UN-expected :: Main Dish Cut

posted on 14 Aug 2007 22:17 by ichinofix  in SP-Fic

ichi's note ==>

UN-expected ยังไม่จบนะค้าบบบบบบบบบ


Title: UN-expected
Part : Main Dish Cut
Author:
ichi
Fandom: Super Junior
Pairings: Kibum x Donghae
Rating: PG-13
Note : เห็นคนเขียนฝรั่งเค้าทำมั่ง เราเลยอยากทำด้วย 555 XD


เมื่อ 5 นาทีก่อนหน้านี้ผมพึ่งบอกไปว่าผมรำคาญ ลี ทงเฮ ตั้งแต่แรกพบ แต่ตอนนี้... ผมว่าผมมีคนที่ผมรำคาญเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วล่ะครับ

แล้วสรุปนายก็จะอ้างว่าเพราะนายต้องหลบเค้า นายเลยขับลูลู่ไปข่วนกับฟุตบาทน่ะเหรอ ชายหนุ่มหน้าเรียวพูดด้วยเสียงเรียบที่ให้ความรู้สึกเย็นจนเสียวสันหลังวาบ ถึงจะไม่ได้ออกอาการด้วยการตะคอกระบายอารมณ์โมโห แต่วิธีการพูดด้วยโปกเกอร์เฟสแบบนี้น่ะ ผมว่ามันคงจะยิ่งทำให้ทงเฮกลัวหัวหดมากขึ้นเป็นกองเลยล่ะ

ก็แล้วพี่จะให้ผมขับชนคิบอมเค้ารึไงเล่า... ทงเฮที่นั่งคุกเข่าคุยอยู่ตอนนี้ก็ยังคงดูหมดทางสู้เหมือนตอนเริ่มคุยกันไม่มีผิด เริ่มมาผมก็เห็นแล้วว่าทงเฮน่ะหางจุกตูดแค่ไหนที่เห็นสีหน้าของพี่ทึกกี้ของเขาเมื่อพี่เขาเปิดประตูออกมารับและก็สังเกตเห็นรอยข่วนบนลูลู่ได้ทันที ไม่ทันที่ทงเฮจะได้อธิบาย พี่ทึกกี้ของเขาก็ชิงโกรธไปก่อนซะแล้ว เพราะงั้นไม่ต้องหวังว่าการใช้ผมเป็นข้ออ้างจะทำให้ชายคนนี้ยอมรับรอยข่วนนี้ได้ง่ายๆเลย ผ่านมาแล้ว 30 นาที ผมก็ยังไม่เห็นว่าคนตรงหน้าจะมีทีท่าจะยอมยกโทษให้ทงเฮเลย ตรงกันข้าม.. ผมว่าเรื่องมันคงจะจบที่การโอนค่าซ่อมสีลูลู่บวกเข้ากับค่าเช่าห้องเดือนนี้ของทงเฮ และเขาก็จะเก็บเงินเพื่อที่จะไปช่วยมัฟฟิ่นของเขาได้ช้าเลย และเขาก็จะ...

เอ่อ... แล้วผมจะสนใจอะไรกันล่ะ ไร้สาระจะตาย -- --;;;

คิบอมที่ว่าน่ะ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ พี่ทึกกี้หันมามองผมที่นั่งขัตมาทอยู่ข้างๆทงเฮ เพราะคนๆนี้เวลา 30 นาทีที่ผมตั้งไว้ให้ทงเฮจึงกำลังค่อยๆหมดไปอย่างไร้ค่า เพราะคนๆนี้ผมจึงกำลังจะไปนัดของผมสายอย่างไม่มีทางเลือก เพราะเจ้าคนแปลกหน้าที่เอาแต่สนใจลูลู่บ้าบอของตัวเองแบบไม่คิดจะสนใจคนอื่นรอยกายเลยคนนี้... ฮึ่มมมมมม

ถ้าผมบอกว่าสมองของผมได้รับการกระทบกระเทือนจากแรงกระแทกแล้วพี่จะเชื่อมั้ยล่ะครับ

ทงเฮหันขวับมามองผมทันทีด้วยใบหน้าซีดเผือด สำหรับทงเฮ ตอนนี้พี่ทึกกี้ก็คงจะเป็นเหมือนขวดโค้กที่ถูกเขย่าก่อนดื่มและพร้อมที่จะระเบิดปุ้งออกมาได้ทุกเมื่อ แต่สำหรับผมเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากคนแปลกหน้าที่ไร้ค่าคนหนึ่งหรอกฮะ

ถ้าผมบอกว่าตอนนี้ผมปวดหัวเจียนตายแต่กำลังพยายามทนเจ็บเพื่อรอให้พี่เทศน์ทงเฮจบก่อนแล้วค่อยพาผมไปโรงพยาบาล... พี่จะเชื่อผมมั้ยครับ

นายนี่บ้าหรือโง่กันนะ

เอ๊ะ...

ขณะที่ผมกำลังตกใจกับประโยคที่ผมได้รับกลับมาอยู่นั้น พี่ทึกกี้ก็เดินเข้ามาฉุดให้ผมลุกขึ้น และเขาก็ฉุดให้ผมเดินตามเขาเข้าไปที่ห้องนอนของใครบางคนก่อนจะผลักผมลงนอนตรงกลางเตียงอย่างไม่สนใจว่าผมนั้นเป็นคนเจ็บที่ทงเฮพร่ำบอกอยู่เลยแม้แต่น้อย

พี่คิดจะทำอะไรผมน่ะ

ก็หาที่ให้คนปวดหัวนอนพักไง

หา...

ก็ชั้นน่ะยังเทศน์ทงเฮไม่จบซะด้วยสิ เพราะงั้นนายก็นอนรอในห้องนี้ไปก่อนละกันนะคิบอม และก็อย่าดิ้นให้มากนักล่ะ ถ้าสมองจะได้รับการกระทบกระเทือนมากกว่าเก่าก็อย่าหาว่าคนหล่อไม่เตือนละกันนะ

พี่ทึกกี้จบประโยคด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะน่าหงุดหงิด เสร็จแล้วเขาก็ปิดประตูห้อง ทิ้งผมไว้ในห้องนอนของใครก็ไม่รู้ด้วยความไม่เต็มใจ แต่สิ่งที่มันน่ารำคาญยิ่งกว่านั้นน่ะ มันก็คือตอนนี้ผมเริ่มจะปวดหัวตึ้บๆขึ้นมาซะจริงๆแล้วสิ

โธ่เว้ย... วันนี้มันวันอะไรกันนะ อะไรๆก็ดูเหมือนจะไม่ได้อย่างใจไปซะทุกอย่าง แผนการที่ตั้งใจจะทำวันนี้ต้องมาเหลวเพราะใครก็ไม่รู้ที่ขับรถมาเฉี่ยวผมแถมยังจะฉุดผมให้เข้ามายุ่งกับเรื่องน่ารำคาญที่ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยนี่อีก เสื้อก็เปื้อน ปวดหัวก็ปวด แล้วไหนจะไอ้คุณพี่ทึกกี้ที่ทำเป็นแสยะยิ้มมีชัยเยาะเย้ยกันเมื่อกี้นี่อีก โอ๊ยยยยยยยยยยย ทำไมวันนี้ผมถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนยังงี้นะเนี่ย~~

