตัวเองที่ถูกตัดน้ำตัดไฟตัดแก๊สและเขาก็ถูกจองซูเก็บมาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่คลีนิก Paranoid นี่แหละ
“คุณ... ก็ไม่คิดว่าผมประหลาดเหรอ...” ฮันยองเอ่ยถามเบาๆทั้งๆที่ตัวเองก็ยังแอบตกใจที่ถูกคนแปลกหน้าจับแขนอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่มาก
“ผมว่าพี่เท่ดีออกนะ ไม่เห็นแปลกอะไรตรงไหนเลยครับ” ทงเฮตอบไปตรงๆและเขาก็หันหน้าเขาหาตัวตึก “อะไรที่พี่คิดว่ามันแปลก ไว้เราเอาไปคุยกันข้างในดีกว่านะฮะ”
ฮันยองเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะพยักหน้าเบาๆและก็ยอมเดินตามทงเฮเข้าไปในคลีนิก Paranoid ในที่สุด
“พี่ยูชอน ผมเอาของขวัญมาฝากละ” แวะหยิบไม้กวาดที่พิงกับข้างกำแพงหน้าคลีนิกเสร็จ ทงเฮก็ร้องบอกพี่ชายด้วยเสียงดังฟังชัด เรียกยูชอนที่กำลังรื้อหาแฟ้นของคนไข้ให้หันกลับมาพร้อมกับประโยคคำบ่นที่เขาเตรียมคิดเอาไว้ว่าทงเฮตั้งแต่เขาไล่เจ้าเด็กใหม่ออกไปกวาดพื้น เพราะคนอย่างยูชอนรู้ดีว่าคนแบบทงเฮน่ะ... คนทำอะไรไม่เป็นนอกจาก...
“ของขวัญอะไรของ...” พูดยังไม่ทันจะจบดียูชอนก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อเขาเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นตาของคนที่ยืนอยู่ข้างๆทงเฮ
ไล่ให้ไปกวาดพื้นแต่ไหงเจ้าเด็กใหม่มันถึงกลับเข้ามาพร้อมกับพ่อหนุ่มสูงหล่อหน้าเข้มคนนี้ได้ล่ะ เป็นนายแบบมาจากไหนอีกเหรอ จะมาถามว่าผมแมนมั้ยและทำให้แจจุงหงุดหงิดเขาไปมากกว่าเดิมอีกงั้นเหรอ~~
“คือ... ผมมาตามใบนี่น่ะฮะ” ฮันยองชูแผ่นกระดาษที่เขาแงะมาให้ยูชอนดู และคุณหมอสติแตกของเราก็กลับเข้าสู่โหมดคนปกติได้ในชั่วพริบตา
“ยินดีต้อนรับสู่คลีนิก Paranoid ครับผม ทุกเรื่องที่คุณหวางระแวง ทุกเรื่องที่คุณเป็นกังวล ทุกเรื่องที่คุณวิตกจริต เราสามารถขจัดมันไปได้ เพียงแค่คุณเชื่อใจ และพร้อมจะแก้ปัญหาไปกับเราฮะ” ยูชอนจบคำพูดด้วยการโค้งเล็กน้อยให้ฮันยอง ซึ่งนั่นเป็นท่าทางที่ทำห้ฮันยองอดไม่ได้ที่จะหัวเราะให้กับวิธีพูดกับคนไข้ของคลีนิกแปลกๆนี้ เมื่อกี้เขาก็ว่าพนักงานคนแรกดูแปลกแล้วนะ นี่มาเจอคุณหมอพูดสโลแกนคลีนิกแม่นซะยิ่งกว่าท่องสูตรคูณแบบนี้... คลีนิกนี้นี่น่าสนใจจริงๆนั่นแหละ
“หึหึหึ พนักงานที่นี่ทุกคนดูตั้งใจทำงานกันจังเลยนะครับ” ฮันยองพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ
“ถ้าผมน่ะใช่ แต่หมอนี่น่ะไม่หรอกครับ เมื่อกี้ไล่ให้ออกไปกวาดพื้นหมอนี่ยังไม่ทำเลยครับ” ยูชอนยิ้มตอบฮันยองก่อนจะหันมาแสยะยิ้มใส่ทงเฮคนที่ทำปากป่องใส่ยูชอนกลับทันที
“ก็พี่ยูชอนไม่มีเหตุผลก่อนเองนี่ เรื่องอะไรผมต้องออกไปกวาดพื้นกลางแดดร้อนๆแต่พี่กลับได้ทำงานในห้องแอร์เย็นๆด้วยล่ะ”
ยูชอนยักไหล่แบบไม่คิดอะไรให้ทงเฮ “นั่นเพราะชั้นเป็นหมอ แต่นายเป็นแค่พนักงานพาร์ทไทม์ อีกอย่างพอชั้นให้นายหาแฟ้มคนไข้นายก็บอกเองว่าไม่รู้ว่าคยูฮยอนเรียงไว้ยังไง ชั้นก็เลยต้องไล่นายไปทำงานอย่างอื่นแทนไงล่ะ”
