Paranoid - Case 08.2

posted on 29 Jan 2008 22:34 by ichinofix  in Paranoid

ichi's Note ==>

ดีใจ วันนี้โพสครั้งเดียวติดเลย เย้~~ XD

 

 

Title :: Paranoid
Case :: 08.2
Author ::
ichi
Fandom :: Super Junior & DBSK
Pairing :: ???
Rating :: PG-13
Genre :: Love Comedy
Note :: ichi's original weird Pairing XD

 


Paranoid - Case 08.2

เข็มนาทีกำลังพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะเข้าเส้นชัยโดยที่ตอนนี้มันกำลังนำเข็มชั่วโมงอยู่เพียงไม่ถึงมิล แต่ที่กำลังเคลื่อนอย่างเป็นจังหวะตามมาด้านหลังก็คือเข็มวินาทีที่มีดวงตาดำแป๋วของเจ้าเด็กว่างงานประจำคลีนิคนั่งเชียร์อย่างใจจดใจจ่อ เข็มวินาทีกำลังวิ่งผ่านโค้งมาเรื่อยๆ โค้งที่เก้า โค้งที่สิบ และก็โค้งสุดท้าย... นับถอยหลัง หก ห้า สี่ สาม สอง...

“เยส เข็มวินาที เข็มนาที เข็มชั่วโมง เข้าเส้นชัยหกโมงเย็นพร้อมกันทำแฮคทริกอย่างงดงามค้าบบบ” เจ้าลิงตะโกนอย่างดีใจพร้อมกันกำมือขึ้นฟ้าแสดงความดีใจกับเวลาหกโมงเย็นซะอย่างกับคนถูกลอตตารี่รางวัลที่หนึ่งก็ไม่ปาน

“นายพูดจาไม่เป็นภาษาคนเลยนะ เรียนจบสาขาไหนมาเนี่ย” แจจุงที่นั่งอ่านแมกกาซีนอยู่เอ่ยถามขณะเอื้อมมือออกไปรับแก้วกาแฟที่ยูชอนชงให้มาดื่ม

“เรียนคณะที่เรียนง่ายที่สุดในมหาลัยน่ะฮะ” ทงเฮหันมาตอบแบบกว้างซะจนไม่มีใครสามารถเดาคำตอบได้

“พวกชั้นคงรู้อ่ะนะว่านายเรียนจบที่ไหนมาแล้วมหาลัยนายเปิดสอนวิชาไหนมั่งน่ะ” ยูชอนพูดประชดพร้อมกับนั่งลงข้างๆแจจุงบนโซฟาโดยที่จองซูที่นั่งตรวจเอกสารอยู่ด้านหลังเคานเตอร์ก็ได้แต่ส่ายหัวตั้งแต่เมื่อเจ้าลิงตะโกนแฮคทริกบ้าๆนั่น ส่ายหัวจนจะปวดคอแล้วเนี่ย

“อ้าว นี่ผมยังไม่ได้บอกเหรอครับ แหมเป็นเฟรชชี่นี่ยุ่งเหมือนกันเนอะ ใครๆก็อยากรู้จักกันไปหมด” อยู่ๆทงเฮก็พูดเองเออเองแล้วก็เกาจมูกเขินๆท่ามกลางแววตามึนงงของอีกทั้งสามชีวิตที่ยังคงไม่เข้าใจว่าเจ้าหมอนี่มันเรียกตัวเองว่าเฟรชชี่ทำไม แล้วใครแสดงออกว่าอยากรู้จักตัวเค้ามากขนาดนั้นกันหนอ

“แต่อยากรู้ขนาดนั้นผมบอกก็ได้” พูดแล้วทงเฮก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มร่าเริง

แน่ะ... ยังหลงตัวเองไม่เลิกอีก -- --;;; << แจจุง ยูชอน จองซูคิดเหมือนกันอย่างไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน

“ผมน่ะเรียน...” แต่ก่อนที่ทงเฮจะได้เริ่มเล่าประวัติส่วนตัวของตนที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะฟัง ประตูของคลีนิคก็ถูกเปิดโดยเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆพร้อมกับกระเป๋าหนังสะพายข้างที่เด็กหนุ่มพาดไปอยู่ด้านหลังอย่างกิ๊บเก๋ เดินเข้ามาพร้อมกับถอดหูฟังออกและก็ยิ้มทักทายทุกคนในคลีนิคอย่างเก้ๆกังอยู่เล็กน้อย