ผมทิ้งตัวลงนอนด้วยความหงุดหงิดที่แทบจะระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟที่ลาวากำลังเอ่อล้นออกมาอยู่ตรงปากปล่องแล้วเรียบร้อย แต่แล้วอยู่ๆผมก็สังเกตเห็นภาพแปลกๆ 4 ใบที่ถูกแปะไว้ตรงเพดานเหนือเตียง มันเป็นรูปถ่ายของท้องฟ้า ใบแรกเป็นรูปท้องฟ้ายามเช้าที่ถ่ายจากชั้นดาดฟ้าของตึกที่มีแสงของดวงตะวันลอดผ่านเสื้อผ้าตากเอาไว้ แสดงให้เห็นถึงแสงเงาที่ดูอบอุ่น ใบที่สองเป็นรูปท้องฟ้ายามเที่ยงที่ถ่ายออกมาจากหน้าร้าน McDonald โดยมีป้ายร้านติดอยู่ตรงขอบรูป เป็นรูปท้องฟ้าธรรมดาที่ดูน่าสนใจขึ้นมาด้วยองค์ประกอบเล็กๆเพียงจุดเดียว ใบที่สามเป็นรูปท้องฟ้ายามเย็นที่มีว่าวกำลังลอยละล่องอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม แสดงให้เห็นถึงการจับความเป็นธรรมชาติมาใส่ในรูปภาพด้วยวิธีที่ง่ายและธรรมดาที่สุด และใบสุดท้ายเป็นรูปที่ถ่ายจากหน้าต่างห้องนอนของใครบางคนที่เขาจงใจถ่ายให้เห็นถึงความแออัดของตึกรามที่ขึ้นกันแน่นจนแทบจะมองไม่เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของหมู่ดาว

ภาพทั้งสี่ใบเป็นเพียงรูปถ่ายของท้องฟ้าที่ไม่ได้มีการแต่งภาพใดๆ แต่ละภาพล้วนเป็นภาพที่เหมือนจะถูกถ่ายจากสถานที่จริงโดยไม่มีการจัดฉาก และกว่าจะถ่ายรูปแต่ละใบได้นั้น ตัวคนถ่ายเองก็คงจะต้องใช้เวลากับการถ่ายภาพนั้นๆพร้อมกับให้ความสำคัญกันองค์ประกอบรอบๆตัวอย่างพิถีพิถัน จนภาพถ่ายท้องฟ้าธรรมดาๆทวีความน่าหลงใหลจนผมถึงกับนั่งมองมันได้เกือบ 5 นาที

ใช่... เวลาของผมผ่านไปแล้วอีก 5 นาที ผ่านไปโดยไม่มีวี่แววว่าการเทศนาของพี่ทึกกี้จะจบลงในอีกไม่ช้า เวลาของผมต้องไร้ค่าไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะตอนนี้ผมเองก็ปวดหัวจนขี้เกียจจะออกไปโวยวายให้ทงเฮไปส่งผมตามที่ตกลงกันไว้แล้วล่ะ ถ้าออกไปแล้วผมก็คงจะต้องต่อปากต่อคำกับพี่ทึกกี้อีก แล้วทงเฮก็คงจะเหวอจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งหน้าซีดไม่รู้จะยอมหือพี่ทึกกี้หรือยอมโดนเทศน์เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มดี

แต่ไม่ว่าจะทางไหน ผมก็คงจะต้องเสียเวลาอีกไม่น้อยไปกับการทะเลาะไร้สาระพวกนั้น เพราะงั้นผมขอเลือกที่จะนอนอยู่ในห้องนี้เงียบๆเพื่อรอให้พี่ทึกกี้เค้าได้เทศน์ทงเฮจนพอใจดีกว่า เพราะยังไงกลิ่นของห้องนี้ก็เป็นกลิ่นที่ผมชอบ และเตียงๆนี้ก็นอนสบายดีด้วยล่ะ...

=== UN-expected ===

ตอนนี้กี่โมงแล้ว

เกือบจะ 5 โมงเย็นแล้วล่ะ

ทงเฮกระพริบตามองผมด้วยใบหน้าซื่อๆเหมือนลูกหมาทำเอาผมที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาเมื่อครู่ถึงกับเซ็งแต่ก็ไม่ถึงกับโกรธ ก็เล่นทำหน้าเหมือนไม่รู้อะไรเลยซะขนาดนั้นนี่นะ

นายจำได้รึเปล่าว่าสัญญาอะไรกับชั้นไว้น่ะ ผมค่อยๆลุกตัวขึ้นมานั่ง หันไปก็เห็นว่าทงเฮนั้นได้มาแหมะอยู่ตรงปลายเตียงเรียบร้อยแล้ว แถมเขาก็ไม่ได้มามือเปล่าซะด้วย...

รู้ แต่ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว นายก็ลืมมันซะเถอะนะ เขาพูดพลางใช้ผ้าขนหนูในมือเช็ดหน้าผากให้ผมโดยที่ตัวผมเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะสัมผัสเย็นๆของผ้ามันสบายดี ต่างกับคำพูดของทงเฮเมื่อครู่ที่มันขัดหูผมชะมัด

นายพูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆเลยเนอะ ผมยิ้มบางๆให้เขา อยากจะลองดูว่าถ้าผมเออออไปกับเขาแล้วเขาจะทำยังไง

ก็มันง่ายออกนี่ ไหนๆเรื่องที่ชั้นโดนพี่ทึกกี้เทศน์มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้อยู่แล้วนี่นา พูดไปทงเฮก็ไล่เช็ดหน้าให้ผมไปเรื่อย

ปล่อยให้เลยตามเลยจริงๆด้วยแฮะ นี่เป็นเพราะเขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีหรือจริงๆแล้วเขาเพียงแค่ไม่สนใจอะไรเลยกันนะ

นายนี่บ้าบอชะมัดเลยนะ

อ้าว ไหงอยู่ๆมาว่ากันงี้ล่ะ ชั้นนึกว่าถ้านายได้นอนแล้วจะตื่นมาใจดีกับชั้นมากขึ้นเพราะอารมณ์ดีขึ้นแล้วนะเนี่ย

นิสัยน่ารำคาญแบบนายถึงตายชั้นก็ไม่ดีด้วยหรอก

อ่ะ... แม้แต่คนที่เพิ่งจะได้เจอชั้นแบบนายก็เห็นว่าชั้นน่ารำคาญแล้วเหรอเนี่ย หรือว่าจริงๆแล้วชั้นจะน่ารำคาญจริงอย่างที่พี่ทึกกี้ว่ากันน้า...

ทงเฮพูดพลางละมือออกจากหน้าของผม เขาพาร่างบางของตัวเองไปนั่งตรงโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกับเกยคางลงกับพื้นโต๊ะนั่งไหล่เหี่ยวเหมือนหุ่นฟางที่ไร้ซึ่งไม้ค้ำ แผ่ออร่าแห่งความน้อยใจออกมาซะจนผมสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แต่... นายจะน้อยใจต่อหน้าชั้นทำไม นายคิดว่าชั้นจะง้อนายงั้นเหรอ?

เพราะว่าชั้นเป็นแบบนี้รึเปล่านะคนที่ที่ทำงานถึงไม่ชอบคุยด้วย ตอนเที่ยงก็เลยต้องกินข้าวคนเดียวประจำ

ทงเฮยังคงพล่ามต่อไปด้วยเสียงที่ฟังดูหดหู่มากขึ้นทุกทีๆ เขาเอียงหัวลงหนุนกับหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะพลางใช้นิ้วมือวาดวงกลมช้าๆอย่างอิดโรย

เพราะแบบนี้ชั้นถึงได้ไม่มีเพื่อน... เพราะแบบนี้ชั้นถึงได้...