ทงเฮพ่นลมหายใจอย่างเคืองในเหตุผลที่ไม่ว่าจะดูยังไงตัวเองก็เป็นรองพี่ยูชอน แต่ใครจะไปยอมทนถูกว่าเฉยๆได้ล่ะ ถึงทงเฮคนนี้จะไม่ค่อยรู้งาน แต่เรื่องเถียงเพื่อนเรื่องงานน่ะ ทงเฮไม่เป็นรองใครนะจะบอกให้ >0<
“ผมพึ่งมาทำงานวันที่สองเองนี่ จะไปรู้รายละเอียดปลีกย่อยได้ยังไงเล่า”
“ไม่รู้แล้วทำไมไม่ถามคนที่เค้ารู้ล่ะ”
“ก็คยูฮยอนเค้าอยู่ให้ถามมั้ยเล่า พี่ยูชอนดันส่งเค้าไปไหนก็ไม่รู้นี่ แบบนี้ผมผิดรึไงล่ะ”
เถียงไปเถียงมา ทงเฮที่ไม่ได้มีความตั้งใจจะทำงานเลยแต่แค่ไม่อยากจะยอมตกเป็นรองอยู่ฝ่ายเดียวก็กลับกลายเป็นคนที่พูดจาแทงใจดำคุณหมอยูชอนเข้าอย่างจัง
“เออ สรุปชั้นผิดเองที่ชั้นส่งคยูฮยอนไปหาฮยอคแจ สรุปว่าชั้นผิดเองตั้งแต่แรก นายไม่ผิด โอเค...” พูดเสร็จยูชอนก็เดินหน้างอไปที่หลังเคานเตอร์ รื้อหาเอกสารสำหรับพนักงานใหม่ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง สุดท้ายก็หาไม่เจอ และก็กลายเป็นยูชอนต้องเดินไปลื้อพื้นที่ที่ด้านหลังเคานเตอร์ซะงั้นเลย
“เป็นอะไรของเค้านะ อยู่ๆก็งอน... พี่รอแป๊บนึงนะ ขอผมคุยกับคุณหมอของผมแป็บนึงนะฮะ” ทงเฮหันไปบอกให้ฮันยองนั่งรอที่โซฟา ก่อนจะเดินเข้าไปหายูชอนที่ด้านหลังเคาน์เตอร์ และเขาก็เห็นพี่ยูชอนกำลังค้นหาแผ่นกระดาษที่ความจริงมันก็วางอยู่ข้างมือด้านที่พี่ยูชอนใช้ท้าวนั่นแหละ
“พี่ยูชอน เอ้า” ทงเฮยื่นกระดาษแผ่นนั้นส่งให้ยูชอน และก็ถือโอกาสช่วงที่พี่ยูชอนหันกลับมา ถามคำถามต่อไป “พี่โมโหอะไรอยู่รึเปล่าฮะ”
ยูชอนจับกระดาษแผ่นนั้นอย่างเบามือ ก่อนจะถอนหายใจยาวกับอารมณ์ที่ค่อยๆเย็นลง “ชั้นโมโหตัวเอง”
“เอ๋...” ทงเฮขมวดคิ้วให้กับคำตอบนั้นทันที
ยูชอนจ้องมองกระดาษในมือของตัวเอง และเขาก็พูดต่อเบาๆ “ชั้นโมโหตัวเองที่ทำอะไรให้คนสำคัญของตัวเองไม่ได้เลย...”
“คนสำคัญที่ว่า...” ก่อนที่ทงเฮจะได้พูดจนจบ ยูชอนก็ทาบนิ้วชี้ลงที่ริมฝีปากของทงเฮ
“เรื่องนั้น... คิดเหรอว่าชั้นจะบอกนายน่ะ”
ยูชอนจบคำพูดไว้ด้วยการเลื่อนนิ้วขึ้นไปดีดจูกของทงเฮ และเขาก็เดินไปหาฮันยอง
“ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ เดี๋ยวเราเข้าไปคุยเรื่องรายละเอียดอื่นๆกันครับ” ยูชอนในมาดคุณหมอพูดเสียงนุ่ม ผายมือไปทางห้องตรวจห้องประจำของตัวเองก่อนที่เขาจะเดินพาฮันยองเข้าไป
ด้านหลังของประตูที่ถูกปิดไปต่อหน้าต่อตา มีทงเฮยืนมองตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจว่าสุดท้ายแล้ว... ตัวเขาเองน่ะกำลังโดนพี่ทงเฮโกรธอยู่รึเปล่าเนี่ย
“อะไรของเค้า คนสำคัญอะไร... พูดไม่เห็นรู้เรื่องเลยพี่ยูชอน~~~” ทงเฮโวยวายขึ้นมาคนเดียวภายในพื้นที่โล่งกว้างที่ไม่มีใครอยู๋เลยนอกจากเขา
เป็นหมอนี่ดีเนอะ พี่จองซูก็มีห้องส่วนตัว พี่แจจุงก็มีห้องส่วนตัว ขนาดพี่ยูชอนยังมีเลย แล้วทำไมเขาถึงไม่มีมั่งล่ะ เป็นพนักงานพาร์ทไทม์เลยมีพื้นที่แค่ที่หลังเคานเตอร์นั่นเท่านั้นเองเหรอ ไม่เป็นส่วนตัวแถมยังต้องแชร์กับคยูฮยอนอีกต่างหาก สิ่งที่มีเหมือนกันอย่างเดียวก็คงจะมีแค่...
