Paranoid - Case 01
posted on 13 Dec 2006 23:32 by ichinofix in Paranoidichi's note ==>
Update เรื่อง Everything is You อ่านได้ที่นี่นะคับ Click~!!
Paranoid - Case 01
คุณครูฮยอคแจ ชั้นไม่เคยคิดเลยนะว่าคุณจะไร้เหตุผลได้ขนาดนี้... ชั้นไล่คุณออก...
น้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดของผู้หญิงวัยกลางคนเจ้าของตำแหน่งผู้อำนวยการประจำโรงเรียนอนุบาลที่นายฮยอคแจทำเป็นงานประจำมาถึงเกือบ 4 ปี... ดังขึ้นมาในความทรงจำของเจ้าตัวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันนี้แล้วก็ไม่รู้... ตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...
ชั้นไล่คุณออก...
ทั้งๆที่การเป็นคุณครูสอนเด็กอนุบาลเป็นงานในฝันของเขา... เป็นอาชีพที่เขาทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนอย่างตั้งใจตลอดทั้ง 4 ปีที่เรียนมหาลัย... ทั้งๆที่เขาตั้งใจมากขนาดนั้น แต่ทุกอย่างกลับต้องจบลง... เพียงเพราะ...
-- นักเรียนทุกคน ไปที่สวนสัตว์แล้วห้ามไปที่กรงโคอาล่านะครับ เพราะโคอาล่าเป็นสัตว์อันตราย มันสามารถพ่นน้ำลายที่ทำให้นักเรียนสำลักเลือดตายได้เลยนะ ระวังไว้ให้ดีๆนะครับ ด้วยความเป็นห่วงจากคุณครูฮยอคแจ >< --
ชายหนุ่มมองแผ่นกระดาษในมือ อ่านซ้ำข้อความที่เขาเขียนด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในตัวนักเรียนของเขา แต่สำหรับคุณครูท่านอื่นๆ สำหรับคุณผู้อำนวยการ ข้อความนี้ไร้สาระ ไร้ซึ่งเหตุผลใดๆ และมันทำให้นายลีฮยอคแจกลายเป็นบุคคลที่เชื่อถือไม่ได้
ทั้งๆที่ความจริงเราก็ไม่ได้โกหกอะไรซักหน่อย... ทำไมทุกคนถึงต้องมองยังกับว่าเราป่วยเป็นบ้าไปแล้วด้วยนะ... ฮยอคแจขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะใกล้ๆ แต่ด้วยความห่วยส่วนตัว เจ้าก้อนกระดาษกลมๆนั่นก็ไม่ได้หล่นลงถังหรอก มันก็แค่กองอยู่ข้างๆถังขยะนั่นแหละ
โธ่... อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจซะอย่าง... ฮยอคแจจิ๊ปากอย่างขัดใจ เขาซุกมือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินต่อไปตามทางที่ทอดยาวลงเนินไป เขาเดินไปอย่างไร้จุดหมาย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองอยากจะทำอะไร... ก็ในเมื่องานในฝัน... กลายเป็นงานที่เขาไม่มีทางจะได้ทำอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่เขายังกลัวเจ้าโคอาล่าขึ้นสมองแบบนี้ เขาก็คงจะไม่มีวันได้กลับไปทำงานที่วันดีคืนดีจะต้องพาเด็กๆไปเที่ยวสวนสัตว์ ต้องพาเด็กๆที่น่ารักไปผจญกับเจ้าโคอาล่าที่น่ากลัวเหล่านั้น... นี่ถ้าเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ดีสิ เขาจะได้กล้าพอที่จะหันหน้าสู้กับพวกโคอาล่าด้วยวัคซีนที่เขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อปราบพวกมันน่ะ...
ระหว่างที่ฮยอคแจกำลังเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สองเท้าก็พาเขาเดินมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ทีมีตึกเล็กๆสองตึกตั้งอยู่เคียงข้างกัน ตึกหลังหนึ่งมีป้ายสีลูกกวาดเขียนไว้ว่า With Your Smile Dental Clinic ส่วนอีกหลังมีป้ายที่ทำจากไม้เป็นทรงลูกศรที่แปะไว้บนหน้าร้านเขียนคำว่า Paranoid เอาไว้
Paranoid? ฮยอคแจย่นคิ้ว พยายามจะตีความหมายของศัพท์คำนั้น ตลอดเวลา 3 ปีที่เขาทำงานเป็นคุณครูโรงเรียนอนุบาล เขาก็สอนแต่พวกศัพท์พื้นๆจำพวก Cat Dog Fish Mouse ไม่เคยจะต้องสอนศัพท์ที่ต้องอธิบายเยอะๆให้เด็กๆอายุต่ำกว่า 5 ขวบรู้เลย อืม... Paranoid มันแปลว่าอะไรกันหว่า -- --;;;
นี่จุนซู ทำไมนายจะต้องตามชั้นมาด้วยเนี่ย ชั้นแค่จะไปตรวจฟันเองนะ ชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับเนคไทสีขาว เดินบ่นออกมาพร้อมกับเด็กหนุ่มที่เดินโอบคอเขาออกมา
ผมก็จะไปคุยกะชางมินรอพี่ทำฟันไง เอาน่า ไหนๆคลีนิคเราก็คนไข้ไม่ค่อยเยอะอยู่แล้ว อย่าห่วงไปเลยครับ เด็กหนุ่มพูดอย่างสบายใจ และเขาก็เดินนำชายอีกคนเข้าไปในคลีนิคหมอฟันข้างๆ
ฮยอคแจเงยขึ้นไปมองป้ายชื่อคลีนิคอีกครั้ง ก่อนจะมองกลับลงมาที่ประตูกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางกำแพงที่ทำมาจากอิฐสีน้ำตาลเข้ม สถานที่แห่งนี้... ดูยังไงก็ไม่สมกับเป็นคลีนิค สถานที่สำหรับรักษาผู้ป่วยน่ะ น่าจะดูสะอาดตาและให้ความรู้สึกอุ่นใจที่จะได้เดินเข้าไป ไม่ใช่ดูน่าสงสัยและวังเวงน่ากลัวแบบนี้สิ
แต่ถึงจะคาใจอยู่แบบนั้น ฮยอคแจก็เดินเข้าไปด้านในคลีนิคอยู่ดี
ชอบงานนี้ แล้วชอบทำที่นี่ด้วยรึเปล่า มีแต่ประหวัดคนไข้แปลกๆทั้งนั้นเลยนี่ เสียงนุ่มของคนในเสื้อกาวน์ ดังขึ้นเมื่อฮยอคแจก้าวเข้ามาภายใน แถมสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่นี่ก็... ออกจะแปลกหน้าดู... ประหวัดคนไข้แปลกๆคืออะไรเหรอ
ถึงจะแปลกแต่มันก็ทำให้งานน่าสนใจนะฮะ เมื่อกี้ก็ต้อง print เมนูอาหารของพี่แจจุงแทนการให้ยา สนุกดีออกนะ ส่วนชายอีกคนที่ยิ้มตอบไปนี่ก็แปลกพอกัน เป็นคลีนิคแล้วทำไมถึงต้อง print เมนูอาหารแทนการให้ยาล่ะ คลีนิคนี้ตรวจอะไรกันแน่เนี่ย
ฮยอคแจค่อยๆเดินไปที่เคานเตอร์ช้าๆ ในคณะที่คุณหมอหนุ่มกับคุณพนักงานต้อนรับก็ยังคงคุยกันไปเรื่อย
ให้ซงมินน่ะเหรอ หมอนี่มาตรวจตั้ง 3 เดือนแล้วนะ แต่ดูท่ายังกินแต่ฟักทองอยู่เลยแฮะ
อื้อ แต่ดูเค้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลยนะ ออกจะดูมีความสุขดีด้วยกับการกินแปลกๆแบบนั้นน่ะ
ก็คงจะชอบของเค้านั่นแหละ
และขณะที่คุณหมอกำลังจะหันหลังกลับมานั้นเอง เขาก็ชนเข้ากับนายฮยอคแจ ทำเอาหนุ่มหน้าแมวล้มโครมลงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
ข... ขอโทษฮะ คุณไม่เจ็บใช่มั้ยฮะ คุณหมอยื่นมือมาทางฮยอคแจ คนที่ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน
ไม่ครับ ว่าแต่... ที่นี่น่ะ... ก่อนที่ฮยอคแจจะได้ถามจนจบ คุณหมอก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
คลีนิค Paranoid ฮะ
แล้วที่นี่...