พรุ่งนี้นายว่างมั้ย

ว่างสิ...

ทงเฮเงยหัวพร้อมกับหันมามองผมทันทีที่ได้ยินคำถาม ตอบทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะถามเค้าทำไม ถึงหน้าตาจะยังเซ่อๆอยู่แต่เขาก็ดูสดใสขึ้นมาทันตา เพียงแค่เพราะผมสนใจเขาขึ้นมาเท่านั้นเองเหรอ หึ... หมอนี่จริงๆแล้วก็น่ารักดีนะเนี่ย

งั้นตอนบ่ายครึ่งมาเจอชั้นที่สวนสาธารณะซันวอนละกัน แล้วชั้นจะบอกอีกทีว่าชั้นจะให้นายทำอะไรแทนที่วันนี้นายผิดนัดชั้น

ผมลุกขึ้นมาจากเตียงและก็เดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเดินออกจากห้องไปผมก็หันกลับไปมองทงเฮคนที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดอกทำท่าคิดหนักอยู่ นี่คงจะสงสัยล่ะสิว่าผมจะให้เขามาเจอทำไม แต่เอาจริงๆผมก็ยังไม่รู้หรอกฮะ ผมก็แค่อยากจะหาข้ออ้างให้เขาออกมาเจอผมอีกเท่านั้นเอง

อ๊ะ... แต่ผมก็ยังคิดว่าเขาน่ารำคาญอยู่นะฮะ ผมก็แค่อยากจะรู้เท่านั้นว่าพรุ่งนี้เค้าจะทำให้ผมรำคาญได้มากขนาดไหน ไม่ใช่ว่าผมโดนออร่าเปล่าเปลี่ยวของทงเฮทำให้ใจอ่อนขึ้นมาหรอกนะ

งั้นชั้นกลับล่ะ

ให้ชั้นไปส่งมั้ย

มือที่ค้างอยู่ตรงลูกบิดประตูของผมแน่นิ่ง สายตามองไปยังทงเฮพร้อมด้วยคิ้วสองข้างที่ขมวดเข้าหากัน เจ้าลูกหมากระดิกหางดิ๊กๆพร้อมด้วยดวงตาแป๋วๆที่มองกลับมาที่ผมอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ นี่นายไม่รู้อะไรเลยเหรอ ไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆเหรอทงฺเฮ

นายกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่รึเปล่าน่ะ

เอ๋...

พระเอกน่ะเค้าไม่ให้นางเอกไปส่งถึงบ้านกันหรอกครับ

สิ้นเสียงพูดผมก็เดินออกจากห้องไป ถึงผมจะสังเกตเห็นว่าทงเฮตั้งใจจะพูดอะไรต่อผมก็ไม่อยู่ฟัง คนไม่รู้อะไรเลยอย่างทงเฮน่ะ อธิบายไปผมก็คงจะเป็นฝ่ายหงุดหงิดขึ้นมาเอง แบบนั้นสู้ปล่อยให้เค้าไม่รู้อะไรแล้วมองผมตาแป๋วเหมือนเดิมซะยังจะดีกว่า

-- ปึ้ง --

ภายหลังประตูที่พึ่งถูกปิดลงไป ทงเฮเอียงคอด้วยความงงให้กับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน เอียงไปเอียงมาหัวของเจ้าลูกหมาก็โขกเข้ากับโคมไฟโครเมี่ยมของตกทอดที่ได้รับมาจากพี่ทึกกี้และก็พาลโดนปลายแหลมที่เป็นดีไซน์สุดเฉียบของเจ้าโคมไฟอันนี้จิ้มแก้มเข้าให้ ความเจ็บจี๊ดทำเอาพ่อหนุ่มสะดุ้ง และก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

คิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วทงเฮ ที่คิบอมพูดน่ะ เค้าก็แค่พูดประชดนาย เค้าไม่ได้พูดเพราะเค้าสนใจนายหรอกน่า...

นิสัยน่ารำคาญแบบนายถึงตายชั้นก็ไม่ดีด้วยหรอก

ก็คิบอมน่ะ... เค้ารำคาญนายซะขนาดนั้นนี่นา...


=== UN-expected ===


สมุดโน้ตในมือของผมว่างเปล่า มือซ้ายของผมก็ยังคงถือดินสอค้างเอาไว้ตั้งแต่เมื่อสองชม.ที่แล้ว สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ทำ ผมยังไม่ได้เริ่มเขียนต้นฉบับของเดือนนี้เลยซักบรรทัด แม้แต่ไอเดียที่จะเขียนเรื่องก็ยังไม่ได้เริ่มร่าง

ผมหงุดหงิด เบื่อตัวเองที่กำลังเฝ้ารอ เซ็งตัวเองที่จดจ่ออยู่กับนัดที่ตัวเองเป็นคนตั้งขึ้นเมื่อวานและก็พาลไม่มีสมาธิจะทำอะไรอย่างอื่นอีกเลยนอกจากนั่งรอการปรากฏตัวของทงเฮ เขาจะมาด้วยใบหน้ายังไงกันนะ จะยิ้มแย้มเหมือนเมื่อวานรึเปล่า หรือจะหงอยเพราะเขาตรงมาจากที่ทำงานที่ไม่มีใครคุยด้วย เขาจะแต่งตัวมายังไง จะใส่เสื้อยืดสีอะไร ใส่กางเกงแบบไหน แล้วจะใส่หมวกกันน็อครึเปล่า...

คิบอม~

อ้าว... ไม่ได้ใส่แฮะ

ไม่ได้ขับลูลู่มาเหรอ ผมวางสมุดโน้ตลงข้างตัว หันไปมองทงเฮที่เดินยิ้มแย้มมาหาผมพร้อมกับของพะรุงพะรังเต็มตัว ไหนจะถุงระดาษใบใหญ่ในมือซ้าย ถุงพลาสติกใบเล็กอีกสองสามใบในมือขวา ส่วนตรงคอก็มีกล้องถ่ายรูประบบ analog ห้อยเอาไว้อยู่ นี่ถ้าเขาสวมหมวกกันน็อคมาด้วย ผมว่าคนทั่วไปต้องมองเขาเป็นบ้าหอบฟางแน่ๆเลยฮะ

วันนี้พี่ทึกกี้ขับลูลู่ไปหาแฟนเค้าน่ะ อ้ะ อันนี้พี่ทึกกี้เค้าทำมาให้ล่ะ ทงเฮยื่นถุงกระดาษมาทางผมก่อนจะจัดแจงวางสัมภาระอย่างอื่นและก็นั่งลงข้างๆผมที่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ต้นใหญ่ที่ผมนั่งอู้อยู่

อะไรน่ะ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าผมหลังจากที่ผมเปิดถุงที่ได้รับจากทงเฮออกดูก็คือ... ข้าวกล่อง... เห...