ทงเฮหยุดความคิดลงเมื่อดวงตาสีดำขลับของเขาจับจ้องไปที่เก้าอี้ล้อหมุนคู่อริ
“วันก่อนนายทำชั้นหัวหมุน วันนี้ถึงตาชั้นเอาคืนมั่ง... จะทำให้แกนเสียหมุนไม่ได้อีกเลยคอยดูสิ” พูดแล้วทงเฮก็ทำหน้ามุ่งมั่นเตรียมที่จะก้มลงนั่งประลองกับเจ้าเก้าอี้หมุนตัวเดิมอีกซักตั้ง
แต่ก่อนที่ทงเฮจะได้เริ่มการแก้แค้นนั้น เสียงของใครบางคนก็ตะโกนถามคำแถมแปลกๆขึ้นมา
“ที่นี่ขายพาราเซทตามอลเหรอ”
“หา...” ทงเฮหันหลังกลับไปตามต้นเสียง และเขาก็เห็นใบหน้าเรียวสวยของคนที่เขาไม่รู้จะระบุว่าเป็นหญิงรึชายดี หุ่นก็ดูเหมือนผู้ชายอยู่หรอกนะแต่หน้าหวานซะขนาดนั้นอาจจะเป็นผ็หญิงคัพเอลบก็ได้ หน้าตาก็ดูดีอยู่หรอกแต่ทำตาถลนซะขนาดนั้นทงเฮก็อดกลัวขึ้นมาไม่ได้นะเนี่ย
“ชั้นถามทำไมไม่ตอบเล่า ที่นี่มันที่ไหน ที่ขายพารารึไง”
น่ากลัวแถมยังโหดอีกแน่ะ คนอะไรเนี่ย -- --;;;
“แล้วพี่คิดว่าพี่เข้ามาที่ไหนล่ะ ถ้าอยากซื้อยาพาราผมขายให้ก็ได้นะฮะ พี่จะเอากี่เม็ดเหรอ” ทงเฮพูดพลางเดินไปที่ตู้เก็บยา ยืนมองดูเหล่ายาหลากหลายชนิดในหลายๆบรรจุพันโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าไอ้ยาพาราเนี่ยมันเก็บอยู่ขวดไหนกันแน่ (ขายได้รึเปล่าทงเฮก็ยังไม่รู้เลยเหมือนกัน -- --;; )
ชายหน้าสวยเดินตามทงเฮไปและเขาก็ขึ้นเสียงใส่ทงเฮอย่างหัวเสีย “อย่ามาย้อนคำถามชั้นและชั้นก็ไม่ได้มาซื้อพารา~!!”
ได้ยินดังนั้น ทงเฮก็หันหลังกลับมามองหน้าคนแปลกหน้าคนสวยอีกครั้ง “แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่ล่ะ แต่คุณแม่เค้าสอนไม่ให้ผมคุยกับคนแปลกหน้าซะด้วยสิ”
คุยกับคนแปลกหน้าไม่ได้แล้วนายจะมาเป็นพนักงานต้อนรับทำเบื๊อกอะไรวะ~~
คนสวยคิดในใจอย่างหัวเสียก่อนจะพยายามสงบสติตัวเองและก็ตอบคำถามของทงเฮเสียงเรียบ “ชั้นชื่อฮีชอล และชั้นก็มาที่นี่เพื่อที่จะมาหาฮันยอง”
“แล้วฮันยองนี่ใครกันล่ะครับ ผมว่าผมไม่รู้จักนะ” ทงเฮตอบหน้าซื่อ
“นายอย่ามาโกหก ยูฮวานเป็นคนบอกชั้นเองว่าฮันยองมาที่นี่ แล้วนายจะไม่รู้จักเค้าได้ยังไง อย่างน้อยนายก็ต้องถามชื่อเค้าเอาไว้สิถ้าเค้ามาน่ะ” ฮีชอลตอบร่ายยาวด้วยความโมโห
แต่ทงเฮที่ยืนรับฟังก็เพียงแค่คิดด้วยท่าเอียงคอไปทางซ้ายที่แกน 45 องศาก่อนจะกลับมาทำหน้าตรงใส่ฮีชอลใหม่ “เค้ามาไม่มาผมไม่รู้ แต่ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้จริงๆนะ และผมก็ไม่ใช่คนขี้โกหกด้วยล่ะ”
ฮีชอลยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองในความซวยซ้ำซ้อนที่ทำให้วันนี้เขาเจอแต่คนที่พูดขัดหู จะมีมั่งมั้ย... คนที่คุยแล้วได้เรื่องได้ราวน่ะห๊ะวันเนี้ย~~
“แล้วชื่อยูชอนล่ะ เคยได้ยินรึเปล่า” ฮีชอลท้าวแขนลงกับเคานเตอร์ตรงหน้า ถามโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไร
“อ๋อ ถ้าพี่ยูชอนล่ะก็พึ่งเดินเข้าไปกับพี่ตัวสูงเมื่อครู่นี้เองฮะ” ทงเฮยิ้มร่าเมื่อเขาได้ยินชื่อของคนรู้จัก แถมยังชี้นิ้วบอกทางไปห้องตรวจของยูชอนให้ฮีชอลเสร็จสรรพ
“พี่ตัวสูง? ฮันยองรึเปล่าน่ะ?”