ทุกเรื่องที่คุณหวาดระแวง ทุกเรื่องที่คุณเป็นกังวล ทุกเรื่องที่คุณวิตกจริต เราสามารถขจัดมันไปได้ เพียงแค่คุณเชื่อใจ และพร้อมจะแก้ปัญหาไปกับเราฮะ
ประโยคพูดอย่างลื่นไหลของคุณหมอทำเอาฮยอคแจถึงกับตาค้าง อึ้งไม่น้อยกับสถานที่ที่เขาเดินเข้ามาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่นี้
หรือมันจะจริงอย่างที่คุณผู้อำนวยการว่า... เราน่ะ... ป่วยจริงๆงั้นเหรอ...
เอ่อ... กรอก... เอกสาร... ฮะ เพราะฮยอคแจมัวแต่สนใจคุณหมอ เขาเลยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงของชายอีกคน เขาผงกหัวให้ชายคนนั้น และก็เดินมากรอกเอกสารตรงเคาน์เตอร์
ค... ครับ...
ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอครับ มาตรวจเรื่องอะไรเหรอเนี่ย คุณหมอที่เดินมายืนข้างๆถามอย่างเป็นกันเอง
ฮยอคแจเงียบไปซักพัก ก่อนจะตอบเบาๆ ผมชื่อฮยอคแจฮะ มาเรื่อง... เอ่อ... โคอาล่าน่ะ...
โคอาล่า?? เอ๋ๆๆ เรื่องนี้หมอพึ่งเคยเจอเลยนะเนี่ย น่าสนใจจัง~~ เสียงร้องอย่างตื่นเต้นดีใจของคุณหมอ ทำเอาฮยอคแจเหวอไปอีกครั้ง ทำไมคุณหมอต้องตื่นเต้นด้วยล่ะ... ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณหมอนะ...
ส... เสร็จแล้วครับ ทันทีที่ฮยอคแจยื่นเอกสารกลับให้คุณพนักงานต้อนรับ คุณหมอก็คว้าข้อมือของเขา และก็ฉุดพาเขาเดินไปที่ห้องตรวจ
มาเลยฮะคุณฮยอคแจ เรามาช่วยกันวินิจฉัยโรคนี้ และก็มาแก้ด้วยกันนะ น้ำเสียงที่ร่าเริงของคุณหมอ ช่วยคลายความกังวลให้ฮยอคแจ และความเป็นกันเองแบบนี้... ก็ทำให้เขารู้สึกเชื่อใจในตัวคุณหมอคนที่เขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อคนนี้ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ครับ... รบกวนด้วยนะฮะ
ถ้าเป็นที่นี่... อาจจะแก้ได้นะ... โรคแปลกๆของเราน่ะ...
คุณฮยอคแจนั่งตรงนี้เลยนะ เอ้อ แล้วนี่หมอแนะนำตัวเองรึยัง หมอชื่อยูชอนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ยูชอนนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามกับฮยอคแจ ผายมือออกไปหาอีกฝ่ายเพื่อที่จะทักทาย
ค... ครับ แล้วคนนี้... ฮยอคแจจับมือคุณหมอตอบก่อนจะมองขึ้นไปหาชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนที่เดินถือแฟ้มประวัติตามคุณหมอเข้ามา
อ๋อ คนนี้เป็นพนักงานต้อนรับน่ะฮะ ชื่อ คยูฮยอน เผอิญว่าตอนนี้พยาบาลของเราเค้าพักอยู่น่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ คยูฮยอนของเราเก่ง ทำได้ทุกตำแหน่งแหละฮะ
คยูฮยอนหันไปทำหน้าบู้ใส่ยูชอน พี่ยูชอนพูดเหมือนผมเป็นเบ๊เลย... น้อยใจนะเนี่ย...
ฮะฮะ อย่ามองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้น ชั้นแค่ชมว่านายฉลาดต่างหาก ยูชอบตอบพร้อมกับมือที่เอื้อมขึ้นไปหยิกแก้มคยูฮยอนเล่น
อย่าหยิกแก้มผมดิ๊ ผมไม่ใช่เด็กๆนะครับ คยูฮยอนรีบปัดมือของยูชอนทิ้ง และเขาก็หันมาทางฮยอคแจ ก่อนที่จะเสหน้าหนีไปอย่างรวดเร็ว พ... พี่ยูชอน... รีบๆตรวจเหอะ
ยูชอนเหลือบมองท่าทางของคยูฮยอนอย่างสงสัย ก่อนจะหันกลับมาหาฮยอคแจที่กำลังนั่งมองไปรอบๆห้อง พอเขารู้สึกว่าทั้งสองคนมองกลับมาที่เขา เขาก็รีบหันกลับมาทันที
อ่ะ... ขอโทษที่มองไปทั่วนะฮะ...
ไม่เห็นจะต้องขอโทษเลย ห้องนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังหรอกครับ ยูชอนใช้น้ำเสียงอ่อนโยนพูดกับคนไข้ที่ดูประหม่าเล็กน้อยคนนี้ ก่อนที่เขาเริ่มเตรียมจะจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้ม
เอาล่ะฮะคุณฮยอคแจ...
ระ... เรียกฮยอคแจก็ได้... นะฮะ
เสียงพูดตะกุกตะกักของฮยอคแจ เรียกให้ยูชอนมองขึ้นมาหาเขา และเด็กหนุ่มก็ยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองแก้เขิน
เอ่อคือ... ผมไม่ชอบ... รู้สึกห่างเหิน... คือ... แบบว่า...
ฮยอคแจ เล่าเรื่องโคอาล่าให้ผมฟังหน่อยสิ ยูชอนพูดแทรกฮยอคแจขึ้นมาอย่างเข้าใจ ทำให้ฮยอคแจยิ้มบางๆออกมาได้ในที่สุด
คือผมชอบฝันถึงโคอาล่าน่ะฮะ ฮยอคแจเริ่มเล่าอย่างโล่งใจโดยมียูชอนผงกหัวตามไปเรื่อยๆ ส่วนคยูฮยอนนั้น กลับรีบยกแฟ้มขึ้นมาบังหน้าของตัวเอง หือ...
ครับ แล้วยังไงอีก
แล้วผมก็ฝันว่าโคอาล่าฆ่าคนได้น่ะ... ฮยอคแจตอบคุณหมอในขณะที่สายตานั้นเบี่ยงไปมองหน้าคุณพนักงานต้อนรับที่ยกแฟ้มของตัวเองให้สูงขึ้นไปอีก
จริงน่ะ... แล้วฆ่ายังไงเหรอ?