ไม่ต้องตกใจหรอก พี่ทึกกี้เค้าทำให้ชั้นทุกวันแหละ

ข้าวกล่องน่ะเหรอ

อื้อ แต่พอชั้นบอกเค้าว่าวันนี้ชั้นจะมาเจอคิบอมด้วย เค้าก็เลยทำเยอะกว่าปกติแล้วก็บอกว่าให้เอามาแบ่งกันกินล่ะ อ้ะ คิบอมกินชิ้นนี้

ผมมองคิมปับในมือของทงเฮพร้อมกับความมึนงงที่ยังไม่ลดน้อยไปกว่าเมื่อครู่ อิมเมจนี้ของพี่ทึกกี้น่ะค่อนข้างจะต่างจากอิมเมจที่ผมวาดเอาไว้อยู่พอสมควรเลยนะ พี่ทึกกี้ที่เมื่อวานนั่งบ่นทงเฮเป็นชม.ๆเพียงเพราะทงเฮทำให้ลูลู่ของเขาเป็นรอย ไม่นึกเลยว่าจะมีนิสัยแม่บ้านแบบนี้ด้วย แถมยังใจดีทำมาเผื่อผมอีกต่างหาก คนเราเนี่ยมองแต่หน้าไม่ได้จริงๆเลยนะฮะ

ใจดีผิดกับเมื่อวานเลยเนอะ

คิบอมเองก็พูดกับชั้นดีผิดกับเมื่อวานเหมือนกันแหละ

อ่ะ... นั่นมันเพราะ... ขณะที่ผมกำลังตกใจเพราะคำพูดแปลกๆของทงเฮอยู่นั้นเอง ประสาทรับรสของลิ้นขมตรงโคนลิ้นของผมก็เกิดปฏิกิริยากับรสชาติพิลึกของคิมปับที่ผมกำลังเคี้ยวอยู่ในปาก คิมปับน่ะมันขมจนเฝื่อนอย่างนี้เลยเหรอ ถึงจะบอกว่าใส่เครื่องปรุงพลาดก็เถอะ มันจะขมจนเหมือนกับว่าผมกำลังเคี้ยวยาเม็ดแบบนี้เลยเหรอ

เป็นอะไรไปน่ะคิบอม ไม่อร่อยเหรอ ทงเฮถามพลางเคี้ยวคิมปับในมืออย่างเอร็ดอร่อย

ก็คิมปับก้อนนี้มัน... ก่อนที่ผมจะได้พูดจนจบ ผมก็สังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมในก้อนคิมปับของผม ซึ่งมันก็คือ... เศษอีกครึ่งหนึ่งของเม็ดยาสีขาว

ที่บอกให้เอาก้อนนี้ให้คิบอมก็เพราะอย่างนี้เองเหรอเนี่ย

หา... ผมหันขวับไปทางทงเฮที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นายรู้อะไรของนายคนเดียวล่ะเนี่ย

ก็พี่ทึกกี้เค้าบอกชั้นว่าให้เตือนนายกินยาแต่ไม่นึกว่าพี่เค้าจะใส่มาในคิมปับนะเนี่ย ช่างคิดจังแฮะพี่ทึกกี้

นายก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยงั้นเหรอ

เอ๊ะ...

ทั้งๆที่ผมทำหน้าเหยเกเพราะรสชาติอันสุดจะทนของการเคี้ยวยาเม็ด แต่ทงเฮกลับมาทำสีหน้าตื่นเต้นกับแผนการของพี่ทึกกี้ คนที่ยังตั้งใจจะแกล้งผมไม่เลิกตั้งแต่เมื่อวาน...

ก็หาที่ให้คนปวดหัวนอนพักไง

ที่แท้นายก็รวมหัวกับพี่ทึกกี้แกล้งชั้นสินะ จริงๆแล้วนายมันก็น่ารำคาญจริงๆด้วย เพราะแบบนี้น่ะสินายถึงได้ไม่มีคนคบ ไม่มีใครคุยด้วย โด่เอ้ย...

อ้าว... แล้วนั่นเป็นไร ยามันขมมากเลยเหรอ กินน้ำมั้ยคิบอม

ด้วยหางตา ผมเห็นทงเฮยื่นขวดน้ำมาให้ผม แต่คิดเหรอว่าทำแค่นั้นแล้วผมจะหายแคลงใจน่ะ แค่ยื่นน้ำให้... เท่านั้นน่ะนะ~!!

แล้วทำไมต้องหันหน้าหนีชั้นแบบนั้นด้วยล่ะ ชั้นทำอะไรผิดเหรอ

แล้วคิดเหรอว่าทำเสียงอ่อยแล้วชั้นจะใจอ่อนกับนายเหมือนเมื่อวานน่ะ คิดอะไรตื้นๆเกินไปแล้วน่ะทงเฮ

คิบอม... อย่าเมินชั้นแบบนี้ดิ๊... โกรธอะไรชั้นก็บอกมาดีๆก็ได้นี่นา

แล้วทีนี้ก็มาทำเสียงหงอย คิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้วชั้นจะหายโกรธน่ะ

นายอย่า...

-- อ้ำ --

ขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างเสียงของผมก็เงียบหายไปพร้อมกับปากของทงเฮที่ปิดสนิทลงหลังจากที่เขากินคิมปับสอดไส้พาราเซทตามอลที่เหลืออยู่ในมือของผมจนเกลี้ยง รู้ทั้งรู้ว่าถ้ากินเข้าไปแล้วตัวเองต้องหลับตาปี๋อดทนเคี้ยวคิมปับรสชาติสุดจะเฝื่อนลิ้นลงคอไปอย่างยากลำบากเขาก็ยังจะ...

นายจะกินทำไมน่ะ คายออกมาซี่ ผมเขย่าตัวทงเฮที่ยังคงหลับตาปี๋ ส่ายหัวไปมาก่อนจะค่อยๆกลืนคิมปับที่ผมรู้ดีว่ารสชาติมันแย่แค่ไหนลงคอไปช้าๆ เสร็จแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผม

ทีนี้หายโกรธแล้วยัง คุยกับชั้นได้แล้วนะ ดวงตาใสซื่อมองมาทางผมโดยไม่มีความรู้สึกคลางแคลงใจที่ตัวเองต้องทนกินคิมปับรสชาติแย่ๆเมื่อครู่เพียงเพื่อจะให้ใครบางคนกลับมาคุยกับตัวเองเหมือนเดิมเลยแม้แต่น้อย

ทงเฮ... ทำไมถึงไร้เดียงสาได้ขนาดนี้นะ การกระทำของเขามันช่างซื้อบริสุทธิ์ซะจน... ผมหงุดหงิด -- ---;;;;

ทำไมนายต้องทำอะไรบ้าๆแบบนี้เพียงเพราะอยากให้ใครซักคนคุยกับนายด้วยนะ งี่เง่าชะมัด ผมหันมาหยิบคิมปับชิ้นอื่นกินต่อโดยที่ผมไม่ลืมที่จะตรวจหาเม็ดยาพาราสีขาวก่อนรับประทานแล้วเรียบร้อย

ไม่ใช่ใครซักคนซักหน่อย... เพราะว่าเป็นคิบอมต่างหากชั้นถึงทำน่ะ ทงเฮเองก็เริ่มกินคิมปับต่อโดยที่ไม่ได้เอะใจเลยว่าคำพูดของเขากำลังทำให้คิมปับที่กำลังจะไหลลงคอของผมเกิดติดกลางทางและผมก็สำลักคิมปับขึ้นมากะทันหัน

เขารู้ตัวมั้ยว่าตัวเองเพิ่งจะพูดอะไรออกมาน่ะ พูดยังกับสาวๆเวลาที่เพ้อถึงคนที่ชอบไปได้น่ะ

แค่ก แค่ก

แล้วนี่สำลักอะไรอีกล่ะ อ๊ะ หรือว่าต้องให้ชั้นสำลักด้วยนายถึงจะยอมคุยกับชั้นน่ะคิบอม