พอโดนถามกลับมาอีกทงเฮก็ได้แต่ส่ายหัวต่อ “พี่ตัวสูงเค้าไม่ได้แนะนำตัว ผมไม่รู้หรอกฮะ พี่ก็อย่ามาถามผมเซ้าซี้ซี่ เดี๋ยวผมก็รำคาญหรอก”
ที่พูดเนี่ยนายคิดว่านายเป็นใคร มีสิทธ์อะไรมารำคาญชั้นห๊ะเจ้าเด็กหน้าลิง~!!!
“เฮ้ แล้วนั่นพี่จะไปไหนน่ะ”
“ไปหาคนที่นายไม่รู้จักไง ถามนายไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะนายไม่รู้อะไรซักอย่าง” ว่าแล้วฮีชอลก็เดินตรงไปที่ห้องตรวจของยูชอน
ทงเฮเห็นดังนั้นก็วิ่งตามฮีชอลไปพร้อมกับรั้งแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ “พี่จะเข้าห้องตรวจตามใจชอบแบบนั้นไม่ได้นะฮะ”
“อย่ามาจับตัวชั้นนะ~!!” ฮีชอลร้องเสียงดังพร้อมกับสะบัดแขนออกจากแรงจับของทงเฮอย่างไร้เยื่อใย และแขนของเค้าก็บังเอิญไปชนเข้ากับใครบางคนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องตรวจข้างๆห้องของคุณหมอยูชอน
“นายเป็นใครน่ะ” และคนที่เดินออกมาก็คือคุณหมอแจจุงที่เดินออกมาส่งชางมินนั่นเอง คุณหมอหน้าสวยกันแขนของฮีชอลไว้ได้ทันก่อนที่มันจะสะบัดโดนข้างเอวของชางมินซะก่อน
“ถามคนอื่นแล้วตัวคุณเองล่ะ” เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูดีผ่านเกณฑ์ขึ้นมา ฮีชอลก็เลยพูดด้วยโทนเสียงที่ต่างจากที่ใช้พูดกับทงเฮเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“ผมเป็นคุณหมออยู่ที่นี่ และตอนนี้คุณก็กำลังขวางทางเดินของคนไข้ของผมอยู่ ช่วยเขยิบไปหน่อยได้มั้ยครับ” แจจุงพูดโดยใช้สายตาเน้นไปที่ทางเดินแคบๆที่มีฮีชอลยืนเบียดจนไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเดินได้
เห็นแบบนั้นฮีชอลเลยจำต้องเดินหลบมาให้แจจุงกับชางมินสามารถเดินออกมาจากห้องได้ และท่าทางที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับดินนั้นก็ทำให้ใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างๆตัวเขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมาก
“ทำไมพี่พูดกับพี่แจจุงเค้าดีจังล่ะ”
“ก็เค้าหน้าตาดีมีคลาสไม่เหมือนนายที่หน้าเหมือนลิงนี่”
“หา...”
และขณะที่ทงเฮกำลังจะได้อึ้งรอบสองนั้นเอง แจจุงที่เดินส่ายหัวกลับมาหลังจากที่เขาถูกจองซูที่บังเอิญเดินออกมาเจอชางมินฉกตัวคนไข้ของเค้าไปกลางคันโดยอ้างเหตุผลว่าตอนนี้เค้าว่างก็เลยอาสาจะพาชางมินไปส่งให้ถึงคลีนิกข้างๆ ก็เดินมายืนข้างๆทงเฮพร้อมกับท้าวแขนลงกับไหล่ของเด็กใหม่
“นายเนี่ยขยันพาคนไข้แปลกๆเข้ามาในคลีนิกเรื่อยเลยนะ”
“ผมไม่ได้พาเข้ามาซะหน่อย พี่เค้าน่ะ...”