ก็มันจะพ่นน้ำลายใส่ แล้วใครที่กลืนน้ำลายนั้นลงไป... ตอนนี้... แฟ้มนั้นบังหน้าเขาจนมิดแล้ว...
กลืนลงไปแล้ว...
ก็จะ... สำลักเลือดตาย... และตอนนี้... เขาก็ต้องหันหลังไป... อะไรน่ะ หงุดหงิดแล้วนะ~
อืม.... ยูชอนจดทุกอย่างที่ฮยอคแจเล่าลงแฟ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง และเขาก็เห็นว่าร่างบางน่ะ... ตอนนี้กำลังจ้องคยูฮยอนเขม็งเลยล่ะ ฮยอคแจ... ฮยอคแจ~ เป็นอะไรไปเหรอครับ หน้าคยูฮยอนมีอะไรงั้นเหรอ
พอได้ยินชื่อตัวเอง คยูฮยอนก็ยกแฟ้มลงจากหน้าในทันใด และในที่สุดฮยอคแจก็ได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่คยูฮยอนพยายามจะซ่อนอย่างตั้งใจ
อ๋อ... ที่ยกแฟ้มบังหน้าน่ะ... ก็เพราะแบบนี้เองสินะ...
ทีหลังถ้ามันตลกนักก็หัวเราะเสียงดังออกมาเลยก็ได้นะ ไม่ต้องทนกลั้นหัวเราะไว้แบบนั้นหรอก ฮยอคแจพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง ที่ทำให้ทั้งคุณหมอและคุณพนักงานต้อนรับต่างก็มึนงงกันเป็นอย่างมาก
ไม่ต้องมาทำหน้าอินโนเซ้นหรอกนะนายน่ะ คิดว่ามันขำก็หัวเราะเยาะชั้นสิ ชั้นโดนมาเยอะแล้วล่ะ ฮยอคแจยกมือขึ้นมากอดอก พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด โธ่เว้ย... นึกว่าจะต่าง... แต่ไม่ว่าหน้าไหนก็เหมือนกันหมด หาว่าเราเป็นตัวตลกกันหมด... และเขาก็นั่งบ่นอุบอิบกับตัวเอง
ยูชอนใช้ศอกกระทุ้งที่ข้างเอวของคยูฮยอนเบาๆเพื่อเรียกให้อีกฝ่ายยื่นหน้ามาหาเขาใกล้ๆ ก่อนจะกระซิบถามเบาๆ เมื่อกี้นายยิ้มอะไรของนาย
ก็เค้าน่ารักอ่ะ... ผมอดยิ้มไม่ได้... คยูฮยอนสารภาพไปด้วยเสียงหงอยๆ
ยูชอนพยักหน้าและก็ชี้ปากกาไปทางฮยอคแจ คนที่ยังเอาแต่นั่งบ่นโดยที่ไม่สนใจคนอื่นๆรอบตัวเลย
อ... อะไรเหรอ... พี่ยูชอนชี้เค้าทำไมอ่ะ คยูฮยอนถามอย่างงงๆ
ก็จัดการไง ชอบเค้าไม่ใช่เหรอ ชั้นก็เปิดโอกาสให้แล้วนี่ไง ยูชอนตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆ และเขาก็ผลักหลังคยูฮยอนไปทางฮยอคแจ ทำให้ชายหนุ่มที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเซจนเขาล้มไปคร่อมร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้า
อะไรของนายอีกเล่า จะมาหัวเราะเยาะใส่หูชั้นเลยรึไง ฮยอคแจผลักคยูฮยอนออกไปทันที เสร็จแล้วเขาก็ยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
คยูฮยอนหันไปมองยูชอนอีกครั้งเพื่อขอแรงสนับสนุน แต่คุณพี่ชายตอนนี้ก็หันไปนั่งจดข้อมูลลงในแฟ้มอีกแล้ว ง่ะ... คิดวิธีรักษาออกแล้วเหรอพี่ยูชอน... ทั้งๆที่พึ่งฟังเรื่องที่เค้าพูดไปเท่านั้นเองเนี่ยนะ...
กลัวโคอาล่าแล้วมันผิดนักรึไง... ไม่ลองมาเป็นเราดูล่ะที่ต้องฝันถึงโคอาล่าผีแบบนั้นทุกคืนน่ะ... คนที่ไม่เคยเจอก็พูดได้อยู่แล้วสิ... เชอะ...
เสียงบ่นอุบอิบของฮยอคแจเรียกให้คยูฮยอนหันกลับมาทางเขา และคุณพนักงานต้อนรับหนุ่มของเราก็... ยิ้มกว้าง~~
เสียงเล็กๆง้องแง้งๆที่ดังออกมาจากริมฝีปากเรียวที่ขยับขึ้นลงไปกับการบ่นคนเดียวด้วยท่ามือสองข้างปิดหู ท่าทางเด็กๆแบบนั้นทำไมมันถึงได้น่ารักขนาดนี้น้า~~~ พี่ฮยอคแจ... พี่นี่น่ารักจังเลย~~~
พี่ฮยอคแจไม่ผิดนะ ผมเชื่อพี่นะ คยูฮยอนพูดเบาๆพร้อมกับก้มลงไปแกะมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายออกเบาๆ แต่ฮยอคแจกลับหันมาสะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย
ไม่ต้องมาพูดเลยนายน่ะ เมื่อกี้กลั้นหัวเราะจนเหนื่อยเลยน่ะสิ ขอโทษนะที่ชั้นมันกลัวอะไรบ้าๆบอๆแบบนี้ อ้อ แล้วชั้นก็ไม่ใช่พี่นาย ไม่ต้องมาเรียกพี่ฮยอคแจ
ดูท่าจะถูกโกรธไปเต็มๆเลยแฮะ แต่ไม่เป็นไร ถูกโกรธก็ขอโทษ ง้อแล้วก็คืนดี เสร็จแล้วเราก็จะดีกัน นี่เป็นคติประจำใจของคยูฮยอนคนนี้เลยล่ะ
ขอโทษที่ผมเรียกโดยไม่ขอนะฮะ แต่ผมเด็กกว่าผมก็ควรจะเรียกพี่ว่าพี่ฮยอคแจตามมารยาท แล้วเมื่อกี้น่ะ... ผมไม่ได้จะหัวเราะเยาะพี่จริงๆนะ ฟังผมหน่อยซี่...
ไม่ฟัง~ ชั้นไม่สนหรอกว่านายจะคิดยังไง ถ้าหัวเราะเสร็จแล้วก็ไปเด้ จะมายืนหัวโด่อยู่นี่ทำไมอีกเล่า~~
คยูฮยอนยังยิ้มอยู่... พี่ฮยอคแจก็คงจะแค่อารมณ์เสียล่ะมั้ง ลองง้อต่ออีกหน่อยดีกว่า
ก็ผมไม่ได้ขำพี่จริงๆนี่นาตะกี้น่ะ เรื่องกลัวโคอาล่ามันไม่ได้น่าตลกแบบนั้นซะหน่อย คยูฮยอนคว้ามือของฮยอคแจมาจับเอาไว้ และก็เขาบีบกระชับมือนั้น... เหมือนจะส่งผ่านความรู้สึกของตนผ่านมือที่สัมผัสกันอยู่นี้... ส่งผ่านข้อความไปว่า... ผมเชื่อพี่จริงๆนะ...