 “อ้าวคิบอมรึเปล่าน่ะ มีอะไรเหรอ” คนที่เอ่ยทักขึ้นเป็นคนแรกคือจองซูที่สังเกตเห็นแขกผู้มาเยือนเป็นคนแรก และทันทีที่ได้ยินคำว่าคิบอมเจ้าลิงทงเฮก็หันขวับไปทางประตูทันที

“คิบอม~~~”

“หวัดดีครับคุณหมอทงเฮ คุณคนขับรถ แล้วก็คุณหมอทั้งสองท่านด้วย” คิบอมโค้งทักทายทุกคนในคลีนิคและเขาก็นึกเอะใจกับภาพตรงหน้า “ว่าแต่... ทำไมทงเฮถึงแต่งตัวไม่เหมือนคุณหมอสองคนนี้ แล้วทำไมคุณคนขับรถถึงได้ใส่เสื้อกาวน์อยู่ล่ะ”

“เรื่องนั้นมันเป็นเพราะ...” ทงเฮหน้าซีดไปครู่หนึ่ง ค่อยๆหันหลังกลับไปมองคุณหมอตัวจริงทั้งสามท่าน ที่มีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่กำลังมองหน้าเขาอย่างเจ้าเล่ห์ในขณะที่คุณหมออีกสองท่านนั้นก็ยังทำหน้างงค้างมาตั้งแต่เมื่อสองนาทีที่แล้ว

“เจ้าหมอนี่มันใช่หมอที่ไหนกันเล่า” จองซูพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน เดินมาโอบคอทงเฮที่ยังคงหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยยู่ตรงหน้าคิบอม

“เอ๋... คุณหมายความว่ายังไงกันครับ” คิบอมที่เริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก มองหน้าจองซูสลับกับทงเฮที่กำลังก้มหน้าลงต่ำ พยายามจะก้มหน้าหนีความจริงราวกับเด็กห้าขวบที่ถูกอาจาร์ยฟ้องต่อหน้าพ่อว่าเขาลอกข้อสอบก็ไม่ปาน

“ชั้นชื่อจองซู เป็นคุณหมอเจ้าของคลีนิคพารานอยที่มีหมอในสังกัดทั้งหมด 3 คน ส่วนหมออีกสองคนก็นั่งเคียงกันอยู่บนโซฟานั้นภายใต้ชุดกาวน์อย่างที่นายเห็น ส่วนเจ้าหมอนี่...” จองซูเว้นประโยคสุดท้ายไว้ด้วยการใช้มือข้างที่โอบคอทงเฮอยู่ลูบแก้มเนียนของน้องชายเบาๆพอให้เด็กหนุ่มรู้ตัวว่าเขาต้องพูดอะไรต่อไป

พี่จองซู... โกรธที่วันนี้ผมเล่นมากไปก็ดุกันดีๆก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องแกล้งกันแบบนี้เลย T-T

“ผมลีทงเฮ เป็นเด็กพาร์ทไทม์ของคลีนิคพารานอยคับ...” ทงเฮพูดเสียงเล็กจิ๋วในขณะที่เสียงตอบรับที่เขาได้นั้น...

“เอ๋~~~~~~~~~~~” ก็คือการร้องเสียงหลงของคิบอมหนุ่มน้อยที่เพิ่งจะได้รู้ความจริงไปสดๆร้อนๆคนนั้นไงล่ะ


=======  Paranoid  =======


หลังจากการสารภาพความผิดต่อหน้าเจ้าตัวอย่างกึ่งๆถูกบังคับโดยที่จองซู ตอนนี้ทงเฮกำลังเดินคอตกไหล่เหี่ยวหูลีบหางชะลูดตามหลังคิบอมที่พอได้รู้ความจริงทั้งหมดเขาก็เพียงแค่โค้งลาทุกคนและก็เดินออกมาจากคลีนิคเงียบๆ จนทงเฮที่ยังใส่ยูนิฟอร์มของคลีนิคอยู่แทบจะลืมถอดเสื้อคลุมก่อนจะวิ่งตามคิบอมออกมา

คิบอมที่เอาแต่เดินเงียบๆโดยไม่พูดอะไรเลยนั้นช่างแลดูเย็นชาจนน่ากลัว ไหล่กว้างตรงหน้าดูแข็งกร้าวจนแทบจะซ้อนทับกับภาพไหล่แกร่งของชายคนหนึ่งที่ทงเฮเคยแหงนหน้ามองอย่างกลัวเกรงในท่าทางของอีกฝ่ายที่จะกระทำต่อเขายามเมื่อเขาหันกลับมา

แผ่นหลังของผู้เป็นพ่อ... ชายหนุ่มที่ทงเฮทั้งเกลียดและกลัวที่สุดในชีวิต...