“เจ้าลิงอย่าเข้ามาอยู่ใกล้คนหน้าตาดีอย่างนี้สิ ไปห่างๆนู่น”
ทั้งแจจุงและทงเฮต่างก็พากันมองหน้าคนที่เข้ามายืนแทนกกลางพร้อมกับแบ่งแยกเขตแดนอย่างเห็นได้ชัด ด้านนึงมีฮีชอลยืนตัวชิดติดกับแจจุงส่วนอีกด้านนึงนั้นทงเฮน่ะแทบจะถูกฮีชอลเอาเท้าเขี่ยออกไปจากคลีนิกอยู่แล้ว
“อะไรของพี่เนี่ย ทำไมพี่ถึงต้องรังเกียจรังชันผมซะขนาดนี้ด้วยเล่า” ทงเฮเริ่มออกโทนง้องแง้งหลังจากที่เขาไม่เข้าใจเหตุผลที่ตัวเองต้องกลายเป็นลิงแถมยังถูกพี่ฮีชอลที่พึ่งจะเจอกันครั้งแรกมองด้วยสายตาเหมือนเขาเป็นกิ้งกืออย่างนี้อีก ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้หน้าเหมือนลิงซะหน่อย ลีทงเฮคนนี้น่ะ... น่ารักจะจะบอกให้ >O<
“ลิงมันก็คือลิง ทำไมจะต้องให้ชั้นอธิบายด้วยเล่า นายก็ไปส่องหน้าตัวเองกับกระจกดูซะสิ” ฮีชอลตอบทงเฮพลางเบ้หน้าใส่ลิงที่ไม่ยอมรับตัวเอง
และเมื่อได้ยินเหตุผลแบบนั้น แน่นอนว่าทงเฮจะต้องรับไม่ได้ “เหตุผลของพี่ไร้สาระชะมัด พูดจาเหมือนกับพี่ยูชอนเลยอ่ะ”
“นายนั่นแหละไร้สาระ ยูชอนคือใครชั้นไม่รู้ แต่ถ้าหนอนั่นหน้าตาเห่ยล่ะก็นายกำลังหมิ่นประมาทชั้นอยู่นะเจ้าลิง” ฮีชอลตอบก่อนจะสะบัดหน้าหนีจากทงเฮเพราะเขาไม่อยากจะมองหน้าลิงๆของเจ้าเด็กบ้าตรงหน้าให้เปลืองสายตา และเมื่อหันไปอีกทางเขาก็เห็นใบหน้าเรียวที่รับกับผมสีทองสว่างและดวงตาสีฟ้าใสก็กำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยความฉงน
“คุณหมอเนี่ย... สวยงามมากเลยนะ”
“แต่ผมว่าคุณน่ะต้องเข้ามาตรวจกับผมแล้วล่ะ”
แจจุงตอบรับคำชมของฮีชอลด้วยการจูงมือคนแปลกหน้าที่มาที่คลีนิกทำไมก็ไม่รู้ แต่หนังจากที่ยืนมองฮีชอลคุยกับทงเฮได้ไม่เกือบสองนาที เขาก็สามารถตีความได้ว่าคนๆนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา เที่ยวด่าคนว่าหน้าเหมือนลิงแต่กลับหันมาชมอีกคนว่าสวยงาม ทั้งๆที่คนทั้งสองคนก็เป็นแค่คนธรรมดาเหมือนๆกัน (ถึงเขาจะหน้าตาดีกว่าทงเฮจริงๆก็ตามเถอะ) แบบนี้น่ะ คนปกติเค้าไม่ทำกันหรอก -- --;;;
“ตรวจที่ว่าคือตรวจอะไรครับ คุณหมอจะตรวจอะไรผมเหรอ ว่าแต่ที่นี่น่ะจริงๆมันคือที่ไหนกันแน่ ขายพาราแน่มั้ยเนี่ย แล้วฮันยองเค้ามาที่นี่รึเปล่าครับ”
“คำถามทุกอย่าง ผมจะตอบหลังจากที่คุณเข้ามาในห้องนี้แล้วนะครับ” แจจุงพูดเสียงนุ่มขณะที่เขาเปิดประตูห้องตรวจรับคนไข้รายที่สองของเช้าวันนี้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เขากำลังพยายามฝืนทำขณะที่จริงๆแล้วในหัวของเขาคำตอบของแต่ละคำถามของฮีชอลนั้นก็ไม่ได้มีเตรียมไว้เลยแม้แต่น้อย
ฮีชอลเดินหายเข้าไปในห้องพร้อมกับแจจุงอย่างว่าง่ายผิดกับฮีชอลอารมณ์ร้อนที่คุยกับทงเฮเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ทงเฮยืนมองประตูห้องของพี่แจจุงที่ถูกปิดลงไปต่อหน้าต่อตาพลางแอบนึกสงสัยไม่ได้ว่าตัวเขาเองน่ะหน้าเหมือนลิงอย่างนั้นเลยเหรอ... แย่ขนาดนั้นเชียว???