แต่ว่านะคยูฮยอน... ฮยอคแจเค้าไม่ได้จะอยู่ในอารมณ์ซึ้งกับนายซักเท่าไหร่หรอก...
โกหก~ ชั้นเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังร้อยทั้งร้อยเค้าก็ขำชั้นทั้งนั้นแหละ ถ้านายไม่ขำนายก็คงป่วยแล้วล่ะ ปล่อยมือชั้นนะเจ้าบ้า~~ ฮยอคแจพยายามที่จะดึงมือของตัวเองกลับ แต่เจ้าหมอนี่ก็จับไว้แน่นชะมัดเลยเว้ย ปล่อยช้านนนนนนน
คยูฮยอนยังคงพยายามที่จะยิ้ม พยายามที่จะไม่ของขึ้นไปกับคำพูดหักหาญน้ำใจของฮยอคแจ
ถึงจะโดนอีกฝ่ายเอามือยันหน้าเพื่อจะดึงมือของตัวเองออกไป... เขาก็ยังยิ้ม
ถึงจะโดนอีกฝ่ายดันไหล่ออกไปแรงๆ... เขาก็ยังยิ้ม
ถึงจะโดนอีกฝ่าย... ใช้เท้ายันตัวเขาออกไป... เขาก็... ยัง... หึ ขอโทษนะฮะพี่ฮยอคแจ ผมเหลืออดแล้วล่ะ -- --;;;
คยูฮยอนพุ่งตัวเข้าไปหาฮยอคแจ ใช้มือข้างนึงรวบมือทั้งสองข้างของเขาไปจับเอาไว้ ในขณะที่มืออีกข้างก็จับเข้าที่ปลายคาง บังคับให้อีกฝ่ายหันมามองกันตรงๆ ฟังชัดๆให้เข้าใจกันไปเลยนะฮะ...
เมื่อกี้ผมไม่ได้หัวเราะเยอะพี่ แต่ผมยิ้ม... เพราะผมคิดว่าพี่น่ารัก... เข้าใจรึยังฮะ
ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรก เสียงที่ดังตอบกลับมา ไม่ใช่เสียงของฮยอคแจ แต่มันกลับกลายเป็นเสียงของแจจุงที่ยืนพิงประตูตอบคยูฮยอนด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแทน
เฮ้ย~ พี่แจจุงมีตรวจไม่ใช่เหรอ มาอยู่ที่นี่ได้ไงน่ะ คยูฮยอนผละมือออกทันที เมื่อครู่นี้พึ่งจะเก๊กหน้าเท่ใส่ฮยอคแจไปแท้ๆ พอรู้ตัวว่ามีคนยืนมองอยู่คยูฮยอนก็หน้าแดงแปร๊ด เขินจนมาดเท่ๆที่สร้างเอาไว้แตกเพล้งไม่มีดีเลยล่ะ
ชั้นตรวจเสร็จแล้วก็เลยมาดูน่ะ แจจุงมองข้ามหัวคยูฮยอนไปหาฮยอคแจ คนที่ตอนนี้กำลังถูมือกับกางเกงของตัวเองพร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมาเช็ดคางของตัวเอง พอเด็กหนุ่มสังเกตเห็นแจจุงเขาก็ก้มลงผงกหัวให้อย่างเก้ๆกังๆ
แจจุงหัวเราะเบาๆกับภาพตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหายูชอนที่กำลังนั่งยิ้มภูมิใจกับแผนการรักษาที่เขาพึ่งเขียนเสร็จเมื่อครู่
คิดยังไงปล่อยให้เจ้าคยูฮยอนดูแลคนไข้แบบนั้นน่ะยูชอน แจจุงซุกมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ส่วนอีกข้างก็หยิบแฟ้มประวัติคนไข้บนโต๊ะขึ้นมาดู
ก็เห็นหมอนั่นชอบๆก็เลยช่วยน่ะ ยูชอนหันมาตอบแจจุง และเขาก็สังเกตกระดาษแปลกๆในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของแจจุง นั่นอะไรน่ะแจจุง
หือ... แจจุงละสายตาจากแฟ้ม มองตามนิ้วของยูชอนไป ก่อนจะหยิบตั๋วสองใบในกระเป๋านั้นวางบนโต๊ะของยูชอน ได้มาจากเยซองเมื่อกี้น่ะ เค้าบอกว่าเค้าติดงานดีเจ ไปไม่ได้เลยเอามาให้ชั้น นายเอาไปสิ เข้ากับแผนการรักษาของนายพอดีเลยนี่
โอ๊ะ~ จ๊าบมากแจจุง~~ ขอบใจนะ ยูชอนหยิบตั๋วสองใบนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะหันไปยิ้มให้ฮยอคแจ ฮยอคแจ วันเสาร์นี้ว่างมั้ย
เอ๊ะ... ก... ก็ว่างฮะ ผมพึ่งถูกไล่ออกจากงานก็เลยว่างตลอดนั่นแหละ
ดีเลย งั้นไปเดทกันฮะ
เอ๊ะ~~~~ คยูฮยอนร้องขึ้นมาดังลั่น ทำเอาฮยอคแจหันมามองเขาตาโต
แล้วนายจะร้องทำไม มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายไม่ใช่รึไงเล่า
เกี่ยวสิ ก็ผมอ่ะ.... อื้ออออออ ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านั้น แจจุงก็เดินมาหาคยูฮยอน ยิ้มหวานให้ก่อนจะปิดปากแล้วก็ลากตัวเด็กหนุ่มออกไปด้วยกัน
คยูฮยอน ชั้นว่าได้เวลานายกลับไปประจำที่ของนายแล้วล่ะนะ
เมื่อแจจุงพาคยูฮยอนออกไปแล้ว ยูชอนก็เริ่มพูดกับฮยอคแจต่อ วันเสาร์นี้ เราจะไปเดทที่สวนสัตว์กันนะฮะ
แต่พอฮยอคแจรู้สถานที่เท่านั้นแหละ เขาก็ส่ายหัวยิบๆ ไม่เอา ถ้าเป็นสวนสัตว์ผมไม่ไปนะ ถึงผมจะตกงาน แต่ผมก็ยังไม่อยากตายนะฮะ
แล้วใครว่าผมจะพาฮยอคแจไปตายเล่า ยูชอนหัวเราะเบาๆ ยกตั๋วทั้งสองไปขึ้นมาทาบบนริมฝีปาก ก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ไปทางฮยอคแจ เราแค่จะไปทักทายเจ้าโคอาล่าน่ากลัวพวกนั้นกันเล็กน้อย แล้วผมจะปกป้องฮยอคแจเอง ไม่ต้องกลัวหรอกครับ
ได้ยินน้ำเสียงจริงจังคอนเฟิร์มมาแบบนั้น ฮยอคแจก็ยอมพยักหน้าในที่สุด งั้นคุณหมอ... มารับผมที่บ้าน... ได้มั้ย...
นั่นออกจะเป็นคำขอร้องที่แปลกอยู่ไม่น้อยสำหรับยูชอน แต่ยังไงซะ... เขาก็ไม่ใช่คนที่จะไปกับฮยอคแจในวันจริงอยู่แล้ว เพราะงั้นตอนนี้ฮยอคแจจะขออะไรมา เขาก็ทำให้ได้หมดนั่นแหละ~
ได้อยู่แล้วครับ งั้นเจอกัน 10 โมงนะฮะ อย่านอนตื่นสายล่ะ พูดแล้วยูชอนก็ยื่นกระดาษที่เขาจดเบอร์ของใครบางคนเอาไว้ให้ฮยอคแจ วันเสาร์ ถ้ามีอะไรก็โทรมาเบอร์นี้นะฮะ
ฮยอคแจหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู และก็หันไปมองยูชอน อันนี้เบอร์ของคุณหมอเหรอ?