อ่ะ... กวนนักนะ เห็นเรื่องที่ชั้นโกรธนายมันเป็นแค่เรื่องเล่นๆงั้นเหรอห๊ะทงเฮ~~

เออ แน่จริงก็ทำเด่ะ หรือต้องให้ชั้นช่วย ได้ งั้นกินนี่ให้หมดเลยนะ นี่ด้วย นี่ด้วย~~ ผมหยิบคิมปับจากในกล่องยัดเข้าปากทงเฮสามชิ้น แถมท้ายให้ด้วยบริการใช้มือปิดปากกันไม่ให้เค้าคายมันออกมา

อื้อ... อิ๊ออม เอี้ยวไอ้อ้ายแอ้วววว (อื้อ... คิบอม เคี้ยวไม่ได้แล้วววว) ทงเฮพยายามจะดันมือของผมออกแต่ในขณะเดียวกันเค้าก็พยายามจะเคี้ยวคิมปับในปากทั้งหมดนั่น นี่จะขัดขืนหรือจะสมยอมเลือกเอาซักอย่างได้มั้ยทงเฮ

อยากจะสำลักไม่ใช่เหรอ ชั้นก็กำลังช่วยนายอยู่นี่ไง

อั๊นไอ้อ้ายอากไอ้อ้วยอ๊ะอ่อย... (ชั้นไม่ได้อยากให้ช่วยซะหน่อย...)

พูดขณะกำลังเคี้ยวน่ะเป็นมารยาทที่ไม่ดีเลยนะทงเฮ

อิ๊ออมอ้อเอิกแอ้งอั๊นอิ๊ (คิบอมก็อย่าแกล้งชั้นดิ๊)

ช้าไปแล้วล่ะทงเฮ เคี้ยวอีกไม่กี่คำนายก็กลืนได้แล้ว เอาสู้ๆ

อู้อาย... (สู้ตาย...)

-- อึ้ก --

เอ้านี่

ขอบใจนะ

ทงเฮรับขวดน้ำที่ผมยื่นให้เขา ยิ้มหวานก่อนจะดื่มมันลงคอไปช้าๆโดยมีผมนั่งมองด้วยความรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด

ไม่สิ... มันยิ่งกว่าประหลาดแล้ว~ นี่ผมเป็นบ้าอะไรไปแล้วถึงได้มานั่งมองทงเฮดื่มน้ำอยู่แบบนี้เนี่ย~~ เมื่อกี้ผมยังโกรธเค้าอยู่เลยไม่ใช่รึไง~~~

แล้วนั่นเป็นอะไรไปอีก คิ้วขมวดผูกเป็นโบว์แล้วน่ะ ทงเฮถามด้วยนิ้วชี้ที่เขาใช้จิ้มกลางหน้าผากผมเล่น

ผมปัดมือของเขาออกไปและก็หันไปมองทางอื่น... รู้สึกแปลกๆที่ตัวเองเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่างจากสัมผัสจากทงเฮ ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่ปลายนิ้วก็ตาม...

-- แชะ --

ทำอะไรของนายน่ะ

ทำงาน

งานที่ว่าของทงเฮคือการใช้กล้อง analog ตัวเป้งยี่ห้อ Nikon ถ่ายหน้าเซ็งชีวิตของผม รูปแบบเนี้ยจะถ่ายไปทำไมกันนะ

นายทำงานเป็นช่างกล้องเหรอ ผมเท้าคางมองไปทางทงเฮโดยแอบยิ้มมุมปากให้กับท่าถือกล้องอย่างชำนาญที่ดูขัดกับบุคลิคของเขาในสายตาของผมอยู่มาก

อื้อ แล้ววันนี้ชั้นก็ว่าชั้นได้แบบถ่ายภาพแล้วล่ะ คิบอมมองทางนั้นไว้นะ

นายบอกให้ชั้นมองทางนั้นแล้วนั่นนายจะไปถ่ายอะไรล่ะ ผมถามเมื่อเห็นทงเฮเล็งหน้ากล้องไปในทางที่ตัวผมไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลาง

แบบนี้แหละ อาร์ทสุดๆ พูดจบทงเฮก็กดถ่ายทันที -- แชะ ไม่มีการนับ 1 2 3 ไม่มีการบอกล่วงหน้าว่าจะถ่ายแล้ว นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร อยู่ๆก็จะให้ผมเป็นแบบให้ แล้วพอนึกอยากจะถ่ายก็ถ่ายเอาซะดื้อๆ ผมไม่ใช่นายแบบโนเนมที่จะต้องมาทำตามทุกอย่างที่ช่างภาพถ่ายเพื่อที่จะดังนะจะบอกให้

ไม่ต้องถ่ายแล้ว ชั้นอนุญาตให้นายถ่ายแค่รูปเดียว ผมพูดอย่างรมณ์บ่จอย ทั้งๆที่กำลังอารมณ์ดี แต่ไม่ถึงนาทีทงเฮก็ทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว

อ้าว... ไมอ่ะ... รูปหน้าคิบอมเหมาะกับการเป็นแบบถ่ายรูปมากเลยนะ ถ่ายออกมาแล้วดูดีสุดๆเลยด้วยนะ ขอถ่ายอีกหน่อยไม่ได้เหรอ นะๆๆๆ ทงเฮเริ่มเซ้าซี้ด้วยเสียงง้องแง้งเหมือนเวลาลูกหมาขออาหาร ดูท่าเขาคงจะไม่รู้ตัวอีกแล้วล่ะว่าผมกำลังหงุดหงิดเขาเรื่องอะไร เฮ้อออออ นี่นายจะตามอารมณ์ชั้นทันซักครั้งได้มั้ยเนี่ย

ดูดีขนาดนั้นเลยเหรอ เอามาดูหน่อยสิ

ให้ดูไม่ได้หรอก

อ้าว...

ก็กล้องชั้นมันเป็นระบบใช้ฟิล์ม ถ้าจะดูรูปก็ต้องล้างเอาอย่างเดียวน่ะ

ผมพยักหน้าหงึกๆไปตามทงเฮที่นั่งอธิบายพร้อมนิ้วชี้ที่ชูขึ้นมาประกอบท่าคุณครู เขาเห็นผมเป็นเด็ก 5 ขวบรึไงกันนะถึงต้องแอ๊คท่าประกอบซะขนาดนั้น แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นพอสมควรเพราะงั้นผมจะยอมยกโทษให้เขาครั้งนึงก็ได้

งั้นถ้าถ่ายเสร็จแล้วอย่าลืมล้างรูปมาให้ชั้นดูด้วยล่ะ ผมหยิบสมุดกับดินสอของตัวเองขึ้นมา นั่งพิงลำต้นของต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง ก่อนจะเริ่มเขียนอะไรบางอย่างลงบนสมุด

แล้วนี่นายทำอะไรน่ะ งานเหมือนกันเหรอ ทงเฮถามพลางชะโงกหัวมาดูสิ่งที่ผมเขียนลงไปในสมุด

ผมยกมือซ้ายขึ้นไปปิดหน้าเขา ต้นฉบับน่ะไม่ใช่ว่าใครนึกอยากจะอ่านก็อ่านได้นะ

เอ๋... คิบอมเป็นนักเขียนเหรอ~~ จริงอ่ะ เขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอ น่าตื่นเต้นจัง~ ทงเฮจับมือของผมพร้อมกับร้องอย่างสนอกสนใจในเรื่องของผมมากซะจนเสียงของเขานั้นเริ่มจะหนวกหูขึ้นมา นิ้วมือของทงเฮบีบกระชับฝ่ามือของผมอย่างแนบแน่นแสดงออกถึงความจริงใจในสิ่งที่เขาพูด ดูท่าเขาจะตื่นเต้นเรื่องที่ผมเป็นนักเขียนจริงๆแฮะ...