“ลีทงเฮ... นี่นายหน้าเหมือนลิงงั้นเหรอเนี่ย” ทงเฮพูดเบาๆกับตัวเองก่อนจะวิ่งตรงรี่เข้าห้องน้ำเพื่อไปส่องกระจกทันที
======= Paranoid =======
ขณะเดียวกับที่ทงเฮกำลังวิ่งแจ้นไปหาห้องน้ำ ที่หน้าคลีนิก คุณหมอจองซูที่ออกปากว่าจะเดินไปส่งชางมินถึงคลีนิกข้างๆ พอเดินออกมาพ้นประตูแล้วเขาก็ถูกชางมินรั้งแขนเอาไว้พร้อมกับพูดบอกด้วยใบหน้าอ่อนโยน
“คุณหมอจองซู ไม่ต้องไปส่งผมหรอกครับ คือวันนี้ผมลางานมาน่ะ”
“ลางาน? นี่นายรู้สึกแย่ขนาดนั้นเลยเหรอชางมิน วันนี้นายมาเพื่อตรวจอะไรกันแน่น่ะ” จองซูถามอย่างเป็นห่วงอาการของคนข้างๆ คนที่ได้ชื่อว่าน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของเฮจิน
ชางมินส่ายหัวเบาๆ “ผมไม่ได้ป่วยอะไรครับ ผมมาเพราะปัญหาอื่นน่ะ”
“ปัญหาอื่นที่ว่ามันคืออะไรล่ะ ถ้านายไม่บอกชั้นก็ไม่สบายใจนะ” จองซูเริ่มมีสีหน้าเป็นกังวลมากขึ้น แต่ชางมินก็เพียงแค่ส่ายหัวตอบเขาอีก
“ผมบอกคุณหมอจองซูไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผมน่ะครับ” เด็กหนุ่มปฎิเสธอย่างสุภาพ
“ถึงนายจะว่ายังงั้นก็เถอะ...” ได้ยินมาถึงขั้นนี้จองซูเองก็ไม่อยากจะคาดคั้นเอาความกับชางมินต่อไป แต่ด้วยคำตอบที่กำกวมแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เขาอดเป็นห่วงร่างบางตรงหน้าไม่ได้เข้าไปใหญ่
“มันไม่ใช่เรื่องอะไรร้ายแรงหรอกครับ คุณหมอจองซูไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก ถ้าอยากจะหาเรื่องไปที่คลีนิกก็ซื้อโกโก้ร้อนเข้าไปแล้วบอกว่าผมฝากให้เอาไปให้พี่เฮจินเค้าก็ได้ครับ” ชางมินยิ้มบางๆให้จองซูพร้อมกับออกไอเดียที่อีกฝ่ายจะได้หาเรื่องเข้าไปที่คลีนิกโดยไม่ต้องอ้างนัดทำฟันให้
“ฮะฮะ นายเนี่ยรู้จักวิธีเบี่ยงเบนความสนใจชั้นซะจริงเลยนะ” จองซูหัวเราะเบาๆให้กับไอเดียกิ๊บเก๋ของชางมิน
“ก็คุณหมอจองซูน่ะ แค่มองใครๆเค้าก็ดูออกกันหมดล่ะครับว่ากำลังคิดถึงใครอยู่” ชางมินพูดก่อนจะผงกหัวให้จองซูเล็กน้อย “งั้นผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวผมต้องไปธุระต่ออีก”
จองซูซุกมือข้างหนึ่งลงกับกระเป๋าเสื้อกาวน์ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นมาโบกลาชางมิน “อื้ม ขอบคุณที่ช่วยเสนอไอเดียให้ชั้นนะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะชางมิน”
“ขอบคุณฮะ อ้อ... และยี่ห้อโกโก้ที่พี่เฮจินเค้าชอบน่ะ ต้องของ Vantan ที่มีขายที่ Family Mart เท่านั้นนะฮะ” ชางมินยิ้มให้จองซูอีกครั้งก่อนที่เขาจะเดินจากไป
จองซูยืมมองตามหลังของชางมินพลางที่จะอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้ น้องชายสุดรักสุดหวงของเฮจินคนนี้น่ะ ช่างรู้ใจเธอไปซะหมดจริงๆเลยนะ รู้เครื่องดื่นที่เธอชอบ ยี่ห้อสุดโปรด แถมยังรู้ลึกไปถึงที่ขายเฉพาะอีกต่างหาก ทั้งๆที่ความจริงแล้วเฮจินกับชางมินก็ไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น เฮ้อออออ ทำไมไอ้พวกน้องๆที่คลีนิกของเค้าถึงไม่น่ารักแบบชางมินมั่งน้า แบบนั้นเขาจะได้มีน้องชายไว้หวงเหมือนเฮจิน และเราสองคนก็จะได้มีนิสัยบางอย่างที่ตรงกัน...