ยูชอนยิ้ม และก็ปิดแฟ้มของฮยอคแจลง เจอกันวันเสาร์ครับ~
======= Paranoid =======
จุนซูเดินผิวปากออกมาจากห้องตรวจของแจจุง เดินเอาแฟ้มไปให้คยูฮยอนที่กำลังนั่งมองอะไรบางอย่างอย่างตั้งใจในคอมพิวเตอร์อยู่คยูฮยอนทำไรอยู่ จุนซูชะโงกหัวไปดูหน้าจอคอม และเขาก็เห็นว่าคยูฮยอนนั้นกำลังเปิดดูเวบเกี่ยวกะโคอาล่าอยู่
ผมกำลังศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม พี่จุนซูรู้มั้ยว่าอาหารโปรดของโคอาล่าคืออะไร คยูฮยอนลุกขึ้นมาหยิบแฟ้มจากจุนซูไปเก็บ
จุนซูขมวดคิ้วให้กับคำถามความรู้รอบตัวของคยูฮยอน แล้วชั้นจะรู้มั้ยอ่ะ ชอบกินไม้ไผ่มั้ง เขาตอบส่งๆไปเพราะนอกจากเรื่องเกมส์แล้ว เรื่องอื่นในโลกจุนซูก็ไม่สนหรอก ถ้ามันไม่เกี่ยวกับตัวเขาเองน่ะ
ผิดแล้วพี่จุนซู ที่ชอบกินไม้ไผ่มันแพนด้าต่างหากเล่า โคอาล่าน่ะชอบกิน...
เฮ้ย~~~ เบนซ์สปอร์ตสีดำ เท่ชะมัด~~~ คยูฮยอนพูดยังไม่ทันจะจบประโยค จุนซูก็ตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับยืนเกาะกระจกเป็นจิ้งจก ฟังผมให้จบหน่อยก็ไม่ได้นะพี่จุนซู T-T
ฮ... เฮ้ย~ แล้วทำไมรถหรูๆถึงมาจอดหน้าคลีนิคเรา คยูฮยอน~ พี่ยูชอนเค้าไปกู้เงินใครเค้าไว้เหรอ~
หา~ กู้เงินอะไร พี่จุนซูไปเอามาจากไหนอ่ะ คยูฮยอนส่ายหัวตอบจุนซูที่แว้บเดียวก็กลับมาทำหน้าตื่นตรงหน้าเคานเตอร์ซะแล้ว
ก็คนที่เอารถหรูๆแบบนี้มาจอดน่ะ ต้องเป็นพวกยากูซ่าแน่ๆเลยคยูฮยอน ถ้ามีคนมาให้บอกว่านายไม่รู้จักชั้นนะ ชั้นเป็นแค่คนไข้ธรรมดา เข้าใจนะ พูดไปจุนซูก็แกะกระดุมยูนิฟอร์มของตัวเองไป ในขณะที่คยูฮยอนนั้นไม่ได้จะเข้าใจอะไรตามจุนซูเลยซักอย่าง
เดี๋ยวดิพี่จุนซู ยากูซ่าอะไรของพี่ แล้วไม่รู้จักอะไร แล้วพี่จะถอดเสื้อออกทำไม ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานของพี่เลยน้า~~~ เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้นมาทำท่าจะรั้งตัวจุนซูเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับชักมือหนีไปซะก่อน
คยูฮยอน เวลาแบบนี้ใครเร็วกว่าก็รอดเฟร้ย~
-- เพี๊ยะ --
เสียงฝ่ามือทำให้ทั้งจุนซูและคยูฮยอนต่างก็หยุดชะงัก ทั้งสองคนค่อยๆมองไปทางต้นเสียงของฝ่ามือนั้น ที่ตอนนี้... มีชายหนุ่มหน้าคมนายหนึ่งยืนหน้าเฉยอยู่
ที่นี่คลีนิค Paranoid ใช่มั้ย ชายแปลกหน้าถามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหู เหมือนจะเคยได้ยินนะเสียงแบบนี้ แล้วก็หน้าตาแบบนี้ก็เหมือนจะคุ้นๆ... เอ...
ใช่ครับ ถ้าจะมาตรวจก็... รบกวนช่วยกรอกเอกสารด้วยนะครับ คยูฮยอนหยิบเอกสารชุดหนึ่งยื่นให้ชายแปลกหน้าคนนั้น
เขาเหลือบมองข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกในเอกสาร และก็เขียนลงไปแค่ -- จุง ยุนโฮ และก็ยื่นมันกลับให้คยูฮยอน
ข้อมูลอื่นหาเอาในเนทละกัน
เอ๋... คยูฮยอนอุทานอย่างแปลกใจ ให้มาแค่ชื่อ แล้วนอกนั้นให้ไปหาจากเนท แล้วชื่อจุงยุนโฮ.... จุง ยุนโฮ... เอ๊าะ~ อ๋อ~~~~
คุณเป็นคนที่ออกรายการทีวีบ่อยๆนี่ ยูโนวยุนโฮใช่มั้ย ขณะที่คยูฮยอนพึ่งจะถึงบางอ้อ จุนซูที่คิดออกในเวลาไล่เลี่ยกันก็พูดขึ้นมาอย่างภูมิใจที่ตัวเองจำชายคนนี้ได้
รู้จักชั้นด้วยเหรอ ยุนโฮทำท่าจะยิ้มเซอร์วิสแฟนๆ แต่ทว่า...