ก็... เขียนเรื่องสั้นธรรมดาๆนั่นแหละ ผมบอกปัดเขาไป ไม่ใช่ว่าผมเริ่มรำคาญเขาขึ้นมาอีกหรอกนะ แต่ผมแค่ไม่รู้จะอธิบายงานของตัวเองยังไงต่างหาก ผมก็เป็นแค่นักเขียนที่มีงานประจำคือการเขียนเรื่องสั้นรายสัปดาห์ส่งให้กับแมกกาซีนเล่มนึง... ก็เท่านั้นเอง

โห แต่แค่นั้นก็เก่งแล้วนะสำหรับคนที่แค่จะเขียนเรียงความส่งอาจารย์ยังหืดขึ้นคอแบบชั้นน่ะ

นั่นเพราะนายไม่มีฝีมือเองต่างหาก

สัมผัสอบอุ่นที่มือของผมถูกผละออกไปพร้อมด้วยใบหน้าช็อคสุดขีดของคนฟังที่ดูจะตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน

ไม่เห็นจะต้องพูดตรงขนาดนั้นเลยนี่นา ทงเฮพูดเบาๆ ลูบกล้องของตัวเองไปมาด้วยสายตาละห้อย ชั้นน่ะ... มันก็มีดีแค่ถ่ายรูปเท่านั้นน่ะแหละ...

เฮ้ออออ ทำไมถึงเป็นคนที่เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วขนาดนี้นะทงเฮเนี่ย แป๊บๆก็ร่าเริง แป๊บๆก็หงอย แล้วเดี๋ยวก็กลับมาร่าเริงใหม่ เสร็จแล้วก็จะกลับไปหงอยอีก ซ้ำไปซ้ำมาจนตัวผมเองก็ปรับอารมณ์ไม่ทันแล้วนะ ผมรำคาญเขาจนตอนนี้เริ่มชินแล้วล่ะ และผมก็คิดว่าทงเฮน่ะ... เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าสีหน้าเศร้าๆนะ

มีดีแค่อย่างเดียวน่ะเค้าเรียกว่าความสามารถพิเศษไม่ใช่รึไง ผมพูดโดยไม่ละสายตาจากสมุดที่กำลังเขียนอยู่

ความสามารถพิเศษ... งั้นเหรอ... ทงเฮทวนคำพูดของผมเบาๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มดีใจ

ผมแอบมองเขาเงียบๆ แปลกนะที่คำพูดของผมสามารถส่งผลกระทบกับใครบางคนได้มากขนาดนี้ เปรียบแล้วทงเฮก็เป็นเหมือนกระดาษลิตมัสที่จะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงและน้ำเงินตามปริมาณกรดที่มันได้รับได้อย่างทันควัน ส่วนตัวผมเองก็เป็นเหมือนกรดที่คอยเปลี่ยนสีให้กระดาษลิตมัสแผ่นนั้น

ทั้งๆที่เราสองคนเพิ่งจะรู้จักกันได้เพียงสองวัน ทำไมทงเฮถึงจะต้องให้ความสำคัญกับคำพูดและการกระทำของผมมากขนาดนี้ด้วยนะ แล้วเขาจะเป็นแบบนี้... แค่กับผมเพียงคนเดียวเท่านั้นรึเปล่า...

อ๊ะ~~ ได้เวลาแล้ว~~ อยู่ๆทงเฮก็ร้องขึ้นมา ทำเอาผมที่กำลังนั่งคิดอะไรอยู่เพลินถึงกับสะดุ้งจนตัวโยน

เวลาอะไรของนาย ถึงเวลากลับบ้านแล้วเหรอ เป็นเด็กอนุบาลรึไงถึงกลับบ้านตอนบ่ายแบบนี้น่ะ

ป่าว ได้เวลาฮยอคแจกลับบ้านแล้วต่างหาก ชั้นต้องไปหามัฟฟิ่นแล้วล่ะ

หา... สรุปนายจะไปหาฮยอคแจหรือมัฟฟิ่นกันแน่น่ะ

ไปหาทั้งคู่แหละ ไปบ้านฮยอคแจ เพื่อจะไปหามัฟฟิ่น

มึน... พอเหอะ

ขณะที่ผมตั้งใจจะไม่สนใจข้อมูลมึนๆที่ทงเฮเพิ่งพูดออกมาทั้งหมดนั่นและหันกลับมาจดจ่อที่สมุดตั้งใจจะเขียนแค่บทนำเรื่องให้จบวันนี้ก็ยังดี ผมก็ถูกทงเฮฉุดให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับถูกเขาถือวิสาสะเก็บอุปกรณ์ของงานเขียนของผมทุกอย่างเข้ากระเป๋า เสร็จแล้วทงเฮก็ก้มลงหยิบของตัวเอง ถือมันทุกอย่างด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายนั้นเขายื่นมาทางผมพร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง

นายตั้งใจจะทำอะไร

ไปหามัฟฟิ่นด้วยกันเหอะนะ

เหตุผลล่ะ

ชั้นอยากให้ทคิบอมเห็นว่ามัฟฟิ่นน่ะน่ารักขนาดไหน~

ช่างเป็นเหตุผลที่แสนจะไร้สาระแต่ก็สมกับเป็นทงเฮซะเหลือเกิน นี่ถ้าผมปฏิเสธไม่ไปกับเขา มั่นใจได้เลยว่าทงเฮจะต้องเข้าโหมดหงอยและก็จะใช้เสียงเศร้าๆชักแม่น้ำทั้งห้าด้วยการพูดถึงผลกระทบที่เกิดจากการปฏิเสธของผมที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตัวผมเลย แต่มันจะทำให้ทงเฮเสียหายรุนแรงไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง และที่แย่ไปกว่านั้น... ใบหน้าทงเฮจะไร้ซึ่งรอยยิ้มอ่อนโยนที่เขากำลังมองให้ผมอยู่ในตอนนี้...

ชั้นเดินของชั้นเองได้ ไม่ต้องจูงหรอกน่า ผมสะพายกระเป๋าขึ้นหลังและก็เดินนำทงเฮออกไปทั้งๆที่ยังไม่รู้ทาง

ได้ แต่ที่ถูกน่ะ... มันต้องไปทางนั้นล่ะคิบอม

และผลลัพธ์ก็คือ... ผมเดินผิดทางหน้าแตกดังเพล้งเลยไงล่ะ

ทีหลังก็บอกให้มันเร็วๆกว่านี้เซ่...