ขณะที่ทงเฮกำลังค่อยๆถูกความทรงจำในวัยเด็กเข้าครอบงำอยู่นั้นสองเท้าของคนตรงหน้าก็หยุดนิ่ง ทำเอาทงเฮที่เอาแต่ก้มมองพื้นเดินตามต้อยๆนั้นชนปึ้กเข้ากับแผ่นหลังนั้นเข้าอย่างจัง แถมยังถูกกระเป๋าตรงกลางหลังของคิบอมกระแทกเข้าที่ท้องอีกต่างหาก นี่นายขนอะไรไปมหาลัยมั่งเนี่ย~~

“บอกเหตุผลมาหน่อยได้มั้ย”

“เอ๊ะ...”

“ทำไมทงเฮถึงต้องโกหกผมด้วย”

คิบอมหันหลังกลับมามองทงเฮที่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาเคลือบม่านน้ำตา แต่ที่น้ำตามันเอ่อขึ้นมานี่ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกผิดจนอยากจะร้องไห้ขึ้นมาหรอกนะ เขาก็แค่... ดีใจที่อย่างน้อยคิบอมก็ไม่ได้หันมาด้วยใบหน้าโกรธเคือง แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากำลังมีสีหน้าผิดหวังจากการที่ถูกเขาหลอก

ทั้งๆที่ลีทงเฮก็เพียงแค่สนุกกับการเล่นนู่นเล่นนี่ไปวันๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเขาและแสดงออกอย่างเจ็บปวดได้ขนาดนี้

“ถ้าไม่ได้เป็นหมอจริงๆเรื่องของผมทงเฮก็คงเห็นมันเป็นเพียงแค่เรื่องตลก และที่ทงเฮคอยอยู่ข้างผมมาจนถึงตอนนี้ก็คงเป็นเพราะทงเฮไม่รู้จะผลักไสไล่ผมไปไหนสินะ...”

“มันไม่ใช่...”

“อย่ามาแก้ตัวเลยน่ะ~” คิบอมไม่เปิดโอกาสให้ทงเฮได้แก้ตัว เพียงแค่อีกฝ่ายอ้าปากจะพูด เขาก็ตะโกนขัดขึ้นมาทำเอาทงเฮที่กำลังตั้งใจจะปลอบหมาหงอยตรงหน้าถึงกับเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเหมือนกัน

ทั้งๆที่ชั้นกำลังเป็นห่วงนาย นี่นายจะมางี่เง่าอะไรกับชั้นน่ะห๊ะคิบอม~~~

“ถ้าไม่ได้คิดจะสนใจกันตั้งแต่แรก ไม่ได้เป็นห่วงกันตั้งแต่แรก ก็อย่ามาอ่อนโยนกับผมสิ~~ อย่ามาทำให้ผมชอบทงเฮขึ้นมาแบบนี้สิ~~”

“เอ๊ะ????” ทงเฮสะดุ้งตัวโยนกับประโยคหลังสุดที่เขาได้ยิน คำด่าที่เขาคิดเตรียมไว้สวนเจ้าเด็กที่เอาแต่พล่ามอยู่ฝ่ายเดียวคนนี้หายวับไปจากหัวทันทีที่อีกฝ่ายโพล่งคำว่าชอบออกมา

ใครชอบใครนะ... คิบอมชอบเขาเหรอ... คิบอม... ชอบ... ทงเฮ... ///////// ... อ๊ะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้น...