อือ เห็นหน้าจนเบื่อเลยด้วย ชอบมีใน CF ตอนผมดูรายการเกมส์โชว์อ่ะ แถมพอจบ CF แขกรับเชิญในรายการก็ยังเป็นคุณอีก น่าเบื่อซะไม่มีล่ะ จุนซูพูดพร้อมกับส่ายหัวเซ็งๆ นี่ขนาดไม่ได้ดูทีวียังจะต้องเห็นหน้านายยูโนวยุนโฮคนนี้อีกเหรอเนี่ย
ที่นายไม่ชอบชั้นเนี่ยเป็นเพราะชั้นแมนไม่พอใช่มั้ย
ห๊ะ... จุนซูหันไปขมวดคิ้วให้กับคำถามของยุนโฮ แมนไม่พออะไร คุณออกจะบ้าพลังตอนเล่นเกมส์นะ
ก็แล้วทำไมนายไม่ชอบชั้นเล่า มันต้องมีส่วนอื่นของชั้นที่ยังไม่แมนแน่ๆ กล้ามหน้าท้อง กล้ามแขน ไสตล์เสื้อผ้า หรือว่าวิธีพูด... ยุนโฮร่ายยาวอยู่พักหนึ่งก่อนที่เขาจะเงียบไป เขาหยุดมือของตัวเองที่กำลังไล่จับไปทั่วร่าง แล้วเขาก็เลื่อนมือนั้นไปจับไหล่ทั้งสองข้างของจุนซู
หมออยู่ไหน พาชั้นไปหาหมอเร็ว
ห๊ะ... อะไรของคุณเนี่ย คุณหมอเค้าก็ต้องอยู่ในห้องตรวจสิ ทางนี้ฮะ จุนซูเกาหัวตัวเองพลางเดินนำยุนโฮไปที่ห้องตรวจของแจจุง ที่ตอนนี้เขากำลังนั่งปรึกษาเรื่องเคสของซงมินอยู่กับยูชอน
พี่แจจุง มีคนไข้ครับ จุนซูเปิดประตูห้องเข้าไป และเขาก็ถูกยุนโฮแทรกตัวเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว
คุณหมอ ผมแมนมั้ย~~ ชายหนุ่มโพล่งคำถามออกไปและเขาก็นิ่งไป 5 วิ เฮ้ย~~~ ไม่ใช่สิ ผมไม่ได้จะถามคำถามนั้น โอ๊ยยยย ผมแย่แล้วนะเนี่ย~~ คุณหมอช่วยด้วย~~~ และนายยุนโฮก็ส่ายหัวไปมาตรงหน้าโต๊ะตรวจคนไข้ของแจจุง ที่ตอนนี้มียูชอนลุกขึ้นมายืนคุ้มกันเพราะเขารู้สึกว่าคนไข้คนใหม่คนนี้ดูอันตราย
เอ่อ... เดี๋ยวนะฮะ สรุปแล้วคุณเป็นอะไร อยากจะแมนเหรอ แบบนั้นไปฟิตเนสจะดีกว่ามั้ยฮะ มาขอยาโด๊ปผมว่ามันก็ได้ผลไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกนะ แจจุงแนะนำไปอย่างไม่รู้อะไร ตอนนี้เขาแค่รู้สึกว่าถ้าให้อะไรที่คนตรงหน้าต้องการเขาก็อาจจะปลอดภัยก็เท่านั้น
ผมจะบ้าตายกับไอ้ความแมนอยู่เนี่ย~ ยุนโฮทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมด้วยมือสองข้างที่เขายกขึ้นมากำขมับ
คุณคนนี้คือยูโนวยุนโฮน่ะ ที่ไปออก Xman บ่อยๆน่ะฮะ จุนซูช่วยอธิบายพร้อมกับวางแฟ้มประวัติชั่วคราวลงบนโต๊ะของแจจุง ประวัติโดยละเอียดคยูฮยอนกำลัง search หาให้ในเนท ตอนนี้รู้แค่ชื่อจริงเค้าก็พอนะฮะ
แจจุงพยักหน้าให้จุนซู ก่อนจะหันไปทางยุนโฮที่กำลังนั่งเครียดอยู่ตรงเก้าอี้ตรงหน้า คุณยุนโฮช่วยอธิบายเรื่องที่คุณกำลังเครียดให้หมอฟังอย่างละเอียดหน่อยได้มั้ยครับ
ยุนโฮถอนหายใจยาว และเขาก็เริ่มเล่าปัญหาที่กำลังทำให้เขาบ้าอยู่ในขณะนี้ ช่วงนี้ผมน่ะเลิกออกกำลังกายไม่ได้เลย ต้องเข้าฟิตเนสทุกวัน วันละเกือบ 6 ชม. เพราะผมรู้สึกว่าถ้าใช้เวลาน้อยกว่านั้นแล้วร่างกายผมจะฟิตไม่พอ และมันก็กระทบกับเวลาทำงานของผม มันทำให้ผมรับงานในแต่ละวันได้น้อยลง เวลาพักก็น้อยลง แถมยังไม่มี vacation อีก และตอนนี้ ผู้จัดการส่วนตัวของผมเค้าก็กำลังจะสติแตกกับการจัดตารางงานฟิตเปรี๊ยะให้กับดาราดังอย่างผม เค้าเลยยื่นคำขาดมาว่าถ้าผมยังไม่เลิกระแวงว่าตัวเองไม่แมนพอ เค้าก็จะประกาศให้ผมอำลาวงการนี้ไปเลย....
พูดจบยุนโฮก็ก้มหน้าลงพร้อมกับถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง ในขณะที่อีก 3 คนในห้องที่ฟังอยู่ กำลังสงสัยในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ... ปัญหาของคนๆนี้... ทำไมมันถึงได้ดูยิ่งใหญ่นักนะ...
และในขณะที่พวกเค้ากำลังครุ่นคิดกันอยู่นั้นเอง คยูฮยอนก็วิ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษ A4 ในมือ พี่ๆ เรื่องใหญ่แล้วล่ะ นายจุงยุนโฮคนนี้น่ะ เป็นดาราที่ดังสุดๆในเกาหลีเลยนะฮะ
ทุกคนในห้องนิ่ง ยุนโฮนิ่งเพราะนี่เป็นสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว จุนซูนิ่งเพราะนี่เป็นสิ่งที่เขาไม่สนใจ แจจุงนิ่งเพราะเขากำลังรอให้คยูฮยอนพูดต่อ ส่วนยูชอนนิ่งเพราะเขาไม่เข้าใจว่าหน้าตาแบบนี้มีอะไรให้กรี๊ดนักหนา
แล้ว... และสุดท้ายคนที่พูดขึ้นมาก็คือแจจุง คนที่กำลังมีไฟในการวินิจฉัยโรคของคุณยุนโฮคนนี้ และก็กำลังกระตือรือร้นที่จะหาวิธีแก้ไข
ตอนนี้คุณยุนโฮเค้าประกาศลาพักงาน 1 เดือน แล้วแฟนๆของเค้าก็ตื่นเต้นกับข่าวนี้กันจนเข้าไปโพสที่เวบบอร์ดของบริษัทต้นสังกัดจนเวบบอร์ดล่ม แถมยังโทรเข้าไปถามเรื่องนี้กันจนที่บริษัทต้องปิดรับโทรศัพท์ทุกคู่สาย และก็กำลังประจัญหน้ากับเหล่าแฟนเพลงที่ไปรวมตัวกันที่หน้าตึกเพราะพวกเค้าต้องกาคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าคุณยุนโฮมาที่นี่ นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะพี่แจจุง~~