To Be Con

ichi's Talk ==>

คอมเม้นของคนอ่านสำหรับตอนที่แล้วทำอิชิมึนมาก เพราะมีคนเข้าใจผิดกันเยอะมากๆว่าฟิคเรื่องนี้เป็นตอนเดียวจบ ซึ่งความจริงมันก็ตอนเดียวจบนะแต่อิชิแค่ตัดตอนมาโพสอ่ะ เพราะว่าตัดตอนมารึเปล่าคนอ่านก็เลยคิดกันว่ามันจบแค่นั้น? แต่มันจะจบได้ยังไง~~ คิบอมยังเกลียดทงเฮอยู่เลยน้า~~ ต้องรักกันก่อนแล้วค่อยจบเซ่~~ อิชิไม่ปล่อยให้คนอ่านจิ้นกันเองเยอะขนาดนั้นหรอก T-T ยังไม่รู้กันเลยว่ามัฟฟิ่นคืออะไรแล้วจะจบได้ยังไง... จริงม้า~~~~

พูดถึงฟิคซักนิด... ฟิคเรื่องนี้น่ะ เขียนแล้วให้อารมณ์แปลกใหม่กับคนเขียนมากเลยเพราะทุกเรื่องที่เคยเขียนมาเราไม่เคยเขียนให้ทงเฮเป็นฝ่ายตามอ่ะ ปกติแล้วทงเฮจะเป็นคนเอาแต่ใจแล้วคิบอมก็ต้องคอยเป็นคนง้อ ส่วนเรื่องนี้มันกลับกันเลย แถมคิบอมยังออกปากว่าหงุดหงิดทงเฮขึ้นมาเองอีกต่างหาก... เขียนๆไปบางทีก็จะเผลอเขียนจนออกแนวแฮปปี้ แป๊บๆคิบอมก็จะพูดดีกันทงเฮ ไม่ทันไรก็จะแฮปปี้เอนด์ เรานั่งแก้ตอนนี้อยู่บ่อยมากๆ ไม่งั้นคิบอมก็คงจะไม่ฉุกคิดแล้วโกรธทงเฮทุกๆ 5 นาทีแบบนั้นหรอก เหอๆ

แต่ตอนนี้คิบอมก็เหมือนจะเอนเอียงไปทางคำว่าชอบมากกว่าคำว่าเกลียดแล้ว ตอนหน้าก็มาคอยลุ้นกันต่อละกันนะว่าคิบอมคนนี้... จะชอบทงเฮได้ยังไง... แล้วฟิคเรื่องนี้ท้ายที่สุดแล้วจะมีฉากที่คิบอมทำหวานใส่ทงเฮรึเปล่า (แต่ขอสารภาพว่าคนเขียนอ่ะอยากเขียนฉากหวานๆจะแย่แล้วล่ะ T-T) เพราะงั้นก็ไว้เจอกันอีกครั้งใน"Dessert Cut" น้า~ Happy Ending มันก็ต้องเสริฟพร้อมของหวานสิ... ใช่ม้า~~~~

P.S ช่วงนี้คนคอมเม้นน้อยลงเยอะจนน่าใจหาย... นี่เป็นผลกระทบของการหายไปนานเกือบ 4 เดือนใช่มั้ยยยยยเนี่ย~~~ T0T

P.SS ปิ๊งขอบคุณสำหรับการแก้คำผิดให้ด้วยน้า~~ (สิ่งที่อยากจะบอกอ่ะ... คืออะไรเหรอ??)


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ้าว ตกลงไม่ใช่ฟิคสั้นตอนเดียวจบฤา? เหอๆ ฮาอ่ะ ตอนที่ทึกพาบอมไปนอนเพราะปวดหัวอ่ะ บอมเหวอไปเลย ฮ่าฮ่า น้องด๊องก็รั่วมาก ซื่อเอ๋อรุนแรง แต่ก็น่าร้ากกก

ปล.จะรอเมนูต่อไปนะเค่อะ

#1 By [๐~SeReNe~๐] on 2007-08-14 22:55




แหะๆ นึกว่าเป็นตอนเดียวจบซะอีก....

สุดท้ายก็ไปไม่ทันนัดจนได้น้าคิบอม
แต่เอาเถอะ.....
อย่างน้อยก็ได้อยู่กับทงเฮนานขึ้น...ฮ่าฮ่า

น่ารำคาญน้อยลงรึยังน้า....
แล้วน่าสนใจมากขึ้นรึเปล่าน้าคิบอม ^^
คิบอมที่น่าวงสาร
เหมือนความคิดตัวเองดีกันตลอดเวลา...ฮ่าฮ่า
ตกลงจะชอบหรือจะรำคาญทงเฮดีน้า....

แล้วตกลงมัฟฟิ่นคืออะไรกันหว่า?

#2 By mno9* on 2007-08-15 17:15

อิอิ....อ่านไปยิ้มไปอีกแล้วค่าาา
น่ารักมากเลยสนุกมากจริงๆ
คิเฮจงเจริญ
มัฟฟิ่นคืออะไรต่อเร็วๆนะค๊าาา
สูสู้

#3 By ~~*Chubta*~~ on 2007-08-15 19:36

มัฟฟิ่นคืออะไรอ้ะ
แล้วทำไมอยู่บ้านฮยอกแจ *0*
??

.
.

เค้าไม่ได้หายไปไหนน๊า ^^
แต่ว่าคอมมันเป็นอะไรก้ไม่รู้
เม้นท์ไม่ได้หล้ะ* แต่ตอนนี้เม้นท์ได้แล้ว

รีบๆมาต่อน๊า!

#4 By SaRu--Min3Y //* (58.9.204.138) on 2007-08-15 19:55

มัฟฟิ่นๆๆๆ มันน่ารักขนาดไหนกันน้า~~

อู้วววววว คิเฮจงเจริญ!!!

แบบว่าดงเฮเอ๊ยยย ดุ๊กดิ๊กๆเหมือนลูกหมาเลย

คิบอมนายก็นะ แอบใจเต้นเหมือนกันละเซ่ คิคิคิ

ทึกกี้เป็คนดีจัง>..<

ตกลง ใครตามอารมณ์ใครไม่ทันกันแน่เนี่ย-*-


ปล.รอมัฟฟิ่นอย่างใจจดใจจ่อ

#5 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2007-08-15 20:41

บอมอ้า ~~ ยังชมด๊องอยู่ดีๆ
เกิดรำคาญขึ้นมาซะละ - -*
เมื่อไหร่จะหวั่นไหวกะด๊องจิงๆจังๆซะทีเนี่ย


จะติดตามนะคะ ชอบมากๆ

#6 By ONLY_KIHAE (124.157.129.162) on 2007-08-15 22:08

ฮั่นแน่~~~

บอมเริ่มรู้สึกดีกับด๊องแล้วใช่มั้ยล่า

คนอะไรก็ไม่รู้ ช่างไร้เดียงสาจริงๆ

เห็นอย่างงี้บอมปล่อยไว้คนเดียวไม่ได้แล้วนะ

ไม่งั้นเดี๋ยวมีคนมาหลอกด๊องจะว่ายังไง

รีบๆเลิกรำคาญด๊องแล้วก็หันมารักด๊องโดยด่วน

มาต่อเร็วๆนะคะ รออยู่น้า

#7 By kkk_ity (203.155.225.197) on 2007-08-15 22:24

เย่เย่เย้เย้!!
ในที่สุดฟิคก็มาต่อแล้วล่ะเน้~ ><,,

ชอบอิมเมจของทงเฮเรื่องนี้มากๆเลยอ่ะ
แบบว่าอย่างกับอ่านการ์ตูนอยู่
พออ่านทีละวรรค ทีละบรรทัด หน้าของทงเฮก็ลอยขึ้นมาแบบว่ายังไม่ทันได้จินตนาการเลย^^,,

บู่ววววว ,, คิบอมใจร้าย
พูดจาไม่รักษาน้ำใจกันซะเลยอ๊ะ
ตั้งกะตอนก่อนแล่วอ๊ะ ><,, ไม่ไหวๆ
แต่หลังๆเริ่มคิดได้พอให้อภัย ,, ฮี่วๆ