“ถ้าคิบอมชอบชั้นจริงๆคิบอมก็หายจากโรคติดพี่แล้วสิ เพราะงั้นชั้นก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรก็ได้ใช่ม้า” เจ้าลิงหัวใสพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง ในขณะที่คนฟังนั้นรีบส่ายหัวถี่ยิบ

“ยังไม่หายซักหน่อย ผมยังชอบพี่ฮันยองอยู่นะ” คิบอมตอบพร้อมกับคว้ามือของทงเฮที่กำลังจะเดินหนีไปเอาไว้ และคำพูดของเขาก็ทำให้ร่างบางต้องหันมาขมวดคิ้วมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

“พูดอะไรของนายน่ะ ก็เมื่อกี้พึ่งบอกว่าชอบชั้นเองไม่ใช่รึไง”

คิบอมหน้าแดงไปเล็กน้อย เสหน้าหนีไปมองฟ้าก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงอู้อี้เล็กน้อย “นั่นก็ใช่... แต่ผมก็ยังชอบพี่ฮันยองอยู่ดี”

“พูดอะไรของนายน่ะ ถ้าบอกว่าชอบชั้นแล้วนายก็ต้องชอบชั้นคนเดียวสิ จะไปชอบพี่ฮันยองของนายด้วยได้ยังไงเล่า” ทงเฮโวยวายเสียงหลง ไม่เข้าใจวิธีคิดของเจ้าเด็กติดพี่ตรงหน้านี้เลย

คิบอมค่อยๆหันหน้ากลับมามองจ้องไปยังดวงตาสีดำประกายที่กำลังฉายแววฉงนอย่างเจิดจ้า “งั้นก็ทำให้ผมชอบแค่ทงเฮให้ได้สิฮะ” และด้วยประโยคนั้น ทงเฮก็เอียงคอเสริมความไม่เข้าใจของตัวเองเข้าไปอีก

คิบอมค่อยๆคลายยิ้มบางๆให้กับท่าทางเด็กๆของทงเฮ คนที่อายุมากกว่าตัวเขาแท้ๆ แต่ไม่เคยจะทำตัวให้สมกับอายุของตัวเองเลย

“รักษาผมให้หายจากโรคติดพี่ ทำให้ผมมีแค่ทงเฮอยู่ในสายตา ทำให้ผมเฝ้าคิดถึงแต่ทงเฮจนไม่สนใจพี่ฮันยองให้ได้สิครับ” คิบอมพูดเบาๆพลางทาบมือทั้งสองข้างบนแก้มของทงเฮ ประคองใบหน้าขาวเนียนให้เอียงกลับมามองหน้าเขาตรงๆ เพราะขืนมองในแนวเฉแบบนั้นต่อไป ความหล่อของคิบอมก็คงจะเสียบาลานซ์กันพอดี

ทงเฮยืนนิ่งมองหน้าคิบอมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ภายในสมองที่มีแต่คำว่า เล่นกันๆ ลอยไปลอยมาก็เริ่มจัดเรียงข้อมูลที่หูได้ยินมา ประมวลทำความเข้าใจเสร็จแล้วก็สั่งงานไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเริ่มที่การส่งเม็ดเลือดแดงเข้ามาสูบฉีดใบหน้าขาวเนียนโดยเน้นหนักไปยังพวงแก้ม เสร็จแล้วก็สั่งให้กล้ามเนื้อตรงคอเริ่มออกแรงส่ายศรีษะไปมาเบาๆ และท้ายสุดก็สั่งให้ปากพูดประโยคอะไรก็ได้ทำลายความเงียบที่กำลังทำให้เขาประหม่าขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลนี้

“ล... แล้วทำไมชั้นต้องทำถึงขนาดนั้น... แค่จะรับผิดชอบที่ชั้นโกหกนาย ชั้นก็ไม่เห็นจะต้องทำถึงขนาดนั้นเลย”

“ก็ถ้าทงเฮไม่อยากให้ผมชอบทงเฮจริงๆ จะไม่ทำอะไรเลยก็ได้นะครับ” คิบอมพูดเสียงนิ่ม ผละมือออกจากสองข้างแก้มของทงเฮ สอดมันเข้ากระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง และเขาก็ยืนยิ้มมองหน้าทงเฮโดยไม่พูดหรือทำอะไรอีก