หลังจากที่คยูฮยอนพูดจบ ทั้งห้องก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ยุนโฮเงียบเพราะเขาไม่มีอะไรจะพูด เพราะทุกอย่างที่คยูฮยอนพูดมาเป็นสิ่งที่เขารู้และก็คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว จุนซูเงียบเพราะเขาก็ยังคงไม่สนใจเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น แจจุงเงียบเพราะเขากำลังนั่งใช้ความคิด ส่วนยูชอนเงียบเพราะเขากำลังอึ้งว่าคนหน้าตาแบบนี้จะสามารถก่อให้เกิดจลาจลขนาดนั้นได้เชียวเหรอ
คุณได้บอกใครมั้ยว่าคุณมาที่นี่ และสุดท้ายคนที่พูดขึ้นมาก็คือแจจุง คนที่ดูเหมือนจะสนใจปัญหานี้มากที่สุด ถ้าไม่นับคยูฮยอนที่กำลังจะเสียสติกับข่าวในมือล่ะก็นะ
ผมตกลงกับผู้จัดการไว้แล้ว ว่า 1 เดือนนี้ห้ามให้ใครรู้ว่าผมอยู่ไหน และถ้าภายใน 1 เดือนผมแก้โรคนี้ไม่ได้ผมก็จะออกจากวงการบันเทิงให้เขาจริงๆ ยุนโฮตอบด้วยเสียงจริงจัง สองมือประสานเข้าหากันในขณะที่ชายหนุ่มท้าวแขนกับเข่าของตัวเอง
พอดีเลย เพราะโรคนี้ปัญหามันก็มาจากมุมมองของตัวคุณเองนั่นแหละฮะ แจจุงจดข้อมูลลงในแฟ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับยุนโฮอีกครั้ง
ตัวคุณเองเป็นคนวิตกไปว่าคุณจะแมนไม่พอในสายตาของคนอื่น คุณเลยเริ่มฟิตร่างกายก่อนที่ใครจะว่าคุณแบบนั้นได้ และมันก็กลายเป็นการสร้างกิจวัตรประจำวันที่ผิดให้ร่างกายของคุณ และมันก็โยงไปถึงการปลูกฝังความเชื่อในสมองว่าถ้าไม่ออกกำลังให้ถึงลิมิทนั้น ร่างกายของคุณก็จะไม่แมน ทั้งๆที่ความจริงคุณไม่จำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายหนักขนาดนั้นเลย
พอแจจุงพูดจบ ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง คราวนี้ยุนโฮเงียบไปเพราะเขากำลังเรียบเรียงคำพูดของแจจุงและทำความเข้าใจกับมัน จุนซูก็ยังคงเงียบด้วยเหตุผลเดิม แถมคราวนี้เขายังหาวตบท้ายให้ด้วย ส่วนยูชอนนั้นเงียบไปเพราะเขาเริ่มรู้สึกฉุนขึ้นมาที่แจจุงพูดได้เป็นวรรคเป็นเวรเพราะเรื่องของคนที่เขาไม่ถูกขี้หน้า และคยูฮยอนก็เงียบไป เพราะเขากำลังทึ่งในการวินิจฉัยโรคได้แบบทะลุปรุโปร่งของแจจุง
งั้นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องทำก็คือ... ยุนโฮพูดประโยคค้างเอาไว้และเขาก็มองขึ้นไปหาแจจุง
การไปอยู่ในที่ๆไร้ซึ่งสายตาของผู้คน ที่ๆคุณจะไม่ต้องมีชื่อ ยูโนวยุนโฮ ค้ำหัวเอาไว้ ที่ๆคุณจะเป็นเพียงแค่ จุงยุนโฮ เป็นตัวของคุณเองฮะ
ทำแค่นั้นก็พอแล้วเหรอครับ
แจจุงพยักหน้า ปัญหาของคุณเริ่มจากมุมมองของตัวคุณเอง เพราะงั้นการที่จะแก้ให้ได้ผลรวดเร็วที่สุดก็ต้องแก้ที่ตัวคุณเองครับ ไปพักร้อนซัก 1 เดือน... ดูเป็นทางเลือกที่ดีออกไม่ใช่เหรอครับ และเขาก็ยิ้มบางๆให้ยุนโฮ ก่อนจะจดข้อมูลลงในแฟ้ม และก็ยื่นมันให้คยูฮยอน
โทรไปบอกพี่วูฮยอคนะว่าชั้นจะส่งคนไข้ไปพักที่รีสอร์ทส่วนตัวที่หัวหิน บอกให้เค้าเตรียมที่พักให้ด้วย
ครับผม คยูฮยอนรับแฟ้มมา และเด็กหนุ่มก็เดินหน้าบานออกไป ตอนนี้เขากำลังรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานให้พี่แจจุงในเคสของคนดังเช่นนี้ล่ะ
แล้วจะให้ผมไปคนเดียวงั้นเหรอ ยุนโฮเอ่ยถามก่อนจะเหล่ไปทางจุนซูที่ตอนนี้กำลังนั่งยองๆค้นตู้เก็บของในห้องตรวจเพื่อที่จะหาเกมส์บอยที่แจจุงเคยยึดไป
อย่าบอกผมนะครับว่าคุณเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้น่ะ เมื่อเห็นโอกาสหาจุดอ่อน ยูชอนก็พูดขึ้นมาทันที ยังไงก็รู้สึกเกลียดขี้หน้าเจ้าหมอนี่ตั้งแต่แรกพบอยู่แล้ว ขอแฉจุดอ่อนของนายให้สะใจเล่นหน่อยเหอะ
แต่ยุนโฮก็ดูจะไม่สะทกสะท้านกับคำถามนั้น เขามองยูชอนและก็ตอบคำถามไปอย่างไม่กังวลอะไร ผมไม่ใช่เด็กๆแบบนั้นครับ แต่ผมไม่ชอบการเดินทางไปในประเทศที่ไม่คุ้นเคยเพราะมันจะทำให้ผมเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็เท่านั้น
โดนพูดตอกหน้าเข้าไปแบบนั้น ยูชอนก็ยิ่งฉุนหนัก เขาหันขวับไปทางจุนซูที่กำลังยิ้มดีใจที่ในที่สุดเขาก็เจอเครื่องเกมส์ งั้นพาจุนซูไปด้วยเลยสิ หมอนั่นเป็นญาติกับพี่วูฮยอค ไปกับเค้าคุณคงอุ่นใจได้ล่ะครับ
แล้วทำไมผมต้อง... ก่อนที่จุนซูจะได้ท้วงอะไร ยูชอนก็เดินไปโอบไหล่ของน้องรักและก็กระซิบบางอย่างที่ข้างหูเบาๆ
นายแค่ไปคอยอยู่ข้างๆหมอนี่ งานง่ายๆ แถมหมอนี่รวยจะตาย นายอย่าลืมหลอกให้เค้าซื้อเกมส์ให้ยอะๆ แล้วค่อยขนกลับมาเล่นที่เกาหลีล่ะ มั่นใจได้เลยว่านี่เป็นคำพูดของคนเป็นหมอ คนที่ควรจะต้องห่วงคนไข้ตรงหน้าเป็นที่ 1 -- --;;;
เออ... พูดดีนี่พี่ยูชอน งั้นผมไป ฝากตัวด้วยฮะพี่ยุนโฮ จุนซูเดินรี่มาหายุนโฮและก็ผายมือออกไปเพื่อที่จะฝากเนื้อฝากตัว เมื่อกี้ยังเรียกแทนเค้าว่า คุณ อยู่เลย พอผลประโยชน์เข้ามาก็เรียกว่า พี่ยุนโฮ ซะสนิทสนมทันที ไม่ค่อยแสดงออกว่าหวังผลเลยนะจุนซู
ยุนโฮมองฝ่ามือตรงหน้าเงียบๆ เด็กหนุ่มคนนี้คือคนที่บอกว่าเบื่อหน้าเขา เป็นคนที่ไม่สนด้วยซ้ำว่าเขาจะแมนรึเปล่า งั้นก็คงจะไว้ใจได้มั้ง... อื้อ ฝากตัวด้วยละกันนะ...