“พี่จองซูยืนอาบแดดอยู่รึไงน่ะ ไม่ไปฮาวายซะเลยล่ะฮะผมจะได้ติดกระเป๋าไปเที่ยวด้วย”
จองซูหันไปมองเจ้าของต้นเสียงที่ทำเขาเสียมู้ดอย่างเซ็งในอารมณ์ ทงเฮที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำกำลังจัดแต่งทรงผมของตัวเองพลางใช้มือขวาแง้มประตูออกไปพูดกวนพี่ชายที่กำลังเคลิ้มอะไรไม่รู้อยู่คนเดียวด้านนอก
ก็เป็นซะอย่างนี้ล่ะนะพวกน้องๆในคลีนิกของเขา แต่ก่อนแค่มีเจ้ายูชอนที่วันๆก็เอาแต่สนใจแจจุง แจจุงที่เหมือนจะไม่สนใจอะไรรอบกาย จุนซูที่เอาแต่สนใจเกมส์ และก็คยูฮยอนที่รักงานเป็นชีวิตจิตใจ แค่สี่คนนั้นก็ทำให้เขามีเรื่องปวดหัวได้ไม่เว้นวันแล้ว ยิ่งพอตอนนี้มีเจ้าทงเฮด้วย... แม้แต่วันหยุดราชการเค้าก็คงจะไม่มีแล้วล่ะเนี่ย...
“พี่จองซูเข้ามาข้างในเหอะน่า ผมไม่มีเพื่อนเล่น เหงาจะตายอยู่แล้วนะจะบอกให้~”
“แล้วใครเค้าจ้างนายมาเล่นกันเล่าเจ้าลิงเอ๊ย~~”
เฮจิน... ดูท่านิสัยหวงน้องชายแบบเธอ ถึงตายชั้นก็คงไม่มีวันทำได้แน่ๆ ก็น้องชายของชั้นน่ะ... มันมีตรงไหนให้น่าหวงกันเนี่ย~~
ichi's Talk ==>
ดูท่าที่ยะบอกจะจริงนะเนี่ย Blog Exteen ตอนนี้มันเหมือนต่อต้านอิชิอยู่มากเลยอ่ะ เนทญี่ปุ่นไม่รองรับ exteen รึไงกันเนี่ย --O--;;;; โพสฟิคแล้วเหมือนไมเกรนจะกินเพราะต้องเข้ามานั่งแก้บ่อยมาก อยากกด Publish ทีเดียวเสร็จมั่งอ่ะ ขอแบบนั้นมั่งไม่ได้เหรอ exteen T____T เราก็ไม่ได้โกรธอะไรกันนี่นา........
แง่ม... เลิกบ่น exteen แล้วหันมาพูดเรื่องฟิคดีกว่า รู้สึกว่าตอนที่ 6 กันตอนที่ 7 นี่ทิ้งช่วงห่างกันนานมากกกกกกกกก มากจนอิชิคิดว่าอาจจะมคนอ่านหลายคนเลิกตามอ่านกันไปแล้วก็ได้ T-T มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ล่ะเนอะ ก็ตัวคนเขียนเองเป็นคนไม่ต่อนานขนาดนั้น หลังจากนี้สปีดการต่อฟิคของเราจะเร็วจะช้ากว่าเดิมเราเองก็ยังไม่รู้เลย อยู่ญี่ปุ่นแล้วจะให้มานั่งหาเวลาว่างเพื่อนั่งเขียนฟิคสบายๆอ่ะมันยากนะ เพราะมันไม่เหมือนเวลาอยู่ไทยที่เราสามารถนั่งเฉยๆไปวันๆ แต่พ่อแม่ก็ยังให้เงินค่าขนมทุกเดือน อยู่นี่ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็อยู่แบบเครียดๆ สุขภาพจิตย่ำแย่อีก -- --;;;;
พอวันนี้เราได้หยุดเต็มๆวันหนึ่งวัน ได้มีเวลาว่างกับตัวเอง แก้บลอค โพสฟิค พอได้ทำเท่านั้นเราก็รู้สึกพอใจในตัวเองมากมายแล้วล่ะ สำหรับคนอ่านที่ยังรอฟิคของอิชิอยู่ อิชิรู้สึกดีมากเลยนะที่ถึงอิชิจะหายไปนาน แต่ก็ยังมีคนรอที่จะอ่านฟิคของอิชิต่อ... T-T อิชิรักคนอ่านและก็รัก Paranoid จังเลย... คนที่รอกันมาจนถึงตอนนี้แล้ว ก็อย่าพึ่งเลิกอ่านกันนะ รออ่านกันจนจบเลยนะ (ถึงมันจะอีกนานกว่าเรื่องนี้จะจบก็ตามเถอะนะ~~~)