คำว่า เล่นกันๆ ในหัวของทงเฮกำลังค่อยๆถูกแทนที่ด้วยคำว่า คิบอม ใครว่าเขาไม่อยากให้เจ้าเด็กติดพี่ตรงหน้าคนนี้ชอบ ถึงเขาจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าตัวเขาเองก็ชอบคิบอมขึ้นมาแล้วเหมือนกันก็เหอะ แต่เมื่อครู่นี้ ตอนที่คิบอมตะโกนออกมาว่า อย่ามาทำให้ผมชอบทงเฮขึ้นมาแบบนี้สิ เขาไม่อยากจะโกหกหรอกนะว่าเขาน่ะ... แอบดีใจกับคำพูดนั้นอยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน

“ชั้นจะทำให้นายหลงชั้นหัวปักหัวปำให้ดู” ทงเฮเขย่งเท้าเล็กน้อยพอให้ตัวเขาเลื่อนใบหน้าเขาไปใกล้คิบอมพอที่จะฝากจูบเบาๆตรงแก้มซ้ายของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้ขยับตัวหนีเลยแม้แต่น้อย เหมือนจะเขยิบแก้มเข้าหาเลยด้วยซ้ำนะคิบอมน่ะ

“พูดจามั่นใจจังเลยนะครับ” คิบอมกระซิบเบาๆที่ข้างหูของทงเฮ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าแดงเพราะเสียงเบานุ่มที่ฟังดูเซ็กซี่ขึ้นมาถนัดหู

แต่คนอย่างทงเฮไม่มีวันยอมเขินอยู่ฝ่ายเดียว “แล้วนายจะหลงชั้นจนลืมพี่ฮันยองของนายไปเองล่ะ” ร่างบางพูดในขณะที่ใบหน้าของเขายังอยู่ห่างจากใบหน้ามนของคิบอมเพียงคืบ แต่ขณะที่เขากำลังจะเอียงหน้าอ่อยอีกฝ่ายนั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นเวลาบนนาฬิกาข้อมือสีดำสุดเท่ระบบดิจิตอลของคิบอมที่ขึ้นตัวเลขเด่นหราว่า --8.45-- เฮ้ยยยยยยยยยยยย

“อ๊า~~~ สายแล้ววววววว” อยู่ๆทงเฮก็ผละตัวออกจากคิบอมพร้อมกับร้องลั่นด้วยเสียงสูงปรี๊ด ทำเอาคิบอมตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปถนัดตาของทงเฮราวกับว่าตัวเขาเป็นซินเดอเรลล่าที่ต้องกลับบ้านก่อนเที่ยงคืนก็ไม่ปาน

“สายอะไร ยังไม่ทันจะสามทุ่มเลยนะทงเฮ”

“ก็สามทุ่มมีรายการบิ๊กแบง ถ้าไม่รีบกลับตอนนี้ชั้นไปดูไม่ทันแหงๆ เพราะงั้น บ้ายบายนะคิบอม” พูดจบปุ๊บทงเฮก็รีบเตรียมท่าจรลีปั๊บ แต่ใครเค้าจะยอมให้นายกลับบ้านไปดื้อๆแบบนั้นกันเล่า เมื่อครู่นี้ยังหวีทกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับทงเฮ

“เดี๋ยวดิ๊ อยู่ๆจะกลับโดยไม่ร่ำลาอะไรกันเลยเหรอ เป็นแฟนกันประสาอะไรน่ะทงเฮ” คิบอมรีบรั้งข้อมือของทงเฮเอาไว้ก่อนที่สองขาจะพาร่างบางของทงเฮให้ปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา

“ใครเป็นแฟนใคร ชั้นน่ะแฟนพันธุ์แท้บิ๊กแบงนะจะบอกให้ ถ้านายเป็นแฟนชั้นจริงก็อย่ามาขวางเวลาแฟนจะรีบกลับไปดูรายการที่ชอบสิ” พูดไปทงเฮก็พยายามแงะมือของคิบอมออกไป แต่คิบอมก็ไม่ยอมปล่อยข้อมือทงเฮง่ายๆ

ไอ้ประโยคเมื่อกี้ของทงเฮน่ะมันมีคำว่า แฟน เยอะเกินไปจนเขารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายน่ะสติไม่ได้อยู่กับเขาแล้วล่ะ ตอนนี้วิญญาณแฟนเพลงคงจะเข้าสิงจนลืมเรื่องที่คุยกันเมื่อกี้ไปหมดแล้วสิ