จุนซูครับ
... จุนซู
และการเดินทางพักร้อนของดาราดังจุงยุนโฮ ก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับไกด์นำทางแปลกหน้านามจุนซูด้วยประการละฉะนี้แหละ
======= Paranoid =======
นัดครั้งต่อไปอีก 1 สัปดาห์เหมือนเคยนะครับ เสียงนุ่มพูดพร้อมกับยื่นบัตรนัดกลับให้คนไข้ที่มาที่นี่บ่อยๆ คุณหมอจองซูจากคลีนิค Paranoid ไงล่ะ
เดี๋ยวนี้ไม่ดุชั้นแล้วนี่ ชินแล้วเหรอชางมิน จองซูรับบัตรนัดมาเก็บเข้ากระเป๋าตังค์ก่อนจะยิ้มกวนๆให้อีกฝ่าย
ปกติที่ผมดุก็เพราะคุณหมอเค้าสั่งมาหรอก แต่ดูท่าเดี๋ยวนี้เค้าจะปลงเรื่องคุณแล้วล่ะ เห็นบอกว่าคุณมาบ่อยก็เท่ากับว่าเราจะได้กำไรมากขึ้น เค้าเลยไม่บอกให้ผมไล่คุณกลับไปแล้วล่ะฮะ ชางมินเรียงเอกสารเข้าตู้เสร็จแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายหลังจากที่นั่งปั่นคีย์ข้อมูลมาอยู่เกือบครึ่งชม. เพราะก่อนหน้านั้นจุนซูมานั่งคุยด้วยเลยเขาเลยเสียเวลาทำงานไปเกือบ 2 ชม.เต็มๆ
แหมๆ คุณหมอของนายเนี่ยชอบพูดจาทำร้ายน้ำใจกันจังเลยเนอะ จองซูเดินมากระแซะชางมิน และเขาก็ถูกอีกฝ่ายผลักออกอย่างรวดเร็ว
ถ้าเศร้าก็เลิกมาให้เค้าทำร้ายน้ำใจสิฮะ จะมาทำไมบ่อยๆล่ะ
ก็ชั้นยังจีบไม่ติดนี่นา
หือ...
หึหึหึ ฝากไปบอกเค้าด้วยนะว่าอีก 1 สัปดาห์เจอกันใหม่ ให้เค้าระวังตัวเอาไว้ด้วย
ระวังอะไรฮะ
ระวังตกหลุมรักชั้นไง
พูดจบแล้วนายจองซูก็วิ่งออกไป พร้อมด้วยการส่งจูบแบบขี้เล่นตามสไตล์ แต่จูบแบบนั้นก็ไม่ทำให้ชางมินปลื้มเท่าไหร่หรอก ก็มันไม่ใช่จูบจากคนๆนั้นที่เขาเฝ้ามองอยู่นี่นา...
ช่วงนี้เห็นหมอจองซูบ่อยจังเลยเนอะ
ค... คุณหมอซีวอน~
นี่... ทำไมต้องสะดุ้งขนาดนั้น ทำยังกับเราไม่ได้ทำงานที่เดียวกันงั้นแหละ ซีวอนเลื่อนมือขึ้นมาปลดเนคไทของตัวเอง และก็เดินมายืนข้างๆชางมินที่หน้าประตูคลีนิค
ก็... ปกติคุณหมองานยุ่ง พอเลิกงานแล้วก็ตรงกลับบ้านเลยไม่ใช่เหรอฮะ ทำไมวันนี้ถึงยังไม่กลับล่ะ ชางมินพยายามพูดด้วยโทนเสียงที่เรียบเฉยที่สุด ถึงแม้ว่าในใจตอนนี้เขาจะกำลังกรีดร้องอยู่ก็ตาม
ก็วันนี้ไม่มีคนต้องกลับไปหาแล้วไง ซีวอนถอนหายใจบางๆ และเขาก็เดินไปนั่งบนโซฟาก่อนจะปิดตาลงอย่างเหนื่อยแรง ชั้นของีบซักครึ่งชม.นะ ถึงเวลาแล้วปลุกชั้นด้วยนะ
ค... ครับ... ชางมินตอบไปเสียงแผ่ว เขารู้ดีว่าคำพูดของซีวอนนั้นหมายความว่าอะไร... เลิกกับแฟนอีกแล้วสินะ ถึงได้ไม่อยากกลับบ้านของตัวเอง... ไม่อยากจะกลับไปอยู่ในบรรยากาศที่เคยมีตัวเองอยู่กับคนๆนั้น... อยู่กับผู้หญิงคนนั้นสินะ...
แล้วอีกซักพัก... คุณก็จะเริ่มเขียนหน้าใหม่...
หือ... นายพูดอะไรนะ จะเขียนอะไรเหรอชางมิน ซีวอนถามทั้งๆที่เขายังหลับตาอยู่
ชางมินส่ายหน้าเบาๆ ไม่มีอะไรครับ คุณหมอนอนเถอะ เดี๋ยวผมจะปลุกตอนถึงเวลานะ
อื้อ... ขอบใจนะชางมิน...
ครับ
ชางมินเดินกลับไปที่เคานเตอร์ นั่งลงกับเก้าอี้ประจำของเขา และก็ฟุบหน้าลง...
ถึงจะอยู่ใกล้กันขนาดนี้ แต่ความรู้สึกที่อยู่ภายในก็ไม่เคยที่จะส่งไปถึง...
ซีวอนไม่เคยรับรู้ว่าคนๆนี้รู้สึกยังไงกับเขา...
เมื่อไหร่กันนะ... ที่บันทึกความรักของซีวอน... จะเริ่มหน้าใหม่ด้วยเรื่องของเขาบ้าง...
เมื่อไหร่กันนะ... ที่ซีวอนจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้...
รู้สึกถึงความรัก... จากคนที่ชื่อว่า... ชิมชางมิน...
ichi's talk ==>
วู้ฮู~ ตอนที่ 1 ตาม intro มาอย่างรวดเร็ว (รึเปล่า?) เขียนเรื่องนี้แล้วสนุกกับการค่อยๆเขียนถึงตัวละครทีละตัวไปเรื่อยๆ ชอบเวลาได้เขียนตัวลครตามบทที่ได้วางเอาไว้ จริงๆแล้วตอนนี้เราอยากเขียนคิบอมทงเฮมากเลยแหละ แต่ในเรื่องนี้... บทของสองคนนั้นยังมาไม่ถึง เพราะงั้น... คนเขียนก็เลยชีช้ำ 555 จะต้องรีบปั่นเพื่อที่จะได้เขียนถึง 2 คนนั้นซะที XD (แต่ได้ข่าวว่าอีกไม่ใกล้ไม่ไกล <- เอามาโฆษณาแล้วก็ตีจากอีกแล้ว~ ^^)
ช่วงนี้รู้สึกคนเม้นน้อยลง T-T ทำไมอ่ะ... คนอ่านหายไปไหน~~ คนเขียนเริ่มจะพารานอย~~ หรือเราเขียนฟิคเรื่องนี้มากเกินไปเราเลยนอยไปเอง 5555 ไม่รู้ล่ะ... แต่ถ้ามีคนอ่านแต่ไม่เม้นเยอะๆเข้า ระวังไว้น่อ (ไม่บอกหรอกว่าจะทำอะไร แต่จะขู่เอาไว้ 5555) อ่านแล้วรู้สึกยังไงก็คอมเม้นมาเลยนะคับ ถ้าไม่รู้จะเม้นอะไร ลองเอาแบบฟอร์มนี้ไปตอบดูนะ
1. ตัวละครที่ชอบที่สุดในตอนนี้คือใคร?
2. ชอบเค้าตอนไหน?
3. เรื่องที่น่าสนใจในตอนนี้มากที่สุดคือ?
4. อยากเห็นใครในตอนหน้า?
5. อ่านจบแล้วมีอะไรอยากจะเขียนบอกคนเขียนมั่ง?
แต่สำหรับคนที่มีแนวคอมเม้นเป็นของตัวเองอยู่แล้วก็ไม่ต้องตอบก็ได้นะ 555 เว้นแต่ว่าตันจริงๆก็เอาไปลองตอบดูคับ ^^
โอเช... อิชิไปล่ะ ไว้เจอกันใหม่ในเคสที่ 2 นะค้าบ~~ XD



#1 By aeh (203.149.47.182) on 2006-12-14 08:49