ง่ะ... ตอนนี้อิชิหิวข้าวแล้วล่ะ เมื่อยมือแล้วด้วย ขอตัวไปพักก่อนละกันนะคับ อ่านฟิคกันแล้วก็เม้นกันยาวๆหน่อยก็ได้น้า คนเขียนจะได้อ่านคอมเม้นให้หายเหนื่อยและก็จะได้เริ่มเขียนตอนที่ 8 ต่อไป XD ขอบคุณทุกคนที่อ่านและอิชิก็รอคอมเม้นอยู่นะค้าบบบบ
P.S ตอนนี้ยังมีคนสนใจ Love*Scene กับ Everything is You ฉบับรวมเล่มกันอยู่มั้ยเอ่ย ความจริงมันขายหมดเกลี้ยงทั้งสองเรื่องแล้วล่ะ แต่อิชิอยากถามดูเผื่ออิชิจะได้ reprint น่ะ ^^ ใครสนใจก็ลงคอมเม้นไว้ ไม่ก็เมล์มาหาอิชิได้นะ
ichi_hyde@hotmail.com คับผม
P.SS ญี่ปุ่นตอนนี้หนาวแล้วล่ะ ฮิ้วๆๆๆ อิชิชอบอากาศหนาวๆจัง XD



ในที่สุดก็ต่อ กริ๊บกริ้ววววววววววว
เราคิดว่าฟิคอิชิเป็นฟิคมีคุณภาพเสมอนะ
เพราะว่าแนวที่มันแปลกแตกต่างไม่เหมือนใครด้วยมั้ง
อ่านแล้วหัวเราะได้เรื่อยๆ ความคิดอิชิบางความคิดก็ฮาจริงๆ ฮ่าๆ
ทงเฮตอนนี้เหมือนเป็นตัวดำเนินเรื่องเลย ฮ่าๆ
ชอบทงเฮแบบนี้นะ เพราะมันเป็นทงเฮที่เหมือนทงเฮ
ทงเฮที่ซนๆ อารมณ์เปลี่ยนง่าย เฮฮา และตลกเอามากๆ ฮ่าๆ
เราก็คิดนะว่าทงเฮน่ะเหมือนลิง XD~~
นิสัยเหมือนน่ะ ฮ่าๆ ซนจริงๆเลย~
เรากำลังลุ้นว่าอิชิจะเขียนพาร์ทคยูฮยอนกับฮยอคแจรึเปล่า
เพราะเราอยากอ่านมากๆ XD~~
แต่ก็ไม่เขียน TT^TT~ แอบเศร้าเล็กน้อย
แต่เราก็จะรอต่อไป ฮ่าๆ
เรารู้ว่าอิชิจะเขียนในเร็ววัน~(*ทำตาวิ้งๆ)
ฮันคยองตอนนี้ดูแบบไงดีอ่ะ
ใจเย็น...ละมั้ง --*----
แบบยูชอนกะทงเฮเถียงกันหน้าดำหน้าแดง
ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนจะเข้าพบหมอ
หรือว่าจะหยุดสองคนนี้ไม่ให้เถียงกันเลย
หรือกำลังอึ้งอยู่นะ ฮ่าๆ
ก็เถียงกันแบบแทบไม่มีช่องว่างซะอย่างนั้น
ชอบฮันคยองแบบนี้~~
แต่แบบฮาๆเอ๋อๆก็ชอบ
ฮีชอล --*---- อืม นิสัยในเรื่องนี่น่าเป็นห่วง ฮ่าๆ
ตลกดี สมควรแล้วที่แจจุงพาเข้าไปตรวจ
ชางมินดูเศร้ามากๆเลยนะ
เราคิดว่าน้องแผ่รังสีความเศร้าออกมาเยอะจัง *-*
จองซู อืม...สู้เค้านะ แล้วอย่าลืมซื้อไป 2 แก้ว
เผื่อไปนั่งกินเป็นเพื่อนเฮจินนะ กรั่กๆ
(นี่ชี้โพรงให้ตาปาร์คจองซูรึเปล่า?)
เฮ~ XD~
เราไม่ได้เม้นท์ฟิคอิชิมานานมากๆ
เราคิดถึงฟิคอิชิจริงๆนะ
ทุกวันนี้ก็ยังหยิบ Everything is you ขึ้นมาอยู่หละ
คิดถึงฟิคอิชิจริงๆน้า~~~
ดูแลตัวเองดีๆนะคับ ^^~
#1 By 【☆EvE♥YoungSanGie☆】 on 2007-10-21 20:39