“เพราะว่าเป็นแฟนกันก็เลยต้องรั้งตัวไว้ต่างหาก มีอย่างที่ไหนแฟนอยู่ด้วยทั้งทีแต่กลับรีบกลับบ้านไปดูรายการทีวีน่ะ” คิบอมตั้งตัวเองเป็นแฟนของทงเฮขึ้นมาซะดื้อๆ

“ถึงชั้นจะเป็นแฟนนายจริง แต่ชั้นก็ต้องกลับไปดูบิ๊กแบงอยู่ดี มันเป็นคนละเรื่องกันน้า~~” ส่วนอีกคนก็อยากรีบกลับบ้านจัดจนถึงอีกฝ่ายจะพูดอะไรมา เขาก็เออออไปด้วยซะหมด สรุปว่าตอนนี้ ทงเฮกับคิบอม เป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ยเนี่ย -- --;;;

“จะคนละเรื่องกันได้ยังไง บิ๊กแบงน่ะมันวงบอยแบนด์ที่กำลังดังค้ำฟ้าอยู่ตอนนี้ใช่มั้ยล่ะ ใครจะไปยอมให้แฟนตัวเองไปนั่งจดจอดูผู้ชายคนอื่นได้เล่า”

“ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อยนายจะมากังวลอะไรงี่เง่าๆกันเล่า”

“ถึงจะไม่ใช่ผู้หญิงก็เหอะ...”

“โอ๊ยยยย รำคาญแล้วนะ เอามือถือนายมา”

“เอ๊ะ...” ปรอทความโมโหของคิบอมถูกฝ่ามือของทงเฮกดหยุดเอาไว้ชั่วขณะ และคิบอมก็กลับมาเป็นเด็กหนุ่มซื่อๆที่คว้ามือถือยื่นให้ทงเฮอย่างว่าง่าย “... นี่ครับ...”

ทงเฮรับมือถือของคิบอมมาพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ลงไปพร้อมกับกดโทรออก เสร็จแล้วเขาก็หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดรับสายพร้อมกับยื่นมือถือของคิบอมกลับให้เจ้าตัว

“เอ๊ะ... ทงเฮทำอะไร... น่ะ...” กว่าคิบอมจะได้เงยหน้าขึ้นมามองทงเฮอีกที ร่างบางก็วิ่งหน้าตั้งตรงไปยังสถานีรถไฟเรียบร้อยแล้ว

-- ... บอม~ คิบอมมมมม~~~ --

“ห๊ะ เอ๊ะ... คะ- ครับผม” เสียงที่ดังลอดออกมาจากมือถือในมือ เรียกให้คิบอมหยิบเจ้ามือถือเครื่องจิ๋วทาบกับข้างหู และเมื่อนั้นเองเขาก็เข้าใจทุกอย่างที่ทงเฮทำโดยไม่อธิบายอะไรเลยเมื่อครู่อย่างชัดเจน

“ชั้นยังคุยกับนายได้จนกว่าชั้นจะถึงบ้าน แต่ถ้าชั้นเปิดทีวีแล้วตัดสายไป นายห้ามโทรกลับมาจนกว่าจะถึงสี่ทุ่ม เพราะมันจะเป็นการรบกวนเวลาดูรายการบิ๊กแบงของชั้น ถ้านายเข้าใจชั้นแล้ว อยากคุยอะไรก็คุยได้เลย เอ้า”

คิบอมแทบอยากจะล้มทั้งยืน เขารู้สึกราวกับสามีที่พึ่งแต่งงานใหม่และค้นพบว่าภรรยาของตัวเองมีนิสัยต่างกับตอนก่อนแต่งงานลิบลับ ทงเฮ... เป็นแฟนพันธุ์แท้ขนาดที่เห็นบิ๊กแบงสำคัญกว่าคิบอมคนนี้อีกงั้นเหรอ... แล้วจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่คีย์เวิร์ดคำว่าบิ๊กแบงลอยผ่านหน้าเขาเลยรึเปล่านะ แค่คิดคิบอมก็อดจะรู้สึกท้อขึ้นมาไม่ได้...