แต่ว่า ... ประโยคนี้ขอทีเหอะ

#8 By mizue (58.9.194.228) on 2007-08-16 14:34

ตอนนี้พอดีกำลังทำงานอยู่

เห็นพี่อิชิแวะไปถามที่บลอค ก็เลยมาบอกวิธีเปลี่ยนช่งexteenค่า ตามเข้าไปลิงค์นี่เลยค่ะ http://sanakubaki.exteen.com/20070523/exteen

แต่ฟิคเดียวไว้หนูกลับมาอ่านอีกทีนะเค่อะ ตอนนี้แอบอู้อยุ่อะ เหอๆๆ

#9 By ::SnakE_BlinD:: on 2007-08-16 20:24

น่ารักมากๆ
แบบดงแฮแบ๊วได้ใจอ่ะ
คิบอมก็แหม เล่นตัวไปได้

#10 By C@TZME (58.9.136.102) on 2007-08-16 21:23

กรี๊ดดดดดดดด .... ดีใจที่ไม่ใช่ตอนเดียวจบ ... และดีใจที่เข้าเอ๊กซ์ทีนได้โดยที่ IE ไม่ดับขณะเม้นท์ได้ซักที T T
(นี่คือเหตุผลที่คอมเม้นท์ของเราหายไป เหอๆๆๆๆ)


ด๊องแด๊งโหมดหมาหงอย (?) น่ารักจับจิต ...
คนอะไรจะซื่อได้ขนาดนี้นะ - -"
แต่วิธีใส่ยาลงไปในอาหารนี่ ... รู้สึกจะไม่ผ่านนะ สงสารคนกินมั่งเหอะ T T (<< แล้วนี่เป็นไร .. ร้องไห้หยั่งกะเคยกินเอง เหอๆๆๆๆ)

สงสารคิบอม ... เป็นเราก็คงมึนก็อารมณ์ของด๊องจริงๆล่ะ 555
(เอาเถอะ ทนๆไปเดี๋ยวก็คงชินเองอ่ะบ๊อม)

หลังจากนี้ด็ได้แต่รอคอยฉากหวานๆ และเจ้ามัฟฟิ่น~ ><





และสุดท้าย ... เอ่อ ...

&#8220;ชั้นอยากให้ทงเฮเห็นว่ามัฟฟิ่นน่ะน่ารักขนาดไหน~&#8221;

ประโยคนี้อ่ะพี่อิชิ มันด๊องพูดอยู่นินา ไหงถึงอยากให้ตัวเองเห็นมัฟฟิ่นล่ะนั่น มันต้องเป็นอยากให้คิบอมเห็นมัฟฟิ่นใช่ป่ะ - -"??
(หรือมันถูกแล้ว แต่เรางงเอง ... เอ๊ะ ... ยังไงหว่า?)

#11 By Cloudy Princess ♪~~ on 2007-08-17 16:11

เออแฮะ... พี่พิมพ์ผิด -- --;;; ขอบคุณที่บอกนะค้าบบบ
น้องอ่านถูกแล้วล่ะ อย่าพึ่งมึนนะ

#12 By ★ ichi ♡ 정수 ★ on 2007-08-17 18:08

ต้องขออภัย อ่านชื่อพี่ทึกกี้เปน ทักกี้ ซ่ะงั่นน่ะ =="
อ่านไปแล้วคิดเหมือนกันเลยแหะ เรื่องนี้ทงเฮเปนคนตามอ่ะ
สงสารหมาน้อยด้วยอ่ะ แอบน้อยใจบ่อยจิงๆเลยน่ะ T^T
คิบอมออกจะใจร้ายแหะ แต่เดียวก้ต้องตกหลุมรักทงเฮ ฮิๆ

ช่างนี้กว่าจะได้เขามาอ่านมันนาาาาาาาานมากเลย
เหนื่อยจังเลยแหะ

ร้าาากแล้วคิดถึงอิชิ จะรอน่ะค่ะ

#13 By yoh (124.120.56.20) on 2007-08-17 21:29

ตกลงมัฟฟิ่นคืออะไรอ่าค้า

จะรอเฉลยตอนหน้าน้า

คิบอมเริ่มสนใจหนุทงของเราแล้ว

ทงเฮสู้ๆ

ว่าแต่ทำไมนายถึงไม่มีเพื่อนล่า

น่าสงสารจังเลยมาเป็นเพื่อนกะเค้ามามาะ

#14 By BeautyCin (58.9.130.215) on 2007-08-18 17:03

ชอบนิสัยด๊องมากๆๆเลยอ่ะค่ะ
แบบบรรยายไม่ค่อยถูกอ่ะ
อารมณ์เปลี่ยนง่าย
แบบน่ารักอ่า>[]<
แล้วคิบอมเริ่มชอบด๊องแล้วอ่ะดิ
ก็ด๊องน่ารักซะขนาดนั้นอ่ะนะ
ชอบอิมเมจของด๊องอ่ะ
แบบสะพายกล้องหนึ่งตัว
ถ้าใส่หมวกกันน็อคเหมือน
ในบีจีนะ ปิ๊งเลยอ่ะ^^
ตอนหน้าจะได้รู้แล้วใช่มั้ยค่ะ
ว่ามัฟฟิ่นคืออะไร
อยากรู้มากๆๆเลยอ่ะค่ะ
มาต่อไวๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#15 By DJ (124.121.4.57) on 2007-08-18 21:34

เฮ้อ~ ให้ความรู้สึกติ๊งต๊อง ปัญญาอ่อน บ๊องและบวมในคราวเดียว....แต่ อดอมยิ้มไม่ได้ น่ารักด๊องแด๊งง๊องแง๊งบ่อมบ๊อม 555+ >w<

แอบสะใจ คิมปัปยัดไส้พาราฯแต่บอมบ้าแกล้งด๊อง น่ารักอ่า>O<

#16 By KimGoearnG (124.120.74.224) on 2007-08-20 15:29

พี่คะ..
เอามาลงอีกดิ..
ลงเยอะๆนะคะ...หนูอยากอ่านมากเลยอ่ะ
เรื่องนี้หนุกมาก..แลดูแปลกใหม่
ที่ดงแฮต้องเป็นฝ่ายตามซะบ้าง..555
หมั่นไส้...คิบอมง้ออยู่หลายเรื่องและ
สู้ๆสู้ๆ.....นะคะ
เป็นกำลังใจให้เนาะ

#17 By West SeA (125.26.13.116) on 2007-08-22 15:26

มัฟฟิ่นไปทำไรบ้านฮยอคแจ
เอ ? ตกลงมันคน สัตว์ หรือสิ่งของ
พี่ทึกกี้เข้าใจหาวิธีให้คิบอมกินยาเน้อะ ฮ่าๆ
ในสายตาของคิบอม ทงเฮเป็นน้องหมาจริงๆด้วย

รอฉากหวานๆตอนหน้าอยู่นะฮับ

#18 By airsungmin (222.123.161.98) on 2007-10-07 02:18

????? . . .

งงอ่าทำไมขึ้นมาแค่ 3 บรรทัดเองอ่า??

#19 By >///< KhuNLoOKMeE >/// on 2007-10-09 20:36

เมื่อไหร่จะมาต่ออีกง่า

เอาเรื่องพารานอยด์ด้วยง่า

อยากอ่านต่อ

#20 By BeautyCin (58.9.128.153) on 2007-10-10 15:56

น่ารักมากเลยค่ะ....
สนุกจิงๆ...
พี่เก่งจัง

#21 By kw (203.118.74.238) on 2007-10-16 17:06