“นี่... คิบอม~ หลับไปแล้วรึไงน่ะ ถ้าไม่คุยชั้นจะวางแล้วนะ”

“อย่าพึ่งวางนะ อย่างน้อยก่อนจะไปเจอใครก็ตามในบิ๊กแบงก็ช่วยอยู่กับผมจนถึงวินาทีสุดท้ายหน่อยนะครับ”

“ฮะๆๆ พูดจาน้ำเน่านะนายเนี่ย พูดจาเหมือนพระเอกรักคุดในละครน้ำเน่าไปได้”

เสียงหัวเราะที่ดังแว่วมาจากอีกฟากนึงของสายช่างทิ่มแทงใจดำของคิบอมราวกับมีดซื้อมาใหม่ที่ถูกฟันเข้ากลางลูกแตงโมผลใหญ่จนมันถูกผ่าออกเป็นสองซีก

หัวใจของคิบอมตอนนี้... ซีกหนึ่งมีคำว่าพี่ฮันยองเขียนเอาไว้โดยมีคำว่า พี่ฮีชอลล้อมอยู่รอบๆ ส่วนอีกฟาdหนึ่งก็มีคำว่าทงเฮเด่นหราอยู่ตรงกลางพร้อมด้วยตัวหนังสือฮิปฮ๊อปที่อ่านเป็นคำว่าบิ๊กแบงวนเวียนแน่นเอี๊ยดอยู่รอบบริเวณ

คำว่า หนีเสือปะจระเข้ มันเป็นยังไง คิบอมเข้าใจได้ถ่องแท้ก็วันนี้แหละครับ...

 

ichi's Talk ==>

พอดูวันที่โพสของตอนที่แล้ว และหวนกลับมาดูวันที่โพสของตอนนี้ แทบจะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราโพสห่างกันตั้งสามเดือนแน่ะ -- --;;; พารานอยกลายเป็นฟิคอัพรายสามเดือนไปแล้วเหรอเนี่ยยยยย (ขนาดตัวคนเขียนเองยังตกใจ ฮ่าๆๆๆ)

ตอนเขียนตอนนี้ ยอมรับเลยว่าเนื้อเรื่องมันแอบเลียนๆไปจากหัวมั่งแล้วล่ะ แบบนิสัย วิธีพูดของตัวละคร แต่พอเริ่มเขียนๆไป ความรู้สึกเดิมๆก็หวนกลับมา ทงเฮก็เลยยังคงบ้าได้ตั้งแต่ต้นเรื่องยังจนเรื่องได้แบบนี้ แต่ตอนนี้เรารู้สึกทงเฮล้นตอนมากเลย ว่ามั้ย? พารานอยกลายเป็นมีทงเฮเป็นตัวเด่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย -- --;;; ตอนหน้าเขียนถึงคู่ไหนดีล่ะ ในใจคนเขียนแอบอยากเขียนคู่ท็อปกะจีดีล่ะ เฮะๆ

ส่วนเรื่องฟิควาเลนไทน์ คู่ที่เราจะไม่เขียนแน่ๆก็คือ คิบอม ทงเฮ ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ว่าเราเอียนคู่นี้หรืออะไรหรอกนะ เราแค่รู้สึกว่าเราเขียนคู่นี้เยอะจนไม่มีคู่อื่นให้อ่านเล่นเลยล่ะ จะว่าไปแล้ว UN-expected ก็ยังค้างตอนจบไว้อยู่เลยนี่เนอะ ยังจำกันได้อยู่รึเปล่า?

555 ยิ่งพล่าม อิชิก็ยิ่งรู้สึกเหมือนขุดหลุมฝังตัวเอง เพราะงั้นพอเท่านี้ดีกว่า -- --;;; ก่อนไปแจ้งข่าวกันนิดส์นึง กลางเดือนสามอิชิมีแพลนจะกลับไทยนะค้าบบบ คิดว่าคงจะเอาเวลาช่วงนั้นไปคุยเรื่องรีปริ้นท์หนังสือไปด้วย เพราะงั้นใครที่สนใจ ก็รอฟังข้มูลอัพเดทอีกทีช่วงนั้นก็แล้วกันน่อ ^^

ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นตีหนึ่งละ เวลาอะไรจะผ่านไปเร็วขนาดน้านนนนนน ต้องไปอาบน้ำ อ่านหนังสือ แล้วก็นอนอีก แล้วเมื่อไหร่จะมีเวลามานั่งเขียนฟิคต่ออีกน้า~~~ เฮ้อออออออ TT-TT

คนอ่านทุกคน ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคับ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นล่วงหน้านะค้าบบบบ